ข่าว

เหยื่อซัด หมอเปรม แก้ตัวดิ้นหนีตาย

เหยื่อซัด หมอเปรม แก้ตัวดิ้นหนีตาย

30 ก.ค. 2559

ผู้สื่อข่าว 1 ใน 5 โดน หมอเปรม กักตัว ซัดกลับเฟซไลฟ์ แก้ตัว ดิ้นเฮือกสุดท้ายต่อยอดลมหายใจ ควรปฏิรูปตนเองให้สง่างามก่อนจี้ปฏิรูปสื่อ

 

               30 ก.ค. 59  หลังจากกักขังและจับผู้สื่อข่าวถอดกางเกง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยื่นศาลอนุมัติออกหมายเรียก หมอเปรม นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีต ส.ส.ขอนแก่น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ให้มารับทราบข้อหาในวันที่ 1 สิงหาคม ตามที่ข่าวเสนอนั้น 

               ล่าสุด นายปราโมทย์ ศรีบุระ ผู้สื่อข่าวช่อง 3 กล่าวตอบโต้ หมอเปรม ที่พูดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่า ในฐานะ 1 ใน 5 ผู้สื่อข่าวที่โดนกักตัวไว้ในห้องทำงาน แล้วยังถอดกางเกงผู้สื่อข่าว ถามว่า หมอเปรม ยังกล้าเฟซบุ๊กไลฟ์สื่อสารกับคนทั้งประเทศเพื่อแก้ตัวตามแบบฉบับนักการเมือง ซึ่งตนไม่ได้หมายถึงนักการเมืองทั้งหมด เพราะนักการเมืองดีมีจำนวนมาก ทั้งนี้การใช้เฟซบุ๊กไลฟ์มองว่าเป็นตลกร้ายของประชาชนทั้งประเทศ เป็นการดิ้นหนีตายเฮือกสุดท้ายต่อยอดลมหายใจ ซึ่งตลอดเวลาที่ชี้แจงนั้น สังเกตดูความคิดเห็นที่ขึ้นมาทางหน้าจอเรื่อยๆ มีแต่คำตำหนิมากกว่าคำชม โดยเฉพาะต้องการคำตอบเรื่องภาพที่ว่อนออนไลน์และข้อเท็จจริงถอดกางเกงผู้สื่อข่าว แต่ยังมาแก้ตัวอีกว่าไม่ได้ทำ

               ส่วนที่ หมอเปรม แจ้งความไว้ที่ สภ.บ้านไผ่ กล่าวหาสื่อบุกรุกและข่มเหงบีบคั้นจิตใจให้แถลงข่าวที่ไร้สาระ มองว่าเป็นเรื่องตลกเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องกฎหมาย เพราะสำนักงานเทศบาลเป็นสถานที่ราชการเป็นที่สาธารณะ ใครๆ ก็สามารถเข้าออกเพื่อติดต่อราชการได้ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า ส่วนการขอสัมภาษณ์ก็กลับหาว่าผู้สื่อข่าวบังคับจิตใจ ถ้าไม่อยากแถลงก็บอกว่าไม่แถลง ใครจะไปบังคับได้

               “กรณี หมอเปรม ไปยื่อ กสทช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ใช้มาตรา 44 ปิดสื่อและปฏิรูปสื่อ เห็นว่า หมอเปรม น่าจะกลับไปปฏิรูปตัวเองให้มีความสง่างามก่อน จากนั้นค่อยมาปฏิรูปสื่อน่าจะเหมาะสมกว่า”

 

 

 

โวย หมอเปรม ใช้อำนาจปลดดะ

               มีรายงานแจ้งว่า กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ยังคงจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งมีทั้งฝ่ายเชื่อและไม่เชื่อ เพราะภาพลักษณ์ของ หมอเปรม ถือเป็นนักการเมืองที่น่าจับตาและมีอนาคต แต่หลังจากมีภาพนั่งคู่กับสาววัยรุ่นว่อนโลกออนไลน์ ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ รวมถึงเหตุการณ์คุกคามสื่อด้วย โดยส่วนใหญ่คนในพื้นที่และผู้นำในพื้นที่ต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน

               ทั้งนี้ เฟซบุ๊กไลฟ์ หมอเปรม ได้มีการพูดจาตอบโต้นายเดชดำรง สิงคลีบุตร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น (ส.อบจ.ขอนแก่น) ว่า กำลังเล่นการเมือง แต่ไม่ยอมชี้แจงถึงภาพที่นั่งคู่กับสาววัยรุ่น ทำให้คนในพื้นที่ต้องการให้พิสูจน์ความจริงมากขึ้น

               ด้าน นายวัลลภ วัฒนาคมประทีป อดีตประธานชุมชนศาลเจ้าเทศบาลเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้ออกมาร้องทุกข์เนื่องจากตนและอดีตประธานชุมชนต่างๆ รวม 13 คน ถูก หมอเปรม ใช้อำนาจโดยมิชอบและไม่เป็นธรรม สืบเนื่องจากช่วงประมาณเดือนมีนาคม 2558 เทศบาลเมืองบ้านไผ่ได้มีหนังสือฉบับแรกแจ้งให้ประธานชุมชนต่างๆ ซึ่งหมดวาระในวันที่ 28 ตุลาคม 2557 แล้วประกาศให้ประธานชุมชนและทุกคนที่ต้องการเลือกตั้งเป็นประธานชุมชนให้ไปลงชื่อที่ศาลาประชาคม แต่ต่อมาเทศบาลยกเลิกคำสั่งดังกล่าว และมีหนังสือให้ประธานชุมชนที่หมดวาระรักษาการไปก่อนจนกว่าจะมีประกาศคำสั่งจาก คสช. เพราะคำสั่ง คสช.ประกาศไม่ให้มีการเลือกตั้ง

