ข่าว

ย้อนวิถีเกษตรกรที่"เขาวง"ตามรอยพ่อสร้างอาชีพยั่งยืน

ย้อนวิถีเกษตรกรที่"เขาวง"ตามรอยพ่อสร้างอาชีพยั่งยืน

31 ก.ค. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

                   ได้มีโอกาสหวนไปเยี่ยมเกษตรกรที่ได้อานิสงส์จากโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ อีกครั้ง กับมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ซึ่งจากที่ได้ไปสัมผัสกับชาวบ้านต่างบอกเสียงเดียวกันว่า ในห้วงเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่มีโครงการนี้ คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น จากเดิมที่เคยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับการทำนาปี แต่ปัจจุบันนอกจากจะมีน้ำเพียงพอในการทำนาที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นแล้ว ยังสามารถปลูกพืชหลังทำนาและเลี้ยงสัตว์ได้ สิ่งที่ตามมาเกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ลดการทิ้งฐานเพื่อไปขายแรงงานในสังคมเมืองอีกด้วย

 

ย้อนวิถีเกษตรกรที่"เขาวง"ตามรอยพ่อสร้างอาชีพยั่งยืน

 

                  “เมื่อมีน้ำใช้ เกษตรกรสามารถปลูกข้าวได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย หลังทำนาก็ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มะเขือเทศ ปลูกยาสูบ พืชผักสวนครัว ตามไร่ปลายนามีการขุดสระเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ชาวบ้านได้อยู่กับบ้าน มีรายได้ดีขึ้น ไม่ต้องทิ้งถิ่นเพื่อไปขายแรงงานเหมือนสมัยก่อน” อำพล ตนโคตร หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 โครงการชลประทานกาฬสินธุ์ เล่าในระหว่างนำคณะสื่อมวลชนเข้าไปชมโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ ต.คุ้มเก่า อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว

                   อำพล ย้อนที่มาของโครงการว่า เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรบ้านกุดสิม ต.คุ้มเก่า อ.เขาวง และเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสภาพภูมิประเทศลำพะยังที่บ้านกุดตอแก่น และที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยสายนาเวียง ตำบลเดียวกัน และได้พระราชทานพระราชดำริแก่กรมชลประทาน พิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน (ห้วยวังคำ) บ้านดงหมู ต.คุ้มเก่า บ้านนาวี ต.สงเปลือย อ.เขาวง เพื่อช่วยเหลือราษฎรใน เขตพื้นที่ เพื่อให้มีน้ำใช้สำหรับการเกษตรและอุปโภคบริโภคตลอดปี นอกจากนี้ยังสามารถบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ตอนล่างได้อีกส่วนหนึ่ง

 

ย้อนวิถีเกษตรกรที่"เขาวง"ตามรอยพ่อสร้างอาชีพยั่งยืน

 

                   กระทั่งวันที่ 16 พฤศจิกายน 2538 หรือ 21 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริว่า ให้กรมชลประทานพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบน ที่กรมชลประทานได้ก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำขนาดความจุ 3.5 ล้านลูกบาศก์เมตร และพระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาโครงการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำ พร้อมก่อสร้างระบบส่งน้ำสู่ไร่นาของเกษตรกร เพื่อผันน้ำบางส่วนจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร สนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกในเขต อ.เขาวง ได้มากขึ้น

                     “อุโมงค์ผันน้ำสู่ลุ่มน้ำลำพะยังเริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2546 เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 2551 พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า ลำพะยังภูมิพัฒน์ เป็นอุโมงค์ผันน้ำมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร จากฝั่ง จ.มุกดาหาร ลอดใต้ภูเขาภูบักดี มายังฝั่ง จ.กาฬสินธุ์ มีความยาว 710 เมตร มีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากน้ำที่ส่งผ่านอุโมงค์ผันน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ 1.2 หมื่นไร่ ใน ต.สงเปลือย อ.เขาวง เพราะเกษตรกรสามารถนำน้ำจากระบบผันน้ำลงมาเติมในสระตามไร่นามาทำการเกษตรได้” อำพล กล่าว

