ข่าว

เวทีคปก.แจงร่างรธน.เดือด !!

เวทีคปก.แจงร่างรธน.เดือด !!

28 ก.ค. 2559

โฆษกกรธ. จี้ฝ่ายการเมืองรับผิดชอบเหตุปฏิวัติ ซัดอย่าโยนความผิดทหารฝ่ายเดียว วอนหยุดมองร่างรธน.เป็นผลไม้พิษ ข้ออ้างไม่ลงประชามติ สวน "มาร์ค" ยันกรธ.ไม่เอาใจคนผิด

 

          วันที่ 28 ก.ค. 59 - สำนักงานงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย(คปก.) จัดเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยก่อนการออกเสียงประชามติ โดยมีนายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เป็นวิทยากร 

          โดยนายอุดม กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ได้ร่างตามใจผู้ร่างฝ่ายเดียว แต่มีการไปรับฟัง รวมทั้งร่างตามข้อกำหนดต่างๆของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว อย่างไรก็ตาม คนไทยลืมง่าย ก่อนทำรธน.ทำรบราฆ่าฟัน เป็นกีฬาสี ต่างคนมีความรู้สึกเคียดแค้น มองอีกฝ่ายเป็นศัตรู นี่คือสภาพสังคมก่อนจะร่างกติกาใหม่ ดังนั้นการจะแก้ปรองดองได้หรือไม่ ต้องใช้เวลา เหตุการณ์สังคมที่จะเข้าสู่ระบบปกติ ต้องมานั่งคิดกัน ว่าจะทำอย่างไร ต้องมาช่วยกันคิด กรธ.จึงขอ 5 ปี ซึ่งไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ ช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เป็นการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เก่าๆกลับคืนมา เดี๋ยวไปตีกันอีก เป็นภาพหลอนในความคิดของเรา ว่าจะเกิดเหตุการณ์อีกหรือไม่ แล้วจะมีวิธีการอะไรแก้ไข ก็คิดถึงส.ว.เราไม่ได้ต้องการให้รัฐบาลเข้มแข็งเหมือนปี 40 แต่ต้องฟังเสียงประชาชน
          นายอุดม กล่าวต่อว่า เราให้เวลาฝ่ายการเมืองตั้งแต่ปี 40 คนที่จะเล่นการเมืองก็ต้องคิด ไม่ใช่บอกว่าจะรักษาประชาธิปไตยไว้ให้ได้ ถ้ามีปฏิวัติแล้วพาประชาชนมาต่อต้าน ตนคิดว่าคิดแบบนี้ไม่ได้ การเมืองต้องรับผิดชอบสภาพการเมืองในอดีตที่ผ่านมา เพราะถ้าทำงานได้ดี การปฏิวัติก็เกิดได้ยาก ฝ่ายการเมืองต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่เฉพาะทหารต้องรับผิดชอบฝ่ายเดียว เพราะเขาเห็นภาพตรงนี้อยู่นี้ คนที่สนับสนุนพรรคการเมืองต้องคิดว่า พรรคการเมืองต้องเป็นที่พึ่งประชาชนได้ ไม่ใช่พรรคการเมืองเป็นที่พึ่งฝ่ายการเมือง และต้องรับผิดชอบต่อความไม่สำเร็จของการเมืองที่ผ่านมาด้วย สิ่งที่ผ่านมาไม่ใช่ความผิดรัฐธรรมนูญ ทั้ง รัฐธรรมนูญ 40 และรัฐธรรมนูญ 50 ความผิดคือคนใช้กฎหมาย ถ้าการเมืองทำงานให้ดี การยึดอำนาจก็ทำยากขึ้น          

                                                                         เวทีคปก.แจงร่างรธน.เดือด !!

