
ร้องถูกบ.ปุ๋ยฟ้องหลังเซ็นรับปุ๋ยโครงการส่งเสริมอาชีพ
ตัวแทนเกษตรกรบุรีรัมย์ร้องศูนย์ดำรงธรรมและอัยการจังหวัดช่วยเหลือ หลังบริษัทฟ้องร้องเซ็นรับปุ๋ยในโครงการส่งเสริมอาชีพ ปี 55–58 ทั้งที่เป็นโครงการของรัฐ
28 ก.ค.2559 นางดวงพร แหวนเพชร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านโคกกาง ต.ห้วยหิน อ. หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ตัวแทนเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน อ.โนนสุวรรณ และ อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ กว่า 20 คน ขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมและอัยการให้ช่วยเหลือ หลังจากบริษัทขายปุ๋ยฟ้องร้องเรียกเงินค่าปุ๋ยมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท
จากที่ จ.บุรีรัมย์มีโครงการส่งเสริมอาชีพและจัดซื้อปุ๋ยอินทรีย์ให้กับกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนทั้งจังหวัด โดยแจ้งกับเกษตรกรว่าเป็นการนำปุ๋ยมาแจกจ่ายให้กับสมาชิกฟรี ซึ่งทาง อบจ. เป็นผู้ทำเรื่องเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่ออนุมัติโครงการระหว่างปี 55 - 58 ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเกิดปัญหา กระทั่งเดือน ต.ค.2558 ทางบริษัทส่งหนังสือมาทวงถามค่าปุ๋ยกับกลุ่มเกษตรกร โดยอ้างว่าได้สั่งซื้อปุ๋ยตามจำนวนใบสั่งซื้อตามเอกสารที่ได้เซ็นไป สร้างความตกใจให้กับเกษตรกร และทางกลุ่มเป็นอย่างมาก
จึงได้สอบถามไปยัง อบจ. จนทราบว่าโครงการยังไม่ได้รับการอนุมัติเงินงบประมาณ เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งชะลอโครงการ เพราะสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ตรวจสอบค่าใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทบทวนการดำเนินโครงการ แต่ทาง อบจ. รวมถึงเกษตรอำเภอ และบริษัทไม่ได้แจ้งให้เกษตรกรรับทราบ แต่กลับมีเจ้าหน้าที่บางคนไปให้เกษตรกรลงชื่อในใบสั่งซื้อและใบรับสินค้า โดยไม่แจ้งข้อเท็จจริง เพราะเข้าใจว่าเป็นโครงการของรัฐและทำต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว กระทั่งบริษัทฟ้องร้องเรียกค่าปุ๋ย แต่หน่วยงานรัฐที่ดูแลรับผิดชอบโครงการกลับปัดความรับผิดชอบให้กับเกษตรกรโดยไม่ช่วยเหลือ
“ตัวแทนเกษตรกรที่มาร้องขอความเป็นธรรมศูนย์ดำรงธรรม และอัยการจังหวัดในครั้งนี้ เพราะต้องการให้หาแนวทางช่วยเหลือ เพราะในวันที่ 11 ก.ย. 59 วันที่ศาลนัดพิจารณาคดีแล้ว หากศาลตัดสินให้เกษตรกรต้องจ่ายเงินค่าปุ๋ยให้บริษัทตามที่ฟ้องร้อง เกษตรกรก็ไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาจ่ายเพราะเป็นจำนวนเงินสูงมาก ทั้งมองว่าปัญหาที่เกิดเหตุไม่ได้เกิดจากเกษตรกรแต่เกิดจากการจงใจปกปิดข้อเท็จจริงของหน่วยงานรัฐ ที่ไม่แจ้งให้กลุ่มเกษตรกรทราบ และปล่อยให้กับเกษตรกรต้องกลายเป็นแพะ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่นำตัวบุคคลที่เป็นต้นตอก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่เกษตรกรมาลงโทษด้วย”นางดวงพร กล่าว
นายธนากร จีนกลาง ประธานกลุ่มวิสาหกิจฐานเกษตรกรยางพารา กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่ามีเกษตรกรที่ได้รับปุ๋ยในโครงการดังกล่าวทั้ง 23 อำเภอ 337 กลุ่ม คิดเป็นมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท แต่เบื้องต้นที่ถูกฟ้องเรียกเงินค่าปุ๋ยแล้ว 3 อำเภอ คือ อ.โนนสุวรรณ หนองหงส์ และ อ.พลับพลาชัย ส่วนที่เหลือก็คาดว่าน่าจะถูกทยอยฟ้องเช่นกัน จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐ หรือผู้รู้กฎหมาย ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วย เพราะกรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากเกษตรกรเป็นผู้กระทำ แต่เกิดจากหน่วยงานรัฐที่ปกปิดข้อเท็จจริงปล่อยให้เกิดปัญหา แล้วผลักภาระความรับผิดชอบแก่เกษตรกร เพราะหากเกษตรกรทราบว่าจะเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นคงไม่มีต้องการปุ๋ยที่ถูกยัดเยียดให้



