ข่าว

11 เหตุตำรวจรับแจ้งป่วนประชามติ กทม.

11 เหตุตำรวจรับแจ้งป่วนประชามติ กทม.

31 ก.ค. 2559

เปิดข้อมูลตำรวจนครบาล พบ 11 เหตุการณ์ป่วนประชามติร่าง รธน. "บัญชีชื่อหาย" มากที่สุด  

               รายงานข่าวแจ้งว่าสถานการณ์ด้านการข่าวปรากฏว่ามีการฉีก, เผา, ทำลาย หรือโจรกรรมบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติที่ติดตั้งไว้ประจำหน่วยออกเสียงในหลายพื้นที่ ทั้งในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัด โดยในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เกิดเหตุ 11 ครั้งดังนี้
                        
               1.วันที่ 21 ก.ค. เวลา 00.15 น. สน.โคกคราม ตรวจพบว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติหน่วยที่ 20 หายไป ต่อมาในวันที่ 22 กรกฎาคม พบบัญชีรายชื่อในลักษณะเปียกน้ำในถุงขยะ จากการสืบสวนสอบสวนพบว่าไม่ได้เกิดจากการกระทำของผู้หนึ่งผู้ใด สันนิษฐานว่าเกิดจากภัยธรรมชาติ
                       
               2.วันที่ 21 ก.ค. เวลา 13.00 น. สน.เตาปูน ตรวจพบว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติหน่วยที่ 101 หายไป ตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วพบว่า นางสุกัญญา ธนะคุปต์ อายุ 58 ปี เป็นผู้เอาเอกสารดังกล่าวไป สอบถามแล้วผู้ต้องหายอมรับว่าเอาไปจริงและนำบัญชีรายชื่อคืนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา เอาไปเสียซึ่งเอกสารฯ (ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์ เพิ่มเติม)
                                    
               3.วันที่ 23 ก.ค. เวลา 08.45 น. สน.ธรรมศาลา ตรวจพบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติหน่วยที่ 71-72 หายไป ต่อมาในวันที่ 25 กรกฎาคม สน.ธรรมศาลา จับกุมนายอนันตศักดิ์ ศรีสรรพางค์ อายุ 63 ปี พร้อมบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติของหน่วยออกเสียงที่ 71-72 ที่หายไป แจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร เอาไปเสียซึ่งเอกสาร ทำให้เสียหายทำลายหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ ขัดขวางการปฏิบัติงานของคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัด กรรมการออกเสียงประจำเขตการออกเสียง
                       
               4.วันที่ 24 ก.ค. เวลา 13.30 น. สน.บางซื่อ ตรวจพบว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติหน่วยที่ 9 ใบแรก มีร่องรอยชำรุดหลุดขาดเกินครึ่งแผ่น ตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว ไม่พบว่ามีผู้ใดมาทำลาย สันนิษฐานว่าเกิดจากภัยธรรมชาติ
                
               5.วันที่ 24 ก.ค. สน.นิมิตรใหม่ ตรวจพบการกระทำผิด 2 เหตุ เหตุแรก เวลา 16.30 น. ตรวจพบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ หน่วยที่ 10 หายไป และบัตรตัวอย่างออกเสียงประชามติสีชมพูตกหล่นมาที่พื้นด้านล่าง และเวลา 17.00 น.ตรวจพบบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ หน่วยที่ 8 หายไป จำนวน 4 แผ่น นอกจากนั้นพบว่าบัตรตัวอย่างออกเสียงประชามติสีชมพู จำนวน 2 แผ่น และ ป้ายชื่อระบุหน่วยออกเสียงที่ 8 ได้หายไป ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานหาตัวผู้กระทำความผิด
                
               6.วันที่ 25 ก.ค. เวลา 17.30 น. สน.บางพลัด ตรวจพบว่าหน่วยออกเสียงประชามติหน่วยที่ 10 แขวงและเขตบางพลัด กรุงเทพฯ บริเวณหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ถนนสิรินธร พบว่า บัญชีรายชื่อติดบอร์ด 26 แผ่น สูญหายไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานหาตัวผู้กระทำความผิด
                         
               7.วันที่ 25 ก.ค. เวลา 13.00 น. สน.ท่าข้าม ตรวจพบว่าหน่วยออกเสียงประชามติหน่วยที่ 32 บัญชีรายชื่อได้สูญหายไป ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานหาตัวผู้กระทำความผิด
                        
               8. วันที่ 26 ก.ค. เวลา 11.30 น. สน.แสมดำ ตรวจพบว่าหน่วยออกเสียงประชามติหน่วยที่ 78 หน้าพระอุโบสถวัดพรหมรังสี บัญชีรายชื่อสูญหาย ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานหาตัวผู้กระทำความผิด
                 
               9.เมื่อวันที่ 27 ก.ค. สน.ท่าข้าม ตรวจสอบพบว่าใบประกาศให้ประชาชนมาออกเสียงประชามติหน่วยที่ 32 ได้สูญหายไป ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานหาตัวผู้กระทำความผิด
              
               10.เมื่อวันที่ 28 ก.ค. สน.พญาไท ตรวจสอบพบว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติหน่วยที่ 24 และ 26 ได้สูญหายไป อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าใครเอาไป
                     
               และ11.เมื่อวันที่ 31 ก.ค. สน.บางนา ตรวจสอบพบว่ามีการฉีกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติหน่วยที่ 96 แฟลตการเคหะบางนา ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานหาตัวผู้กระทำความผิด
                
               ทั้งนี้  บช.น. สั่งการให้ จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสายงานผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตรวจหน่วยออกเสียงประชามติเพื่อป้องกันเหตุ ใช้เครือข่าย Home Guard เป็นเครื่องมือในการสอดส่องดูแลป้องกันมิให้มีเหตุ และช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนว่าการกระทำดังกล่าวไม่อาจขัดขวางการลงประชามติที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 ส.ค. ได้ และการกระทำดังกล่าวมีโทษทางอาญา จัดทำแผนที่กล้องวงจรปิดบริเวณหน่วยออกเสียงประชามติ และประสานผู้เกี่ยวข้องให้ดำเนินการให้กล้องดังกล่าวสามารถใช้งานได้ และประสาน กกต. ในการวางมาตรการในการรักษาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดมาทำการฉีก, เผา, ทำลาย หรือโจรกรรม หรือความเสียหายอันเกิดจากภัยธรรมชาติ