 

          "มีคนพูดว่าถ้าไม่ชอบทหาร ก็ไม่ต้องไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญนี้ ถ้าพูดอย่างนี้พวกผมก็คือผลไม้พิษมันก็จบแล้ว ไม่ต้องไปเถียง ส่วนที่กรธ.ไม่อยากดีเบต เพราะการดีเบตเพื่อให้คนตัดสินใจ แต่เราเชื่อว่าการดีเบตจะใช้ลูกล่อลูกชน เพื่อโน้มน้าวคนฟังให้เห็นด้วยกับตนเองนำเสนอ จึงเป็นการใช้วาทกรรมที่ใครจะปลุกเร้าได้มากกว่ากัน แล้วฝ่ายนั้นก็ชนะ จึงเห็นว่าการดีเบตจะสร้างความสับสนให้ประชาชนมากขึ้น" นายอุดม กล่าว  
           นายอุดม กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเพราะร่างรัฐธรรมนูญย่อหย่อนให้กับคนที่กระทำความผิด  โดยยืนยันว่า กรธ.ร่างรัฐธรรมนูญไม่เคยคิดถึงตัวคนกลุ่มใดพรรคไหน เพราะถ้าร่างอย่างนั้นจะไม่ได้เป็นที่ยอมรับ ส่วนการให้อุทธรณ์ ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้แต่ต้องมีหลักฐานใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับเดิมนั้น ไม่มีที่ไหนในโลกทำ กรธ. พยายามที่จะยึดหลักความยุติธรรม และทราบว่าจะมีใครถูกดำเนินคดี แต่ไม่แน่ในอนาคตฝ่ายการเมืองอีกกลุ่มต้องขึ้นศาลด้วยเหมือนกัน ส่วนกรณีป.ป.ช.นั้น หากประธานรัฐสภา เล่นพรรคเล่นพวกก็ต้องรับผิดชอบเอง

          ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ประชาชนเวลาไปลงประชามติไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญ ฝากบอกว่าถ้า กรธ.รับดีเบตคนจะเข้าใจมากขึ้น อุตส่าห์จัดรายการให้ การอ่านกับการฟังคนละเรื่องกัน อ่านอย่างไรก็ไม่รู้เรื่องเพราะเป็นภาษากฎหมาย แต่ถ้าได้ฟังเห็น กระบวนการถกเถียงจากผู้รู้ทำให้เราวิเคราะห์เพื่อเป็นฐานข้อมูลเพียงพอว่าจะรับหรือไม่รับ ตนจะออกข้อสอบ 3 ข้อ 1.ประชามติคืออะไร ก.การฟังเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ข.คือพิธีกรรมเพื่อสร้างความชอบธรรมทางการเมือง 2.การลงประชามติของประชาชน ก.อยู่บนพื้นฐานความรู้ความเข้าใจ ข.ค่านิยมความเชื่อทางการเมือง 3.ผลการลงประชามติ ก.ตามหลักนิติศาสตร์ คือว่าตามกฎหมายผลออกมาอย่างไรก็ตามนั้น ข.รัฐศาสตร์ ที่ทำให้มีผลอย่างใดอย่างหนึ่งทางการเมือง 

          นายสมชัย กล่าวต่อว่า ประชามติในข้อหนึ่งไม่ใช่เครื่องมือตามหลักวิชาการที่ให้คนในสังคมส่วนใหญ่ตัดสิน ประชามติคือการสร้างพิธีกรรมที่มีต้นทุนสูงเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง วันนี้พิธีกรรมดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือที่ดุเดือด รุนแรงและตื่นเต้น ประชามติรับหรือไม่รับ กลายเป็นคนสองซีกในสังคม ซีกหนึ่งประกอบด้วยพรรคการเมืองใหญ่สองพรรค รวมนปช. นักวิชาการและเอ็นจีโอกลุ่มหนึ่ง ไม่มีพรรคขนาดกลางที่ได้ประโยชน์จากร่างรัฐธรรมนูญนี้ อีกซีกฟากหนึ่ง กปปส. และกลุ่มนิยมนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่คนกลางๆที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดยังไม่แสดงจุดยืนออกมา ถ้าผลไปในทางใดทางหนึ่งมีความหมายทางการเมือง ถ้าผลออกมารับ นั่นคือการพิสูจน์ความชอบธรรมของรัฐบาลทหาร แม้พรรคใหญ่จะรวมตัวกันหนักแน่นขนาดไหนก็ยังไม่ชนะ ย่อมมีผลกระทบทางการเมือง แต่ถ้าผลออกมาไม่รับคือรัฐบาลทหารหมดความชอบธรรม ดังนั้น ประชามติจะจบลงด้วยการเดินเรื่องทางการเมืองที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะได้เปรียบต่อไป

