
ผ่าแผนสะท้านโลกันตร์ของซีไอเอผ่านเฟตตุลเลาะห์ กูเลน (จบ)
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
จะว่าไปแล้วข้อมูลลับสุดยอดที่ว่า3 อดีตบิ๊กซีไอเอ.ได้ช่วยกันปั้นเฟตตุลเลาะห์ กูเลนจนกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลในตุรกีและในโลกมุสลิมรวมทั้งเป็นคนวางแผนจะยึดอำนาจประธานาธิบดีเรเจ๊บ ไตยิบ แอร์ดวน ที่นักวิจัยและนักวิชาการหลายคนรวมไปถึงวิลเลี่ยม อิงดาห์ล นักวิจัยด้านภูมิศาสตร์การเมืองนำไปอ้างอิงนั้นส่วนใหญ่มาจากซีเบล เอ็ดมันด์ อดีตล่ามภาษาตุรกีอาเซอร์ไบจันและฟาร์ซีให้กับเอฟบีไอในช่วงระหว่างและหลังเหตุการณ์ถล่มอาคารเวิร์ลเทรดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2541 ผู้เป็น ”พรายกระซิบ”ให้โลกรู้ถึงความลับสุดยอดซึ่งเธอได้รับรู้จากการทำงานเป็นล่ามมาหลายปีรวมทั้งจากอีเมล์ลับและหลักฐานอื่นๆที่ชี้ไปทางเดียวกันว่าซีไอเอได้สนับสนุนเครือข่ายก่อการร้ายข้ามชาติและองค์กรอาชญากรรมหลายกลุ่ม
ในเอกสารบันทึกการแปลของเธอเผยว่ามีเครือข่ายอาชญากรรมรวมไปถึงเครือข่ายค้ายาเสพย์ติดนอกตุรกีและผู้ก่อการร้ายในและรอบๆกลุ่มอัลกออิดะห์ได้แทรกซึมไปถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของรัฐบาลวอชิงตันรวมไปถึงเพนตากอน ซีไอเอและเอฟบีไอ และคนกลุ่มนี้ได้ร่วมกันแอบขายอาวุธรวมไปถึงอาวุธนิวเคลียร์ ยาเสพย์ติดและ ฯลฯ ที่สำคัญก็คืออาชญากรเหล่านั้นต่างได้รับการคุ้มครองจากตำรวจลับ ซีเบล เอ็ดมันด์ เผยว่าเธอพยายามเรียกร้องเอฟบีไอให้สนใจเรื่องนี้ เพราะเชื่อว่าเป็นเรื่องการสมคบคิดกันภายในองค์กรใหญ่ๆแต่ปรากฎว่าไม่มีใครสนใจ
เธอยังได้วิจารณ์กระบวนการสร้างสาธารณรัฐตุรกีใหม่ที่แกรมห์ ฟุลเลอร์ อดีตนักวิเคราะห์มือฉมังของซีไอเอได้เขียนไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งเมื่อปี 2551 ชื่อ“The New Turkish Republic: Turkey as a Pivotal State in the Muslim Worldหรือ”สาธารณรัฐตุรกีใหม่:ตุรกีในฐานะรัฐสำคัญในโลกมุสลิม” ว่ากระบวนการสร้างสาธารณรัฐตุรกีใหม่ ซึ่งวางแผนนก่อนเกิดเหตุการณ์ 9/11 และแน่นอนคงอยู่ใต้การชี้นำของกูเลน จะให้ตุรกีเป็นพระเอก โดยมีปากีสถาน อัฟกานิสถานเป็นพระรอง ส่วนซาอุดีอาระเบียเป็นหุ้นส่วนหรือตัวแทนหรือพันธมิตร พร้อมกันนี้ก็จะใช้โอซามา บิน ลาเดน ผู้นำกลุ่มอัล กออิดะห์และตาลีบันและกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มอื่นๆเป็นกลุ่มตัวแทน โดยจะทำในนามของการปฏิวัติอิสลาม
ท้ายสุดซีเบล เอ็ดมันด์ได้นำข้อมูลลับเหล่านั้นมาเขียนไว้ในหนังสืออัตถชีวิตประวัติของเธอเอง แต่กลับถูกซีไอเอ.และเอฟบีไอ สั่งเซนเซอร์จนเละเทะอ้างว่าเป็นความลับของทางการราชการ กระทั่งห้องสมุดรัฐสภาของสหรัฐให้สมญาเธอว่าเป็นนักเขียนที่ถูกปิดปากมากที่สุดในประวัติศาสตร์
