
นักโทษ ล้นคุกฟิลิปปินส์
สื่อนอกตีแผ่ปัญหา นักโทษ ล้นคุกฟิลิปปินส์ แออัดเหมือนปลากระป๋อง เตือน"วิกฤติมนุษยธรรม"รออยู่ หากผู้นำใหม่ล้างบางอาชญากรรม แบบไร้แผนปฏิรูประบบยุติธรรม
สำนักข่าวเอเอฟพี นำเสนอรายงานพิเศษเกี่ยวกับสภาพเรือนจำ เกซอน ซิตี ทางเหนือของกรุงมะนิลา ที่ได้ชื่อว่าแออัดที่สุดแห่งหนึ่งของฟิลิปปินส์ และส่อเค้าจะเลวร้ายลงอย่างแน่นอน ขณะตำรวจกำลังเดินหน้าทำสงครามอาชญากรรมอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ตามนโยบายประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต โดยชั่วเวลาเพียงเดือนเดียวนับจากบริหารประเทศ นอกจากตำรวจวิสามัญผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดหลายร้อยคนแล้ว ยังกวาดจับอีกหลายพันเข้ามาคุมขังเพิ่ม
ความแออัดในเรือนจำขนาดทำให้ นักโทษ อย่าง มาริโอ ดีมาคูลังงัน ต้องใช้ห้องน้ำ 1 ห้องร่วมกับเพื่อนนักโทษ 130 คน ไม่ว่าจะขยับไปไหน มีโอกาสจะชนบางคนหรือชนกับอะไรบางอย่างได้ตลอดเวลา
ดีมาคูลังงัน อยู่ในสภาพเช่นนี้มานาน 14 ปี ขณะการพิจารณาคดีข้อหาฆาตกรรมและปล้นชิงทรัพย์ไม่คืบหน้าไปไหน
ปัจจุบันมี นักโทษ ราว 3,800 ชีวิต อยู่ในเรือนจำเกซอน ซิตี ที่ก่อสร้างเมื่อ 6 ทศวรรษที่แล้วสำหรับ นักโทษ 800 คนเท่านั้น นักโทษ จึงแย่งชิงพื้นที่กันแบบไม่หยุดหย่อน ผลัดกันนอนบนพื้นซีเมนต์แตกๆ ของสนามบาสเก็ตบอลกลางแจ้ง ตามขั้นบันได ใต้เตียง หรือนำผ้าห่มเก่าๆ มาผูกเป็นเปลญวน แต่ถึงทำขนาดนี้แล้ว ก็ยังแน่นเหมือนปลากระป๋อง นักโทษไม่สามารถยืดแข้งยืดขาได้อย่างเต็มที่
วันใดฝนตก สภาพจะแย่ลงอีก เพราะไม่สามารถใช้สนามบาสเก็ตบอลที่โดยรอบเป็นอาคารห้องขัง 4 ชั้น เป็นที่หลับนอนได้ ยังไม่ต้องพูดถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์จากห้องน้ำและขยะเน่าเหม็นจากคลองที่อยู่ใกล้เคียง
รัฐบาลไม่มีงบประมาณมากนักสำหรับเรือนจำ แต่ผู้รับผิดชอบพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้ชีวิตของ นักโทษ ไม่ได้แย่จนเกินไป เช่น จัดแข่งขันเต้นรำ และกิจกรรมฟื้นฟูอื่นๆ ซึ่ง นักโทษ หลายคนยอมรับว่า สถานการณ์ในสองสามปีมานี้นับว่าดีขึ้น ทั้งอาหารและโครงการฟื้นฟู
สถาบันนโยบายอาชญากรรม ในกรุงลอนดอน ระบุว่า ระบบทัณฑสถานฟิลิปปินส์ ติดอันดับแออัดที่สุดเป็นอันดับสามของโลก ขณะข้อมูลรัฐบาลพบว่า เรือนจำทั่วประเทศจองจำ นักโทษ จำนวนมากกว่าความจุตอนที่สร้างไว้กว่า 5 เท่า
สถานการณ์จะเลวร้ายลงอีกมาก และอย่างรวดเร็ว ภายใต้สงครามล้างบางอาชญากรรมของประธานาธิบดีดูเตร์เต เมื่อตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดเพิ่มอีกกว่า 4,300 คน นับจากผู้นำใหม่เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 30 มิถุนายน และทำให้ประชากรในคุกที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดีแต่ยังไม่มีคำพิพากษา พุ่งพรวดอีก 300 คน
เรย์มุนด์ นาร้าก นักวิชาการด้านอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยเซาเทิร์น อิลลินอยด์ ในสหรัฐ กล่าวว่า ถ้าสภาพแบบเรือนจำเกซอน ซิตี เกิดขึ้นในสหรัฐ จะเกิดจลาจลทุกวัน จากนั้น ศาลจะประกาศว่าสภาพคุกไม่เหมาะกับการอาศัยอยู่ของมนุษย์ หากรัฐบาลประธานาธิบดีดูเตร์เต ไม่มีแผนการรองรับสร้างเรือนจำใหม่ ไม่เพิ่มงบประมาณ ไม่เพิ่มศาล และอัยการ ระบบจะระเบิด และจะเกิดวิกฤติมนุษยธรรม
เรย์มุนด์ นาร้าก
นักวิชาการวัย 41 ปีคนนี้ พูดจากประสบการณ์ของตนเอง เพราะเคยถูกคุมขังในเรือนจำเดียวกันนี้ เมื่อปี 2538 ขณะอายุ 20 ปี หลังถูกกล่าวหาฆาตกรรมนักศึกษาจากวิทยาลัยคู่อริ แต่กว่าศาลจะตัดสินยกฟ้องเขา ใช้เวลาถึง 7 ปี ซึ่งนี่เป็นเวลาการพิจารณาคดีโดยเฉลี่ยในฟิลิปปินส์ และเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหา นักโทษ ล้นคุก
ส่วน ดีมาคูลังงัน (นามแฝง )ซึ่งกล่าวถึงในตอนนั้น เป็นนักโทษถูกจองจำยาวนานที่สุดในเรือนจำเกซอน ซิตี หลังถูกแจ้งข้อหาฆาตกรรมญาตินักการเมืองเมื่อปี 2544 เขาปฏิเสธข้อหาแต่ไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ในศาล เพราะเฉลี่ยได้ขึ้นศาลไต่สวนปีละครั้งเท่านั้น ด้วยระบบยุติธรรมของประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องขาดแคลนผู้พิพากษา และห้องพิจารณาคดี
ในอดีต นักโทษรายนี้ยังมีกำลังใจเวลาได้ยินว่า มีกำหนดวันไต่สวน แต่หลังจากผิดหวังซ้ำซาก ยกเลิกบ้าง เลื่อนบ้าน เวลานี้ หมดความสนใจและไม่มีความหวังอีกต่อไปว่าจะได้อิสรภาพ
------------------
(ภาพ : เอเอฟพี)



