
“บิ๊กต๊อก”สกัดสารตั้งต้นยาฯ 3,000 ตันไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิต
“บิ๊กต๊อก”เดินหน้าโครงการแม่โขงปลอดภัย3ปี หารือยุทธศาสตร์ปิดล้อมสามเหลี่ยมทองคำ สกัดกั้นสารตั้งต้น 3,000 ตันไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิตยาเสพติด ควบคู่มาตรการป้องกันไ
- 29 ก.ค. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำคณะผู้แทนไทยเข้าพบพลโทจ่อส่วย(H.E Lt. Gen. KyawSwe)รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและพลโทเยอ่อง(H.E. Lt Gen. YeAung)รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการชายแดนและดร.มิ้นท์ทวย(H.E. Dr.Myint Htwe)รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย3ปี(2559-2561)
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่หารือกับทางการเมียนมาร์คือยุทธศาสตร์ปิดล้อมสามเหลี่ยมทองคำตามแผนปฎิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย3ปี เพื่อสกัดกั้นเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิต และการป้องกันไม่ให้ยาเสพติดที่ผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำหลุดออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ
โดยไทยจะสนับสนุนการทำงานของหน่วยปราบปรามยาเสพติดเมียนมาร์ตามที่เมียนมาร์ได้ขอให้ไทยจัดทำเป็นแผนความช่วยเหลือต่อเนื่อง3ปี ให้ครอบคลุมด้านการสืบสวนปราบปรามสกัดกั้นตรวจพิสูจน์ และการพัฒนาเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการขยายความร่วมมือในการพัฒนาหมู่บ้านตามแนวชายแดนของทั้ง2ประเทศ รวมทั้งการสนับสนุนโครงการพัฒนาทางเลือกเพื่อชีวิตและความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนไทย-เมียนมาร์
“เราได้แจ้งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของเมียนมาร์ว่า ไทยพร้อมสนับสนุนด้านวิชาการบำบัดรักษาการฝึกอบรมบุคลากร งบประมาณและจะช่วยพัฒนาโครงการหมู่บ้านคู่ขนานตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาร์ ซึ่งเป็นการนำแนวทางจากการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลกUNGASSมาปฎิบัติ ทางเขาก็พร้อมที่จะร่วมมือ”พล.อ.ไพบูลย์กล่าว
ด้านนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยได้รับความร่วมมือจากสาธารณรัฐแห่งเมียนมาร์ในโครงการแม่น้ำโขงปลอดภัยตั้งแต่ปี2556ซึ่งปัจจุบันเข้าสู่ระยะที่3 (ปี2559-2561)โดยมี6ประเทศเข้าร่วมโครงการ จีน ลาว เมียนมาร์ ไทย กัมพูชาและเวียดนาม เนื่องจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำถือเป็นพื้นที่แหล่งผลิตยาเสพติดที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งจากการประมาณการปริมาณยาเสพติดที่มีการลักลอบผลิตในพื้นที่นี้ ในแต่ละปีพบว่ามีการใช้สารตั้งต้นเคมีภัณฑ์ในการผลิตมากกว่า3,000ตัน
/////////