                      สำหรับอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน มีอาคารหัวงานเป็นลักษณะทำนบดิน สูง 16 เมตร ยาว 725 เมตร ต่อมาในปี 2540 มีการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายยาว 5 กิโลเมตร และก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวายาว 2.75 กิโลเมตร พร้อมท่อส่งน้ำสายซอยจำนวน 4 สาย ความยาวประมาณ 7 กิโลเมตร ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2541 ปัจจุบันมีพื้นที่รับประโยชน์ 4,600 ไร่ เมื่อได้น้ำจากอุโมงค์ผันน้ำจะเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ได้อีกราว 1.2 หมื่นไร่ รวมพื้นที่รับประโยชน์ทั้งหมด 16,600 ไร่

 

ย้อนวิถีเกษตรกรที่"เขาวง"ตามรอยพ่อสร้างอาชีพยั่งยืน

 

                      ด้าน วิศักดิ์ อารมณ์สวะ หมอดินอาสาบ้าน บ้านโนนสูง หมู่ 7 ต.คุ้มเก่า อ.เขาวง ซึ่งเนรมิตบ้านของตัวเองมาทำเป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนบ้านและประชาชนในพื้นที่ บอกว่า มีที่ทำกินทั้งหมด 12 ไร่ เดิมทำนาปีอย่างเดียว บางปีถ้ามีปริมาณน้ำฝนเพียงผลผลิตข้าวก็พอกิน แต่บางปีเกิดแห้งแล้งก็ขาดทุน หากเฉลี่ยแล้วทำนาจะได้ผลผลิตไร่ละ 200 กิโลกรัม เนื่องจากเป็นดินทราย หลังจากทำนาก็รับจ้างทั่วไป แต่หลังจากมีโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบน และโครงการอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้มีน้ำเพียงต่อการจะทำนาปี ทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มเป็นไร่ละกว่า 600 กิโลกรัม และยังมีน้ำเหลือสำหรับปลูกพืชหลังนาด้วย

                       “พอเรามีน้ำ ผมหันมาทำเกษตรที่ยึดตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง เอาพื้นที่แบ่งเป็น 4 ส่วน ที่สำหรับขุดสระน้ำ 30% ในสระเลี้ยงผสมผสาน เอากินบ้าง เหลือก็ขาย น้ำในสระดูดเข้าแปลงเพาะปลูก นอกจากนี้ใช้พื้นที่ทำนา 30% ปลูกพืชที่กินได้ ทั้งไม้ผลพวกแก้วมังกร มะม่วง สำหรับกินในบ้าน พืชไร่พวกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สลับมะเขือเทศบ้าง พืชผักสวนครัวทุกอย่าง พืชสมุนไพร รวมพื้นที่ตรงนี้ 30% ที่เหลือ 10% สำหรับปลูกบ้าน โรงเรือน คอกวัว ที่เลี้ยงไก่ ในแต่ละปีจะมีรายได้หลักจากข้าว ผมมาแปรรูปเอง ได้จากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมะเขือเทศ ในแต่ละปีหลายแสนบาท พออยู่ได้ถ้าใช้ชีวิตอย่างพอเพียงในสังคมชนบท” วิศักดิ์ กล่าว

 

ย้อนวิถีเกษตรกรที่"เขาวง"ตามรอยพ่อสร้างอาชีพยั่งยืน

 

                        เช่นเดียวกันกับชาวบ้านรายอื่นๆ จากการสอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ต่างกล่าวว่า โครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น อันเกิดมาจากมีน้ำเพื่อการเกษตรที่สามารถปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และเลี้ยงปลา ส่งผลให้ครอบครัวมีความสุขอยู่กับบ้านโดยไม่ต้องอพยพไปขายแรงงานในต่างถิ่นเหมือนในอดีต

                         ก็นับเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ สำหรับเกษตรกร และเป็นสิ่งบ่งบอกว่า โครงการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตรนั้น ถืออีกหนึ่งแนวทางที่สามารถชุบชีวิตเกษตรกรได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย