
ผ่าแผนสะท้านโลกันตร์ของซีไอเอผ่านเฟตตุลเลาะห์ กูเลน (ตอน 1 )
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
ไม่ใช่เรื่องแปลกใจแต่ประการใดที่ความพยายามจะยึดอำนาจรัฐบาลประธานาธิบดีรอยั๊บ ฏอยยิบ อัรดูฆอน ตามสำเนียงของมุสลิมหรือเรเซฟ เทย์ยิป เออร์โดกัน หรือเออร์ดวน ตามสำเนียงตะวันตกแห่งดินแดนสองทวีปตุรกีจะบานปลายกลายเป็นการกระทบกระทั่งระหว่างประเทศ เมื่อเออร์โดกันกล่าวหาประเทศที่สามโดยไม่ระบุชื่อแต่รู้กันว่าเป็นประเทศใดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนยึดอำนาจแต่ล้มเหลวครั้งนี้ผ่าน เฟตตุลเลาะห์ กูเลน ผู้ต้องหาหนีคุกที่ทางการตุรกีต้องการตัวมากที่สุดและขณะนี้ลี้ภัยอยู่ที่รัฐเพนซิลเวเนีย
ถึงแม้จะไม่ระบุชื่อแต่แดนดินถิ่นอินทรีผยองก็ร้อนตัวรีบปฏิเสธทันทีแถมยังดึงพันธมิตรตะวันตกมาร่วมข่มขู่ในทำนองว่าเออร์โดกันมีแผลเหวอะหวะเต็มตัวโดยเฉพาะในเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นจนทำให้กองทัพอยากเปลี่ยนผู้นำใหม่ หนำซ้ำ ยังมีการปล่อยข่าวเพื่อสร้างความสับสนว่าแท้ที่จริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นแผนปฏิวัติตัวเองของเออร์โดกันหมายจะปกปิดเรื่องที่ตัวเองสนับสนุนกลุ่มไอเอสและทุจริตคอรัปชั่นพร้อมๆกับลูกชายและครอบครัวจนถูกกระบวนการยุติธรรมยื่นฟ้องเมื่อปีที่แล้ว ที่น่าสังเกตก็คือในข่าวของสำนักข่าวตะวันตกแทนที่จะเรียกฝ่ายกบฎว่า”mutiny”หรือ”กบฎ”ที่ใช้กันมานาน กลับเรียกแบบเห็นใจว่า “putschists” หรือความพยายามจะล้มรัฐบาลอย่างสายฟ้าแล่บ อันเป็นคำใหม่ที่สื่อตะวันตกเพิ่งนำมาใช้จากเดิมที่ไม่เคยใช้คำนี้มาก่อน
ประเด็นอยู่ที่ว่าถ้ากูเลนอยู่เบื้องหลังความพยายามยึดอำนาจแต่ล้มเหลวจริง ซึ่งมีเหตุชวนเชื่อว่าน่าจะเป็นไปตามคำกล่าวหานี้ ก็ยากที่สหรัฐจะตีหน้าซื่อยืนกรานเป็นกระต่ายขาเดียวได้ ประวัติศาสตร์ในอดีตหลายต่อหลายครั้งล้วนเป็นหลักฐานยืนยันว่าแดนดินถิ่นอินทรีมักจะอยู่เบื้องหลังการล้มรัฐบาลของหลายประเทศ ส่วนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้มหาอำนาจตะวันตกไม่สามารถนิ่งเฉยได้ต่อไปก็คือการที่เออร์โดกันจู่ๆหันไปขอคืนดีกับรัสเซียถึงขนาดยอมออกปากขอโทษกรณียิงเครื่องบินรัสเซียเมื่อต้นปีโดยกล่าวหาว่าละเมิดน่านฟ้าตุรกี หนำซ้ำ ยังเตรียมตัวจะพบเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซียในต้นเดือนหน้า เหมือนกับเหยียบจมูกสหรัฐที่ร่วมมือกับพันธมิตรยุโรปพยายามปิดล้อมรัสเซียในทุกๆด้าน
สงครามน้ำลายระหว่างเออร์โดกันกับทำเนียบขาวจึงเป็นเรื่องของ”ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่” แต่ที่น่าสังเกตก็คือขณะที่สื่อตะวันตกรุมโจมตีเออร์โดกันแบบอ้อมๆอยู่นั้น เวบไซต์หลายเวบไซต์ของนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกิจการตุรกีรวมไปถึงอดีตล่ามของเอฟบีไอที่เป็นพรายกระซิบบอกข้อมูลลับสุดยอดที่แอบบันทึกไว้ระหว่างทำหน้าที่เป็นล่าม ได้ทะยอยเปิดโปงด้วยข้อมูลลับสุดยอดที่ค่อนข้าวเชื่อถือได้ว่าแท้ที่จริงกูเลนก็คือเด็กปั้นของซีไอเอมานานหลายสิบปีตั้งแต่ยุคสงครามเย็น ช่วงนั้นกูเลนทำงานให้กับนาโตแต่ผลงานเข้าตาของสหรัฐซึ่งคิดว่าเป็นทรัพย์สินที่คุ้มค่ากับการลงทุนหากจะปั้นดินขึ้นมาเป็นดาว โดยเฉพาะหลังเจ้าตัวหนีการถูกจับกุมในข้อหาทรยศต่อประเทศเมื่อปี 2542 แล้วไปขอลี้ภัยที่สหรัฐแทนที่จะเป็นประเทศอิสลามหลายสิบประเทศที่ยินดีอ้าแขนรับ ปรากฎว่าผู้บริหารระดับสูงของซีไอเออย่างน้อย 2 คนได้วิ่งเต้นจนกูเลนได้รับกรีนการ์ดสามารถมีถิ่นพำนักถาวรที่สหรัฐได้ แม้ว่ากระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิและเอฟบีไอจะคัดค้านเสียงแข็งถึงขึ้นจะเสนอให้เนรเทศเพราะเชื่อว่าอาจจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศก็ตาม
ในเวบไซต์ของทางการรวมไปถึงเวบไซต์ของสาวกกูเลนมักจะพูดคล้ายกันว่า “เฟตตุลเลาะห์ กูเลน เป็นวีรบุรุษของโลกใหม่ที่ดีกว่าเดิม” พร้อมกับเผยแพร่ประวัติว่าเป็นนักเขียนชาวตุรกีผู้เขียนหนังสือกว่า 60 เล่ม เป็นอดีตนักบวชอิสลามและผู้นำของขบวนการกูเลน หนึ่งในขบวนการอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในตุรกี เหนืออื่นใดเป็นผู้อุทิศตนเพื่อเผยแพร่หลักของความอดกลั้นอดทน การยอมรับในผู้อื่นและใช้การเจรจาเพื่อสร้างสันติภาพ เป็นผู้มองการณ์ไกลว่าหนทางที่จะแก้ไขสาระพัดปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลกก็คือการหวนกลับไปศรัทธาในศาสนาและอุทิศตนเพื่ออิสลามที่แท้จริง เป็นผู้ที่มองว่าลัทธิก่อการร้ายเป็นฆาตกรและต้องห้ามทำเด็ดขาด สาวกของกูเลนมีอยู่ในถาบันการศึกษาต่างๆกว่า 500 แห่งในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก
สำหรับขบวนการกูเลน หรือขบวนการฮีสเม็ตแปลว่าผู้รับใช้ มีสาวกราว 6 ล้านคนซึ่งจะกระจายไปสอนหนังสือตามโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือทำงานตามบริษัท องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร องค์กรสื่อทั่วโลก ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม
เวบไซต์ของนักวิชาการเหล่านี้ต่างเปิดเผยตรงกันว่า เกรแฮมหรือแกรมห์ ฟุลเลอร์ อดีตนักวิเคราะห์มือฉมัง ของซีไอเอที่รับผิดชอบกิจกรรมของซีไอเอ.ในการผลักดันมูจาฮิดีนและองค์กรการเมืองของอิสลามนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2523 เคยใช้เวลานานถึง 20 ปีในฐานะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของซีไอเอ.ในตุรกี เลบานอน ซาอุดีอาระเบีย เยเมนและอัฟกานิสถาน จนได้ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าซีไอเอประจำคาบูลและรองประธานสภาข่าวกรองแห่งชาติ ที่สำคัญเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนรุ่นแรกๆที่ให้ใช้กลุ่มมุสลิมสายเหยี่ยวกลุ่มบราเธอร์ฮู้ดและกลุ่มอิสลามอื่นๆอย่างขบวนการกูเลนมาเป็นเครื่องมือสนับสนุนนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ อีกทั้งยังเป็นคนสำคัญคนหนึ่งที่พัฒนายุทธศาสตร์ของซีไอเอ.ในการสร้างขบวนการกูเลนในฐานะกลุ่มพลังทางภูมิศาสตร์การเมืองที่จะแทรกซึมเข้าไปยังเอเชียกลางยัคหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ฟูลเลอร์ยังได้เขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับอิสลามสุดโต่งในตุรกี ซูดาน อัฟกานิสถาน ปากีสถานและแอลจีเรีย ทุกเล่มล้วนแต่ยกย่องขบวนการกูเลนที่ตัวเองปั้นมากับมือเพื่อเป็นเครื่องมือเจาะทะลวงเอเชียกลางว่า”เป็นหนึ่งในขบวนการที่สำคัญที่สุดในโลกของมุสลิมในขณะนี้”
คุณสมบัติแสนเลอเลิศประเสริฐศรีนี้กลับตาลปัตรกับสิ่งที่อชิต สุคลา อดีตนักข่าวกีฬาชาวอินเดีย ผู้ผันตัวเองมาเป็นนักเขียนเกี่ยวกับภูมิศาสตร์การเมืองและการก่อการร้ายรวมทั้งทำเวบไซต์ข่าวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ตราหน้ากูเลนว่า ”เป็นอิสลามิสต์ที่อันตรายที่สุดในโลก” ผู้เคยล้มรัฐบาลฆราวาสในตุรกีและตั้งโรงเรียนสอนศาสนาในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก เพื่อบ่มเพาะเด็กและเยาวชนในเรื่องวิถีอิสลามแบบสุดโต่งอ้างว่าเพื่อพร้อมจะก้าวสู่อิสลามานุวัตร เหนืออื่นใดได้มีการตั้งโรงเรียนสอนศาสนากว่า 90 แห่งทั่วสหรัฐในรูปของโรงเรียนทางเลือก โดยผู้เสียภาษีชาวอเมริกันเป็นคนจ่ายเงินให้โรงเรียนเหล่านี้ หนึ่งในโรงเรียนทางเลือกแบบนี้ก็คือโรงเรียนทาเรก ซายเอด ในรัฐมินเนโซตา ซึ่งสอนแนวทางสุดโต่งและการทำลายล้าง กระทั่งกระทรวงศึกษาของรัฐนี้ต้องเตือนถึง 2 ครั้งเช่นเดียวกับสหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกันที่ทนไม่ไหวต้องเตือนเช่นกัน
ในเวบไซต์ของอชิต สุคลา เผยด้วยว่ามีการกล่าวหากูเลนว่าได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับฝึกนักรบญิฮัดถึงกลวิธีการทำสงครามกองโจร และชายผู้นี้มีทรัพย์สินมหาศาลกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับเป็นทุนสถาปนารัฐคอลิฟะต์ที่ปกครองโดยกฎหมายอิสลามขึ้นมาใหม่ ขณะที่มหาวิทยาลัยของกูเลนหลายสิบแห่งรวมไปถึงมหาวิทยาลัยเฟธหรือศรัทธาในอิสตันบูลก็สอนเด็กหนุ่มให้เป็นทนายความ นักการบัญชีและผู้นำการเมืองเพื่อพร้อมจะทำหน้านี้หากการฟื้นฟูอาณาจักรอ็อตโตมานและอิสลามานุวัตรในโลกตะวันตกประสบความสำเร็จ
