
เฒ่า79ปีฉุนถูกไล่ออกจากชุมชนคว้า.38ไล่ยิงดับ2เจ็บ3
เฒ่า 79 ปืนโหดฉุนถูกไล่ออกจากชุมชน คว้า .38 ไล่ยิงดับ 2 ศพเจ็บ 3 เกิดเหตุบ้านพัก ซอยจรัญสนิทวงศ์ 75
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 28 ก.ค.2559 ร.ต.อ.ปาล เมืองกลาง รอง สว.(สอบสวน) สน.บางพลัด ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 1774,1726,1762 ชุมชนข้าง สน.บางพลัด (ชุมชนธารทอง) ซอยจรัญสนิทวงศ์ 75 แขวงและเขตบางพลัด กทม. หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 , พ.ต.อ.เมธี รักษ์พันธ์ รอง ผบก.น.7 , พ.ต.ท.ชัชชัย จักรวิวัฒนากุล รองผกก.สส.สน.บางพลัด เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางพลัด เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุภายในบ้านเลขที่ 1774 พบศพนายสุดใจ รักเงิน อายุ 79 ปี อดีตพนักงานการไฟฟ้า นอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อกล้ามสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีกรมท่า มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.38 มม. เข้าที่บริเวณขมับขวาทะลุซ้าย ใกล้กันพบอาวุธปืนขนาด .38 มม. ตกอยู่ ขณะเดียวกันภายในบ้านเลขที่ 1762 พบศพนายสมชาย เนียมพงษ์ อายุ 54 ปี อาชีพช่างก่อสร้าง นอนเสียชีวิตสภาพไม่ใส่เสื้อ นุ่งกางเกงขาสี่ส่วนลายสก็อต สีขาว-ดำ เลือดท่วมตัว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันเข้าบริเวณลำคอ
นอกจากนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นางวัชรี สวนวิจิตรทิพ อายุ 50 ปี ถูกยิงเข้าบริเวณไหปลาร้าด้านขวา ได้รับบาดเจ็บสาหัส นายวิทย์ หอมทอง อายุ 54 ปี ถูกยิงเข้าบริเวณแก้มขวาทะลุคอ ถูกนำส่งรักษาตัวที่วชิระพยาบาล และนางสุนิสา นาคสุทิน อายุ 19 ปี ถูกยิงบริเวณไหล่และมือทั้งสองข้าง จำนวน 4 นัด ถูกนำส่งรักษาตัวที่ รพ.ยันฮี นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุน ขนาด .38 มม. จำนวน 8 ปลอก ตกอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้นายสุดใจซึ่งมีภรรยาทราบชื่อคือนางชลอ ปิ่นเกตุ โดยมีนายวิทย์เป็นลูกติดภรรยา โดยทั้ง 3 คนได้มาเช่าบ้านอยู่บ้านเลขที่ 1726 ซึ่งเป็นของนางวัชรี กระทั่งเมื่อช่วงปีที่แล้ว นางชลอจับได้ว่านายสุดใจแอบไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นที่อยู่ในซอยเดียวกันจึงได้เลิกรากัน ต่อมานายสุดใจได้มาขอแบ่งเช่าห้อง อีกทั้งได้ทำธุรกิจปล่อยเงินกู้ภายในซอยดังกล่าว โดยขอเช่าจากนายสมชายซึ่งอาศัยอยู่กับนางนง เนียมพงษ์ (ภรรยา) พร้อมนายนำโชค เนียมพงษ์ ลูกชาย และนางสุนิสา ลูกสะใภ้ ระหว่างที่อยู่ด้วยกันนางนงได้ขอยืมเงินจากนายสุดใจมาใช้จ่ายเป็นเงินจำนวนหลายหมื่นบาท กระทั่งนายสุดใจได้ถามถึงเรื่องเงินที่ยืมไป ก็มีปากเสียงทะเลาะกัน จนนายสุดใจถูกไล่ออกจากบ้านเช่าและมาเช่าบ้านอยู่ที่บ้านเลขที่ 1774
หลังจากที่นายสุดใจได้ไปเช่าห้องพักดังกล่าวได้เพียง 2 วัน นางวัชรีซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินได้เข้ามาพูดกดดันนายสุดใจให้ย้ายออกไปจากชุมชน เนื่องจากมีปัญหากันเรื่องที่จอดรถ อีกทั้งคนในชุมชนไม่ชอบนิสัยของนายสุดใจเพราะเป็นคนโผงผาง ชอบหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว
ก่อนเกิดเหตุนายสุดใจได้พกอาวุธปืนติดตัวและเดินไปหานางวัชรี เพื่อพูดคุยปัญหาที่ค้างคาใจกัน และไปพบกับนางวัชรีที่บริเวณกลางซอย ก่อนพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง จนนายสุดใจบันดาลโทสะ คว้าอาวุธปืนที่พกติดตัวมายิงใส่นางวัชรีจนล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนทิ้งกระสุนออกจากลำเพลิงจำนวน 3 นัด จากนั้นนายสุดใจจึงได้เดินไปยังบ้านพักของนางชลอ แต่ไม่อยู่บ้าน พบแต่เพียงนายวิทย์ ซึ่งกำลังนั่งล้างจานอยู่ที่หลังบ้าน ด้วยอารมณ์ที่ครุกรุ่น จึงชักปืนยิงใส่นายวิทย์จนได้รับบาดเจ็บ
ต่อมานายสุดใจได้เดินไปที่บ้านเลขที่ 1726 ที่ก่อนหน้านี้ถูกไล่ออกมา เพื่อชำระความแค้น โดยพบนายสมชายอยู่ภายในบ้านพักซึ่งกำลังนอนดูโทรทัศน์อยู่ จากนั้นนายสุดใจไม่พูดพล่ำทำเพลงหยิบอาวุธปืนขึ้นมาและยิงใส่นายสมชายจนเสียชีวิต
ขณะเดียวกันนางสุนิสา เมื่อได้ยินเสียงปืน จึงรีบวิ่งออกมาดู ก่อนจะถูกนายสุดใจใช้อาวุธปืนยิงใส่ได้รับบาดเจ็บไปด้วยเช่นกัน จากนั้นนายสุดใจได้เดินกลับมาที่บ้านพักและได้เปลี่ยนกระสุนปืนเข้าไปใหม่จนเต็มลำเพลิงอยู่บริเวณหน้าบ้าน เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาระงับเหตุและพูดเจรจาให้นายสุดใจยินยอมมอบตัว แต่นายสุดใจซึ่งมีท่าทีขึงขังก่อนใช้อาวุธยิงปืนขึ้นฟ้าจำนวน 2 นัด และวิ่งหลบหนีเข้าไปในบ้าน ไม่นานก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดภายในบ้านพัก เจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าไปตรวจสอบจนพบว่านายสุดใจได้ยิงตัวเองเสียชีวิตแล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า สาเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ เกิดจากความกดดันที่นายสุดใจ ถูกไล่ที่ให้ออกจากชุมชนไปอยู่ที่อื่น ประกอบกับที่มีลูกหนี้ กู้ยืมเงินจากนายสุดใจจำนวนหลายราย จนเกิดความเครียด จึงได้ลงมือก่อเหตุไล่ยิงชำระแค้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ต้องรอสอบสวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป



