ข่าว

คลอดแพลตฟอร์มหนุนอุตฯ ท่องเที่ยว

คลอดแพลตฟอร์มหนุนอุตฯ ท่องเที่ยว

29 ก.ค. 2559

ซิป้าจับมืออุตฯ ท่องเที่ยว พลิกวิกฤติไอทีเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมท่องเที่ยวโลก เตรียมออกมาตรฐานระบบค้นหาตำแหน่ง ท่องเที่ยว ของไทยรองรับการสืบค้นทุกระบบ


               นายศุภชัย จงศิริ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ SIPA เปิดเผยว่า การที่ธุรกิจ ท่องเที่ยว นำระบบไอทีมาใช้ ทำให้พฤติกรรมของนัก ท่องเที่ยว เปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก เกิดผู้เล่นรายใหม่เข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจ ท่องเที่ยว และสร้างปัญหาในระดับเชิงนโยบายใหม่ๆ เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว อย่างที่ภาครัฐและอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว ไม่อาจเมินเฉยได้อีกต่อไป

               ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การเติบโตของระบบเสิร์ชเอ็นจิ้นในรูปแบบต่างๆ กับระบบการพิมพ์ชื่อค้นหาจุด ท่องเที่ยว ของประเทศไทย หลายครั้งที่การกำหนดแหล่งค้นหาของประเทศไทยไม่สามารถดึงข้อมูลผู้ประกอบการที่แท้จริงออกมาให้ผู้สืบค้นได้ ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจไป ซึ่งการกำหนดรหัสสืบค้นที่เป็นมาตรฐานจะช่วยเหลืออุตสาหกรรม ท่องเที่ยว ไทยทั้งประเทศได้ แต่จะให้ผู้ประกอบการ หรือหน่วยงาน ท่องเที่ยว ที่ไม่คุ้นเคยกับโลกดิจิตอลมาจัดการตั้งมาตรฐานรหัสนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ ความช่วยเหลือในเชิงนโยบายเช่นนี้จำเป็นที่จะต้องมีตัวกลางเช่น SIPA และพันธมิตรทั้งหลายเข้ามาแก้ไข

               อีกปัญหาหนึ่งก็คือ การเติบโตของเว็บไซต์จองโรงแรมชื่อดังทั่วโลก ทั้งที่มีจำนวนมาก และมีระบบการใส่ข้อมูลการจองที่ทางโรงแรมต้องมาดำเนินการเอง รวมถึงระบบการตั้งราคา และการให้ส่วนแบ่งต่างๆ ได้สร้างปัญหาให้กับผู้ประกอบการโรงแรมทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย จนเกิดมีธุรกิจตัวกลางรับทำหน้าที่กรอกข้อมูลและเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการซื้อขายในเว็บและแอพพลิเคชันของระบบจองโรงแรม ซึ่งเราเรียกตัวกลางนี้ว่า Hotel Channel Management

               ยิ่งเว็บไซต์และแอพพลิเคชันจองโรงแรมที่พักเติบโตมากขึ้น ระบบ Hotel Channel Management ก็เติบโตตามไปด้วย ก็ยิ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายของโรงแรม และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องเช่น บริษัททัวร์ต่างๆ ฯลฯ ต้องปันส่วนแบ่งรายได้ให้กับระบบเหล่านี้ ที่สำคัญคือรายได้จากส่วนแบ่งจากอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว ไทยที่แบ่งไป รัฐบาลไม่สามารถเก็บภาษีรายได้ในส่วนนี้เลย เป็นการนำเงินออกโดยที่ไม่มีส่วนให้กับเศรษฐกิจไทย

               นอกจากนั้น ก็คือการขาดแพลตฟอร์มกลางให้กับผู้ขายรายย่อยระดับเอสเอ็มอีในอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว ให้กับบริษัททัวร์เอเย่นต์ที่มีอยู่ทั่วโลก เพราะระบบการขายแพคเกจท่องเที่ยวในปัจจุบันบริการต่างๆ ของ ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการขายของที่ระลึก การให้เช่ารถ การให้เช่าเรือท่องเที่ยว และอื่นๆ ขึ้นอยู่กับบริษัททัวร์เอเย่นต์ ซึ่งมักจะเป็นการติดต่อกับระหว่างทัวร์เอเย่นต์ต้นทางกับทัวร์เอเย่นต์ปลายทาง โดยที่ทัวร์เอเย่นต์ปลายทางจะเป็นผู้กุมชะตาการนำเสนอทั้งหมดเอาไว้ ซึ่งทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีที่เกี่ยวกับการ ท่องเที่ยว ไทยจะเข้าถึงได้ยาก และมักขาดโอกาสในการตลาด จึงจำเป็นต้องมีแพลตฟอร์มที่รวบรวมสินค้าและบริการของ SMEs การ ท่องเที่ยว ไทยรวมกันขึ้นมา เพื่อเป็นทางเลือกให้เอเย่นต์ต่างๆ ทั่วโลก ได้ใช้เป็นทางเลือก