ในเวบไซต์ www.engdahl.oilgeopolitics.net ของวิลเลียม อิงดาห์ล ผู้เขียนหนังสือเรื่อง A Century of War: Anglo-American Oil Politics in the New World Order หรือ”ศตวรรษแห่งสงคราม:การเมืองเรื่องน้ำมันของแองโกล-อเมริกันในการจัดระเบียบโลกใหม่” ได้อ้างข้อมูลของซีเบล เอ็ดมันด์ ว่า 3 อดีตบิ๊กซีไอเอ.ที่ช่วยกันปั้นกูเลน นอกจากฟุลเลอร์แล้ว คนสำคัญอีกคนหนึ่งก็คือมอร์ตัน อับราโมวิตซ์ ซึ่งมักจะอ้างกันแค่ว่าเป็นสายของซีไอเอ.แต่จริงๆมีตำแหน่งและหน้าที่สำคัญๆ เคยเป็นกรรมการบอร์ดของรัฐสภาสหรัฐที่ให้ทุนสนับสนุนองค์กรส่งเสริมประชาธิปไตยแห่งชาติ (เอ็นดีดี) หรือกลุ่มนักวิชาการสมุนซีไอเอ. อีกทั้งยังร่วมมือกับจอร์จ โซรอสช่วยกันก่อตั้งกลุ่มวิกฟติระหว่างประเทศ (ไอซีจี) ทั้ง 2 กลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการ“ปฏิวัติสี” ต่างๆ นับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตเมื่อช่วงทศวรรษ 2533 จากการปฏิวัติอ็อคปอร์ในไซบีเรียไปจนถึงการปฏิวัติสีส้มหรือออเรนจ์ เรฟโวรูชั่นในยูเครน การยึดอำนาจในยูเครนเมื่อปี 2556-2557 เรื่อยไปจนถึงการปฏิวัติสีเขียวในอิหร่านเมื่อปี 2552 ตลอดจนการปฏิวัติดอกบัวที่จตุรัสตอฮีรีในอิยิปต์เมื่อปี 2554
วิลเลียม อิงดาห์ล ยังให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่าการที่สหรัฐและกูเลนกล่าวหาประธานาธิบดีแอร์ดวนว่ามีเรื่องอื้อฉาวพัวพันกับการทุจริตฉ้อฉลครั้งใหญ่นั้น ตอนแรกเพียงแค่ต้องการจะสกัดกั้นไม่ให้แอร์ดวนได้ชัยชนะในการเลือกตั้งแต่ก็ผิดหวังไม่สามารถสกัดแผนก้าวสู่อำนาจได้ ส่วนเรื่อง”อื้อฉาว”แท้จริงของแอร์ดวนที่ถูกปกปิดเป็นความลับก็คือการที่เจ้าตัวไม่สนใจมาตรการของสหรัฐที่แซงค์ชั่นน้ำมันจากอิหร่าน ยังคงซื้อขายน้ำมันกับเตหะราน สร้างความไม่พอใจยิ่งให้กับวอชิงตัน
ขณะที่พอล วิลเลียมส์ ผู้เคยเขียนบทความชิ้นหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้วเรื่อง:World’s ‘Most Dangerous Islamist’ Alive, Well, and Living in Pennsylvaniaหรือ “อิสลามิสต์ผู้ยังมีชีวิตอยู่ที่อันตรายที่สุดในโลกและยังคงอยู่ดีกินดีในเพนซิลเวเนีย” รวมทั้งเขียนหนังสือระดับเบสต์เซลเลอร์หลายเล่ม อาทิ “The Day of Islam: The Annihilation of America and the Western World,The Al Qaeda Connectionนอกเหนือจากไปออกรายการข่าวของเอบีซี, ซีบีเอส, ฟ็อกซ์นิวส์ เอ็มเอสเอ็นบีซี และเอ็นพีอาร์ อยู่บ่อยครั้ง
เผยว่าได้คุยกับนักข่าวตุรกีหลายคนที่มีความสัมพันธ์กับตำรวจที่เป็นสาวกของกูเลนต่างยอมรับว่าคำสอนของกูเลนได้ซึมเข้าไปในวงการตำรวจ หน่วยข่าวกรอง วงการศึกษาและหน่วยงานสำคัญๆของราชการ สาวกเหล่านี้จะค่อยๆกำจัดทหารชาตินิยม สหภาพแรงงานและฆราวาสที่คัดค้านการตั้งรัฐศาสนาขึ้นในตุรกีด้วยการจับกุม ไล่ออกหรือปิดปาก ไม่นับรวมการถอนรากถอนโคนกลุ่มผู้มีแนวคิดที่การแยกศาสนาออกจากการเมืองที่ฝังรากลึกมานานกว่า 90 ปี
สาวกของกูเลนบางคนยอมเปิดเผยว่ากูเลนเคยสอนว่าสาวกทุกคนจะต้องอำพรางตัวเองระหว่างการเคลื่อนไหว พยายามอย่าให้ตกเป็นเป้าสายตาของใคร รวมทั้งยังสอนว่าไม่ควรปฏิเสธความจริงแต่ต้องไม่นำความจริงนี้ไปพูดที่อื่นไม่ว่ากับใครหรือในเวลาไหน เนื่องจากเวลายังไม่สุกงอมมากพอที่จะเปิดเผยความจริง ตลอดจนยังสอนเคล็ดลับการปฏิเสธหรือเลี่ยงการพูดความจริงเพื่อประโยชน์ของขบวนการด้วยการปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการหรือชุมชนหากถูกตั้งข้อหาและกลายเป็นข่าวขึ้นมา ที่สำคัญก็คือจะต้องระวังไม่ให้ข้อมูลกับอีกฝ่าย ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความอดทนและการปิดปากนิ่งเงียบรอจนกว่าเมื่อสถานการณ์สุกงอมหรือจนสถาบันจะสามารถยึดอำนาจได้แล้ว
กูเลนยังล้างสมองสาวกให้หลงเชื่อว่าเป็นเรื่องชอบธรรมที่สากวกกูเลนจะใช้ใครสักคนมาเป็นประโยชน์ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร เป็นอาชญากรหรือเผด็จการ ตราบใดที่จะช่วยให้ขบวนการนี้พัฒนาก้าวไกลไปเรื่อยๆ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือการสนับสนุนประธานาธิบดีของเติร์กเมนิสถาน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเผด็จการแต่ก็ไม่ขัดขวางขบวนการกูเลน และด้วยด้วยเหตุผลนี้ ขบวนการกูเลนจึงไม่ปฏิเสธซีไอเอ เพราะจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนจากโรงเรียนกูเลนในต่างประเทศสามารถเดินทางเข้าสหรัฐได้ง่ายดายกว่าคนอื่น โรงเรียนของกูเลนบางโรงเรียนถึงกับมีความสัมพันธ์กับสถาบันการศึกษาอื่นๆในสหรัฐ กระทั่งมีโครงการให้ทุนนักศึกษามาเรียนที่นี่
นอกเหนือจากซีไอเอแล้ว กูเลนยังใช้ประโยชน์จากกลุ่มชุมชนชาวยิวในสหรัฐที่มีสายสัมพันธ์กันและทั่วโลกผ่านหนักธุรกิจที่ร่ำรวยที่สุดในโลกผู้หนึ่งซึ่งเป็นเป็นชาวยิวเติบโตในตุรกีเป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารยบริษัทอาลาร์โค โฮลดิ้ง ความสัมพันธ์ใกล้ชิดนี้ลึกซึ้งถึงขนาดหากกูเลนมีปัญหาอะไรก็ขอความช่วยเหลือได้ทันทีรวมทั้งเป็นคนกลางในการเจรจาต่อรองกับรัสเซียด้วย