               หลังจากนั้นประมาณ 3 วัน อยู่ๆ ก็แต่งตั้งและประกาศรายชื่อประธานผู้นำชุมชนจำนวน 26 ชุมชน ซึ่งไม่มีการเลือกตั้ง โดยปลดประธานชุมชนเก่าออก 13 คน รวมถึงตนด้วย และยังตั้งชุมชนขึ้นมาใหม่อีก 13 ชุมชน ทั้งที่ประชากรเท่าเดิม ทำให้เทศบาลเมืองบ้านไผ่มีทั้งหมด 39 ชุมชน ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นการกระทำที่ใช้อำนาจโดยไม่ชอบ กลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งที่ตนได้รับใช้ประชาชนในฐานะประธานชุมชนมา 8 ปี ก็ยังไม่เคยเห็น อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเรื่องดังกล่าวพวกเรากลุ่มประธานชุมชนที่ถูกปลดอย่างไม่เป็นธรรมจะเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น เพื่อรักษาศักดิ์ศรี แต่ในที่สุดก็ปรึกษากันว่า ถ้าหากไปแล้วชนะจะได้อะไร นอกจากศักดิ์ศรี เพราะทุกคนไม่สามารถร่วมงานกับ หมอเปรม ได้อีก

               นายวัลลภ กล่าวอีกว่า กระแสชาวบ้านยังคงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องภาพคู่สาววัยรุ่น และเรื่องกักขังจับผู้สื่อข่าวแก้ผ้า ซึ่งผู้บริหารไม่ควรกระทำ อีกทั้งภาพที่โพสต์กันนั้น ฝ่ายหญิงทราบว่าเป็นนักเรียน ส่วนตัวถามว่าผิดไหม ก็ไม่ผิดหรอก แต่เมื่อเป็นผู้บริหารเป็นคนสาธารณะจะต้องมีจิตสำนึกมีคุณธรรมจริยธรรมด้วย ทั้งนี้ ในการสอบสวนข้อเท็จจริงทางหน่วยงานควรเข้าไปสืบเสาะหาหลักฐานเพิ่มเติมในพื้นที่ด้วย เพราะในกรณีคล้ายกันนี้ ใครจะไปรู้ว่าอาจยังมีอีกหลายรายที่มีส่วนเกี่ยวพันในลักษณะเช่นนี้ ซึ่งคนที่รู้ข้อมูลก็ไม่กล้าออกมาพูด

               ขณะที่ นายเดชดำรง สิงคลีบุตร ส.อบจ.ขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากออกมาเปิดเผยข้อมูลก็ยอมรับว่ากลัวเหมือนกัน แต่เชื่อว่าได้กระทำในสิ่งที่ถูกต้องและถึงเวลาแล้วที่จะต้องล้างบ้านให้สะอาด พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้ตำรวจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้สอบสวนความจริงออกมาให้ชัดเจน โดยเฉพาะนางปวีณา หงสกุล มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ต้องลงมารับเรื่องและตรวจสอบเพื่อศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง

               นายเดชดำรง กล่าวถึงกรณี หมอเปรม พูดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์พาดพิงถึงว่าเป็นเรื่องทางการเมือง ว่า ถือว่า หมอเปรม กำลังพยายามเบี่ยงเบนประเด็น และการที่ตนออกมาในฐานะศิษย์เก่าของโรงเรียน ขก.5 บ้านไผ่ เพื่อปกป้องเกียรติศักดิ์ศรีของโรงเรียน อีกทั้งในฐานะที่เป็นสมาชิก อบจ.ขอนแก่น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ หมอเปรม ต้องตอบสังคมให้ได้คือรูปคู่กับสาววัยรุ่น และการกระทำที่ไม่เหมาะสมกับผู้สื่อข่าว

               “ผมจะติดตามให้ถึงที่สุด เพราะเชื่อในความยุติธรรมและคุณธรรมของกระบวนการตรวจสอบ จึงขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ใช้ มาตรา 44 สั่งให้ หมอเปรม หยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวน เพราะเชื่อว่ายังมีคนที่ต้องการออกมาพูดแต่ไม่กล้า เพราะยังอยู่ในอำนาจ แต่หากให้หยุดพักชั่วคราวแล้วให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ เชื่อว่าความจริงที่ประชาชนไม่คาดคิดจะปรากฏออกมาในอีกไม่ช้า”

               ขณะที่ นายกิตติ บุญเชิด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 25 (สพม.เขต 25) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีมติให้ปลด หมอเปรม ออกจากประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนบ้านไผ่ และให้ยุติการเป็นอาจารย์สอนพิเศษที่โรงเรียน ว่า เรื่องดังกล่าวยังมาไม่ถึง แต่โรงเรียนบ้านไผ่ได้ประสานทางวาจาไว้ล่วงหน้าแล้ว หากได้รับเรื่องก็จะสืบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง เพื่อรวบรวมหลักฐานส่งไปยังคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เมื่อ กศจ.มีมติอย่างไรก็จะส่งมติดังกล่าวกลับมาที่ตนอีกครั้ง เพื่อให้ตนในฐานะ ผอ.สพม.เขต 25 ลงนามต่อไป

               ด้าน นายวทัญญู ภูชาดา ผอ.ร.ร.บ้านไผ่ศึกษา กล่าวว่า เรื่องนี้จะรีบประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยด่วน เพื่อพิจารณามีมติร่วมกัน จากนั้นจะเสนอเรื่องไปยัง สพม.เขต 25 เพื่อให้ดำเนินการต่อไป เนื่องจากโรงเรียนไม่มีอำนาจในการไปสั่งปลด