ข่าว

"แม้ว"โฟนอินขอบคุณผู้ลงชื่อถวายฏีกา

"แม้ว"โฟนอินขอบคุณผู้ลงชื่อถวายฏีกา

08 ส.ค. 2552

"ยิ่งลักษณ์"เปิดศูนย์ประสานงานเพื่อไทย นครราชสีมา"ทักษิณ"โฟนอินขอบคุณผู้ร่วมลงชื่อถวายฎีกา ขณะที่โฆษกเพื่อไทยอัดรัฐบาลคัดค้านถวายฎีกาฯ ย้ำสิ่งที่ควรทำไม่ทำ ทำแต่เรื่องไร้สาระหวังผลประโยชน์ทางการเมือง

(8ส.ค.) เวลา 13.00 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นายอัสนี  เชิดชัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จ.นครราชสีมา และบรรดาสส.พรรคเพื่อไทย จ.นครราชสีมา ได้เดินทางมาทำพิธีเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย เลขที่ 442/187 ริมถ.ราชสีมา-โชคชัย ต.หัวทะเล อ.เมือง นครราชสีมา โดยมีนายสมโภชน์ ประสาทไทย ว่าที่ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เป็นผู้อำนวยการศูนย์ และมีประชาชนที่พร้อมใจกันใส่เสื้อสีแดง จำนวน 300 คน ให้การต้อนรับ ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาตลอดเวลา

 ระหว่างที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวเปิดพิธี ได้มีการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจของประชาชน ภายในงาน โดยมีเนื้อหาว่า "กราบสวัสดีพี่ น้อง ชาวโคราชที่รัก ขออภัยอย่างยิ่งที่การเปิดศูนย์ประสานงานพรรคครั้งนี้ ไม่สามารถไปพบกับพี่น้อง ประ ชาชนได้ แต่ก็มีความเป็นห่วงเกี่ยวกับการพัฒนา จ.นครราชสีมา ผมได้ไปเห็นเมืองประเทศต่างๆที่ไปมาแล้ว จึงเกิดความอิจฉาว่าทำไมไทย ที่มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์กลับไม่สามารถเดินหน้าพัฒนาเท่าทันประเทศอื่นได้ ก็เพราะการเมืองมีปัญหา ปล่อยให้คนไม่มีความสามารถมาเป็นผู้นำในการบริหารประเทศ"
 
 "ในขณะนี้ผม ได้เตรียมตัวทำการบ้าน เตรียมฟิตร่างกายเพื่อที่จะกลับมาพัฒนาประเทศให้รุ่งโรจน์ ถ้าเปรียบเทียบเป็นม้าแข่ง ก็เป็นม้าแข่งที่พร้อมจะวิ่งออกจากซองไปถึงเส้นชัยทุกเมื่อ ขอให้พี่น้อง ประชาชนไว้วางใจว่าผมกลับมารับใช้พี่ น้อง ประชาชนแน่นอนเมื่อพี่ น้อง ช่วยเลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาทำงานบริหารประเทศ การตั้งศูนย์ประสานงานเป็นการให้ทีมงานพรรคไปตั้งฐานการพัฒนาเพื่อประชาชน มีการเตรียมการวางแผนพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่หวังที่จะกู้อย่างเดียวเหมือนรัฐบาลชุดนี้ ขอขอบคุณพี่ น้อง ที่ร่วมลงนามถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ผม ให้ผมได้มีความหวังได้กลับไปยังแผ่นดินเกิดอีกครั้ง"  พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุ
 
 ด้านนายพร้อมพงษ์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นากรัฐมนตรี กล่าวหา การลงชื่อของประชาชนถวายฎีกา เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แท้จริงแล้วการกระทำของรัฐบาลที่ใช้อำนาจกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้บรรดาข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ ตั้งโต๊ะลงนามคัดค้านการถวายฎีกาฯ รวมทั้งขัดขวางการลงนามถวายฎีกาของประชาชน ทุกหนทาง ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน และล่วงละเมิดพระราชอำนาจ ระคายเคืองพระยุคลบาท ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่มีพระราชอำนาจในการวินัจฉัย ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้เตรียมหลักฐานเอกสารยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ในวันที่ 11 สค. นี้
 
 "รัฐบาลชุดนี้ได้แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นกลุ่มคนประเภทเอาความดีเข้าตัว นำความชั่วใส่ผู้อื่น สิ่งที่ควรทำก็เฉย แต่สิ่งที่ไม่ควรทำกลับเดินหน้าปฏิบัติโดยไม่สนใจเสียงจากประชาชน กลับไปวุ่นวายกับโผโยกย้ายตำรวจระดับนายพล ที่ทำให้ข้าราชการตำรวจเสียงขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการแก้ปัญหาไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ฯที่ยังล้มลุกคลุกคลาน นำไปสู่ความล้มเหลว มีประชาชนเสียชีวิตจากโรคนี้ไปกว่า 80 ราย บริหารงานโดยใช้วาจา คำพูด ผลงานไม่เป็นรูปธรรม ปฏิบัติตนเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ยิ่งกว่านั้นบุคคลระดับสูง บรรดานักวิชาการและนายอภิสิทธิ์ เองก็เคยถวายฎีกาขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน โดยอาศัยมาตรา 7 มาแล้ว มิใช่หรือ แล้วยังจะมีกล่าวหาว่าการถวายฎีกาฯ ครั้งนี้ผิดกฎหมาย ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้สนใจเรื่องการเมือง 80% การแก้ปัญหาบ้านเมือง 20% " นายพร้อมพงษ์ กล่าว