ขณะเดียวกัน เวบไซต์หลายเวบไซต์ได้เปิดเผยสถานที่ลี้ภัยของกูเลนบนเนื้อที่ 28 เอเคอร์บริเวณภูเขาโปโคโนในเมืองเซย์ลอร์สเบิร์ก ทางตะวันออกของรัฐเพนซิลเวเนียว่าเป็นเสมือนป้อมค่ายที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา จนทำให้ตอนแรกคนในพื้นที่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นที่พักของนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลหรือสายลับอเมริกัน แทบจะไม่มีใครคิดว่าเป็นที่กบดานของอิสลามิกสุดโต่งจากตุรกี ที่แปลกไปกว่านั้นก็คือทั้งๆที่สื่อต่างรู้ว่าเป็นที่พักของผู้นำมุสลิมที่โลกรู้จักกันดีในฐานะผู้วางแผนล้มรัฐบาลฆราวาสของหลายประเทศ รวมทั้งเป็นเจ้าของทุนสร่างโรงเรียนสอนศาสนาทั่วเอเชีย ยุโรปและสหรัฐแต่สื่อยักษ์ใหญ่ยักษ์เล็กต่างไม่คิดจะนำเสนอสารคดีข่าวเยี่ยมบ้านพักของกูเลนแม้แต่น้อย เหมือนกับถูกปิดหูปิดตาหรือปิดปากไว้แน่น
บนที่ดินที่เซย์ลอร์สเบิร์กซึ่งรู้จักกันในชื่อ ”เซมาตี” หรือชุมชนหรือเรียกง่ายๆว่าแคมป์ เป็นศูนย์กลางใหญ่ของขบวนการเคลื่อนไหวทางศาสนา สังคมและการเมืองจะประกอบด้วยกระท่อมที่พัก จำนวนมากรายล้อมด้วยตัวอาคารหลายแห่ง รวมไปถึงห้องสันทนาการ หอพัก เคบินสำหรับแขกทรงเกียรติชาวต่างชาติ ในกระท่อมหลังหนึ่งได้ติดตั้งจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ซึ่งจะฉายภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดทั่วทุกหนแห่ง นอกจากนี้ยังมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์และสนามซ้อมยิงปืน เพื่อนบ้านแถวนั้นต่างร้องเรียนว่ามีแต่เสียงปืนดังติดต่อกันไม่หยุดหย่อน รวมไปถึงเสียงปืนกลจากเรือนพักและจากเฮลิคอปเตอร์ที่บินสังเกตการณ์ในระยะต่ำรอบๆพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ใครลักลอบเข้ามาในเขตหวงห้าม เมื่อมีการร้องเรียนไปที่เอฟบีไอๆได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรสวจดูพื้นที่ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเพื่อยุติกิจกรรมที่ผิดกฎหมายเหล่านั้น
บางเวบไซต์เผยว่ากูเลนจะมีกองทัพองครักษ์ประจำตัวกว่า 100 คนซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอิสลามิสต์ชาวตุรกี แต่ละคนจะพกพาอาวุธที่ซ่อนอยู่ชุดสูทผูกไท ดูแล้วไม่เหมือนการแต่งกายของอิสลามิกชนทั่วไป องครักษ์เหล่านี้นอกจากจะคอยรักษาความปลอดภัยให้กูเลนแล้ว ยังพร้อมจะฟังคำสั่งของกูเลนอย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะการสั่งห้ามองครักษ์แต่งงานจนกว่จะมีอายุ 50 ปีแล้ว และเมื่อแต่งงานแล้ว คู่ครองจะต้องแต่งกายแบบอิสลามเท่านั้น
คำถามก็คือหากกูเลนไม่มีวาระซ่อนเร้นจริง ทำให้สาวกต้องปิดบังตัวเอง และทำไมรัฐบาลสหรัฐจึงทำเป็นหูหนวกตาบอดไม่รู้เรื่องป้อมค่ายของกูเลน ทำไมโรงเรียนสอนศาสนาของกูเลนจึงถูกสอดส่องอย่างใกล้ชิดจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและทำไมซีไอเอกับเอฟบีไอจึงปล่อยให้กูเลนทำลายรัฐบาลฆราวาสในตุรกีโดยไม่เข้าไปขัดขวางหรือเข้าไปแทรกแซงแต่อย่างใด แถมยังมีท่าทีเห็นได้ชัดว่าพร้อมจะปกป้องเจ้าตัวมให้พ้นจากข้อสงสัยใดๆด้วยซ้ำไป