          นายสมชัย กล่าวอีกว่า สอง การลงประชามติของประชาชนตั้งอยู่บนพื้นฐานอะไร มีหรือในประเทศไทยที่การลงประชามติจะสามารถดำเนินการบนพื้นฐานความรู้ความเข้าใจของประชาชนอย่างแท้จริง วันนี้มีแพะสองตัว คือ กกต. แจกรัฐธรรมนูญไม่ครบ และกรธ.พูดไม่รู้เรื่อง หนีการดีเบต แต่ถามว่าถ้าแจกครบทุกบ้านประชาชนรู้เรื่องมากขึ้นหรือไม่ ลองเอาประชามติ 50 เป็นต้นแบบก็ได้ที่แจกครบทุกบ้านวาทะกรรมตอนนั้นถามว่าแจกทำไม การแจกรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นเงื่อนไขจนเพียงพอ หากจัดดีเบต กรธ.ไปร่วมจะทำให้เข้าใจมากขึ้นหรือไม่ ยากมากที่จะทำให้คนในสังคมเกิดความรู้ความเข้าใจ เวลาเท่าไหร่จึงจะพอ ให้รอ 1-2 ปีเพื่อไปทำความเข้าใจคงทำไม่ได้ ตอนนี้กลายเป็น ว่า นอกเหนือไม่ทำความรู้ความเข้าใจแล้ว ยังทำให้ประชาชนเชื่อไปทางใดทางหนึ่ง เช่น การพูดรณรงค์กาซ้ายขวา คนพูดอยู่คณะเดียวกับนายอุดม การพูดเช่นนี้คือการทำร้ายประเทศชาติ ทำให้ประชาชนอยู่บนพื้นฐานความไม่รู้ ส่วนคำตอบข้อสามผลการลงประชามติจบลงด้วยอะไร เชื่อว่าทิศทางการจบจะไม่ใช่หลักนิติศาสตร์ ผลออกมาแล้วจะไม่จบ ตนกังวลว่าจะเกิดขึ้นแบบนั้นแล้วบ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร 

                                           เวทีคปก.แจงร่างรธน.เดือด !!

 

          "ความเกร็งจนเกินไป กลัวทุกอย่างผิดหมดจนไม่กล้าทำ ไม่สามารถที่จะคิดตัดสินใจได้ด้วยตนเอง ต้องถามคนอื่นผิดไม่ผิด ลิงไปฉีกบัญชีรายชื่อ ยังจะมาถามกกต.อีกว่าผิดหรือไม่ นี่คือบ้านเมืองเรา จะมาถามกกต.กลางจะดำเนินคดีหรือไม่ ไร้สาระอย่าไปสนใจ ผมบอกอยากจัดอภิปรายจัดไป อยากใส่เสื้อใส่ไป ขอแค่รู้จักชั่งน้ำหนักข้อมูลทั้งสองฝ่าย" นายสมชัย กล่าว

          นายสมชัย ยังกล่าวด้วยว่า ถ้าผลประชามติชนะเกินล้าน เก็บของไปปิกนิกได้ พักร้อนได้ และไม่ถึงล้านก็ต้องรอฟังผลเป็นทางการในอีก 3 วัน แต่ยืนยันว่า กกต.ทำงานด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม ใครชนะใครแพ้ กกต.ยังมีงานทำ.