ความเห็นของอชิต สุคลาค่อนข้างสอดคล้องกับบันทึกความทรงจำของออสมาน นูรี กุนเดส อดีตผู้อำนวยการข่าวกรองของตุรกีที่อ้างว่าขบวนการอิสลามของกูเลนที่แผ่ขยายไปทั่วโลกโดยมีฐานอยู่ที่รัฐเพนซิลเวเนียนั้นเป็นหน่วยงานบังหน้าของซีไอเอมาตั้งแต่กลางทศวรรษ 2533 และใช้เป็นหัวหอกในการแทรกซึมเอเชียกลางหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ถึงขนาดเคยเป็นที่ซ่อนตัวของซีเอเอ.130 คนในคีร์กีสถานและอูซเบกีสถานในคราบของครูสอนภาษาอังกฤษ
ขณะที่ โรงเรียนกูเลนในเขตปกครองตนเองเชเชนหรือเชสเนียและที่แคว้นดาเกสถานในรัสเซีย ถือเป็นที่ตั้งของนักรบญิฮัดหรือนักสู้เพื่อปกป้องศาสนาอิสลามมาตั้งแต่ปี 2534 แต่ท้ายสุดก็ถูกปูตินสั่งปิดโรงเรียนเหล่านั้นรวมไปถึงการสั่งปิดโรงเรียนกูเลนทุกแห่งทั่วรัสเซีย ตลอดจนห้ามสาวกกูเลนจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องนิกายนูร์คูในรัสเซีย ระหว่างปี 2545-2547 มีชาวตุรกีที่เป็นสาวกของกูเลนถูกเนรเทศกว่า 20 คน ส่วนที่อุซเบกิสถาน ได้สั่งปิดโรงเรียนสอนศาสนากูเลนทุกแห่งหลังจากนั้นไม่นานนักก็จับกุมนักข่าว 8 คนที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนกูเลน ในข้อหาลักลอบจัดตั้งกลุ่มศาสนานอกกฎหมายขึ้นอีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับองค์การสุดโต่ง ส่วนที่เติร์กเมนิสถาน รัฐบาลได้สั่งจับตามองโรงเรียนกูเลนทุกแห่งอย่างใกล้ชิดและให้ถอดวิชาประวัติศาสตร์ศาสนาออกจากหลักสูตรการสอนด้วย แม้กระทั่งเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่เปิดกว้างในเรื่องพหุนิยมและความอดทนอดกลั้นก็ยังตัดงบประมาณช่วยเหลือโรงเรียนกูเลนเนื่องจากเห็นได้ชัดว่าเป็นภัยคุกคามความสงบสุขของสังคม
ด้าน วิลเลี่ยม อิงดาห์ล นักวิจัยด้านภูมิศาสตร์การเมืองและเขียนหนังสือมานานกว่า 30 ปีเน้นเรื่องอำนาจว่าเป็นเรื่องของการสร้างหรือการจัดตั้งโดยใครหรือกลุ่มบุคคลใดโดยมีเป้าหมายชัดเจนว่าเพื่ออะไร รวมทั้งยังได้ทำวิจัยเกี่ยวกับกูเลนมานาน อิงดาห์ลได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวตุรกีคนหนึ่งว่า “หลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย บทบาทของกูเลนในฐานะนักต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่นาโตสนับสนุนได้เปลี่ยนไป หรืออีกนัยหนึ่งขบวนการกูเลนได้กลายร่างเป็นโครงการหนึ่งที่สำนักงานใหญ่ของซีไอเอ.ที่รัฐเวอร์จิเนียคิดขึ้นมาจากความเชื่อที่ว่าจะใช้ประโยชน์จากกูเลนเพื่อให้บ่อนเซาะศาสนาและใช้เป็นหนังแกะคลุมเนื้อแท้ของซีไอเอที่วางแผนจะปกครองโลก ดังที่ที่เดวิด ร็อกกีเฟลเลอร์ใช้คำว่า”รัฐบาลโลกเพียงหนึ่งเดียว”
อิงดาห์ลเผยว่าซีไอเอตัดสินใจจะสร้างภาพของกูเลนให้ต่างไปจากเด็กปั้นของซีไอเอกลุ่มอื่นๆ อย่างขบวนการญิฮัดมูจาฮิดีนในอัฟกานิสถาน หรือกลุ่มนาเซอร์ โอริค ในบอสเนีย ซึ่งล้วนแต่เป็นภาพนักรบญิฮัดกระหายเลือด ที่ชอบฆ่าตัดหัว หรือกินหัวใจมนุษย์ แต่สร้างภาพของกูเลนใหม่ว่าเป็นอิสลามิกชนผู้รักใน”สันติ ความรักและภราดรภาพ” รวมทั้งยังได้จัดฉากต่างๆแม้กระทั่งให้ไปพบกับสันตะปะปาจอห์นปอลที่ 2 ,สังฆราชของนิกายกรีกออธอด็อกซ์ และผู้นำแรบไบของอิสราเอล เหมือนกับเป็นสัญลักษณ์ว่ากูเลนเป็นใฝ่สันติและพร้อมอยู่ร่วมกับทุกกลุ่มทุกศาสนาที่แตกต่างกัน ซึ่งกูเลนได้นำภาพการพบกับสันตะปะปานี้มาขึ้นที่เวบไซต์ของตัวเอง
พร้อมกันนี้ กลุ่มหรือขบวนการต่างๆที่กูเลนตั้งขึ้นมาได้ว่าจ้างคาเรน ฮิวจ์ หนึ่งในนักประชาสัมพันธ์หรือนักสร้างภาพค่าตัวแพงที่สุดในกรุงวอชิงตันและเคยเป็นผู้อำนวยการฝ่ายหาเสียงให้กับอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช มาช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กูเลน อันเป็นวิธีการเก่าๆที่ซีไอเอและกระทรวงต่างประเทศสหรัฐถนัดที่จะทำ แม้ว่าจะล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อถูกจับได้แต่ก็ไม่ยี่หระ
นักวิจัยด้านภูมิศาสตร์การเมืองผู้นี้ย้ำว่าการกระทำของซีไอเอ.ส่อให้เห็นว่าซีไอเอและกูเลนต่างได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน สำหรับกูเลนแล้วสามารถสร้างอาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่ขึ้นแล้วขยายอิทธิพลมากขึ้นในหมู่ตำรวจ ศาล และกระทรวงศึกษา สามารถสร้างโรงเรียนขึ้นในกว่า 90 ประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะในเอเชียกลาง ยุโรปและสหรัฐ ภายใต้การสนับสนุนจากซีไอเอที่ใช้ภาษีของประชาชนมาอุดหนุนโครงการเหล่านั้น สื่อทรงอิทธิพลที่ซีไอเอ.อยู่เบื้องหลังอย่างซีเอ็นเอ็นได้ให้พื้นที่แก่กูเลนมากมายในการให้สัมภาษณ์อย่างเต็มที่และสร้างภาพสวยงามเพื่อก้าวข้ามฝ่ายที่คัดค้านไม่เห็นด้วยกับการที่กูเลนจะเปิดโรงเรียนทั่วสหรัฐ
สำหรับซีไอเอ.แล้วกูเลนนอกจากจะเป็นเครื่องมือตัวหนึ่งที่จะใช้ทำลายกลุ่มนิยมรัฐฆราวาสหรือกลุ่มสาวกเคมาลในตุรกีแล้ว ยังเป็นเครื่องมือในการขยายการค้ายาเสพย์ติดอย่างเฮโรอินที่ซีไอเอ.มีเอี่ยวด้วยจากอัฟกานิสถานไปยังทั่วโลกและใช้คนของกูเลนไปบ่อนทำลายรัฐบาลของฝ่ายตรงข้ามที่เครือข่ายของซีไอเอ.ในวอชิงตันต้องการจะกำจัดรัฐบาลนั้นๆ อาจจะรวมไปถึงรัฐบาลเออร์โดกันด้วย นอกเหนือจากใช้บ่อนเซาะชื่อเสียงของจีนและรัสเซีย