               "SIPA ได้ใช้เวลาถึง 2 ปีในการสร้างแพลตฟอร์มทางด้านไอทีเพื่อรองรับปัญหาการ ท่องเที่ยว ไทย ทั้งเพื่อกำหนดสิ่งที่ควรเป็นมาตรฐาน สิ่งที่จะเกิดประโยชน์กับประเทศไทยในระยะยาว และช่วยเหลืออุตสาหกรรม ท่องเที่ยว ในระดับรากหญ้า โดยมองที่ไอทีจะเข้าไปแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ซึ่งนี่เกิดจากการที่ SIPA ลงลึกเข้าไปในอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว จริงๆ เข้าไปค้นหาปัญหาและหาทางแก้ไขให้ถูกจุดที่สุด"

               ปัจจุบันโครงการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการ ท่องเที่ยว ในระดับสากล หรือ Tourism Thailand Open Platform ที่เรียกสั้นๆ ว่า ToTOP บางส่วนอยู่ระหว่างการพัฒนา บางส่วนอยู่ระหว่างการรอประกาศใช้ ซึ่งภายใน 3 เดือนข้างหน้าทั้งหมดที่วางแผนไว้จะดำเนินการเสร็จสิ้น และในช่วง 3 เดือนนี้ SIPA กับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งทำความเข้าใจกับภาคธุรกิจ ท่องเที่ยว ที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ โดยคาดว่าจะมีเอเย่นต์ ท่องเที่ยว จากต่างประเทศเข้าร่วมมากกว่า 300 แห่ง และจะมีเอเย่นต์ ท่องเที่ยว ในประเทศเข้าร่วมมากกว่า 50% ในช่วงนี้

               นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการ ท่องเที่ยว และกีฬา เปิดเผยว่า แม้เทคโนโลยีปัจจุบันจะเริ่มเอื้อให้ธุรกิจขนาดเล็กได้เข้าถึงลูกค้าต่างๆ ด้วยต้นทุนที่น้อยลงและเปิดกว้างมากขึ้น แต่สำหรับในอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว การที่ธุรกิจขนาดเล็กจะต่อสู้กับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างองค์กรทางอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว รองรับ ไม่ว่าจะเป็นระบบเอเย่นต์ทั้งในและต่างประเทศที่เชื่อมถึงกัน ระบบการซื้อขายแบบ Business to Business หรือ B2B ที่ทำให้เกิดแพคเกจการขายในราคาที่ต่ำ และอื่นๆ ก็ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีเส้นสาย หรือไม่ได้ทำตามข้อกำหนดของเอเย่นต์ใหญ่ ไม่สามารถส่งสินค้าและบริการของตนเองไปยังนัก ท่องเที่ยว ทั้งหลายได้

               หากพิจารณาจากการ ท่องเที่ยว รูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวเสริมแล้ว การ ท่องเที่ยว แบบ individual หรือแบบส่วนตัวจะเพิ่มมากขึ้น (FIT) จะมีการค้นหาสินค้าและบริการต่างๆ จากเสิร์ชเอ็นจิ้น และแอพพลิเคชันใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งถ้าหากปล่อยตามธรรมชาติแล้ว ธุรกิจเล็กๆ กลุ่มนี้จะไม่สามารถสร้างตลาด หรือสร้างเครือข่ายออนไลน์ และช่องทางที่ไฮเทคขึ้นมาเองได้อย่างแน่นอน โดยแนวโน้มที่จะค่อยๆ เกิดขึ้นก็คือ จะมีผู้ผลิตตลาดออนไลน์ หรืออื่นๆ ขึ้นมาเพื่อชิงส่วนแบ่งกำไร เป็นค่าการตลาดของสินค้าและบริการ ท่องเที่ยว ไทยขึ้นมาอีกเหมือนเช่นที่ผู้ให้บริการทางด้านโรงแรมประสบมาแล้ว

               ดังนั้นแนวทางแก้ไขที่ SIPA ร่วมหารือกับกระทรวงการ ท่องเที่ยว และกีฬามาตลอดก็คือ ทำอย่างไรให้เปิดโอกาสให้ธุรกิจเล็กๆ กลุ่มนี้ได้มีโอกาสจากเทคโนโลยีใหม่ๆ และพฤติกรรมการบริโภคใหม่ๆ ของนัก ท่องเที่ยว รวมถึงการเข้ามาใช้ระบบไอทีของพวกเอเย่นต์ทัวร์ต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งข้อสรุปส่วนหนึ่งคือ การต้องมีแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายแบบ B2B ที่ต้องรองรับกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กแบบเปิดเสรี