
รูดบัตรเครดิตประกันตัวจำเลยคดีอาญาได้แล้ว
ศาลเริ่มแล้ว ไฟเขียวรูดบัตรเครดิตประกันตัวจำเลยคดีอาญา ที่ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรี ศาลแขวงพระนครเหนือ พร้อมเตรียมขยายบริการไปทั่วประเทศ รองเลขาธิการศาลยุติธรรมเผยปชช.คู่ความในศาลพอใจตอบรับดี เลขาธิการสภาทนายความ ขานรับเพิ่มช่องทางอำนวยความ
หลังจากศาลมีนโยบายให้จำเลยคดีอาญาสามารถชำระเงินค่าปรับ และเงินประกันตัวคดีอาญาผ่านทางบัตรเครดิตโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม ล่าสุดศาลยุติธรรมหลายแห่ง ได้ให้จำเลยใช้บัตรเครดิตชำระแทนเงินสดในคดีอาญาแล้ว
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวกรณีที่นายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา มีนโยบายเพิ่มช่องทางสร้างความสะดวกให้แก่ประชาชนในการชำระค่าธรรมเนียมศาล ผ่านทางบัตรเครดิตว่า หลังจากที่ได้เริ่มเปิดดำเนินการรับชำระค่าธรรมเนียมคดีแพ่ง (ในศาลแพ่ง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ และศาลแพ่งธนบุรี) ผ่านบัตรเครดิต ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา ประชาชนให้การตอบรับ แสดงความพอใจนโยบายนี้ จึงทำให้มีการขยายแนวคิดที่จะให้ผู้ถูกฟ้องคดีอาญาชำระเงินค่าปรับและเงินประกันตัวในคดีอาญาทุกคดี โดยการชำระผ่านทางบัตรเครดิตได้
“การเพิ่มช่องทางชำระเงินด้วยบัตรเครดิต จะช่วยลดความเดือดร้อนให้จำเลยหรือญาติที่ไม่อาจจะหาเงินสด มาชำระค่าปรับหลังศาลมีคำพิพากษา หรือไม่สามารถเช่าโฉนด หรือไม่สามารถซื้อกรมธรรม์ประกันอิสรภาพ มาชำระค่าประกันตัวได้ ประธานศาลฎีกา จึงมีนโยบายเพิ่มช่องทางเปิดโอกาสให้ผู้มีคดีความอาญามีสิทธิใช้บัตรเครดิตได้ โดยเบื้องต้นกำหนดให้มาตรการนี้ในศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรี และศาลแขวงพระนครเหนือ ก่อนจะขยายไปใช้ในศาลทั่วประเทศ” รองเลขาธิการศาลยุติธรรมกล่าว
นายสราวุธ กล่าวอีกว่า นโยบายนี้นอกจากจะเอื้อให้ประชาชนที่มีคดีอาญากับศาลได้รับความสะดวกแล้ว ยังสะท้อนว่าศาลยุติธรรมให้ความสำคัญของความเท่าเทียมกันของประชาชน โดยให้ผู้ที่มีคดีความทั้งแพ่ง - อาญา ได้รับบริการความยุติธรรมอย่างเสมอภาคและทั่วถึง ขณะที่ประธานศาลฎีกา ยังได้ให้นโยบายให้บริการชำระค่าปรับด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต นอกเขตอำนาจศาลที่มีคำพิพากษาอีกด้วย ซึ่งถือเป็นการเพิ่มช่องทางและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการตั้งโต๊ะให้บริการรับชำระค่าปรับ ค่าประกันตัวคดีอาญา เริ่มขึ้นวันที่ 7 สิงหาคมนี้ เป็นวันแรก โดยศาลอาญาได้ตั้งโต๊ะให้บริการที่ชั้น 2 ซึ่งเป็นจุดสนใจของประชาชน ส่วนการชำระค่าธรรมเนียมศาลในคดีแพ่ง และชำระค่าปรับ - เงินประกันตัวในคดีอาญาดังกล่าวผ่านบัตรเครดิตนั้น ต้องเป็นผู้ถือบัตรเครดิตบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี เพราะศาลยุติธรรมได้ร่วมทำข้อตกลงกับบริษัทนี้
ด้านนายเสงี่ยม บุญจันทร์ เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่า การที่ศาลให้ใช้บัตรเครดิตประกันตัวจำเลยรวมทั้งชำระเงินค่าปรับได้ว่า เป็นเรื่องที่ดี เป็นการเปิดช่องทางเพิ่มขึ้นในโลกสมัยใหม่ มีอะไรที่ทันสมัยก็นำมาใช้ เพราะการใช้บัตรเครดิตไม่ต้องเสียเงินทันที ซึ่งต่างจากการใช้เงินสด หรือใช้กรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพที่จำเลยต้องใช้เงินในการซื้อกรมธรรม์ เพราะเข้าใจว่าเมื่อจำเลยยื่นบัตรเครดิตเพื่อขอประกันตัว ก็จะตรวจสอบเงินไปยังสถาบันการเงินที่ออกบัตรนั้นว่าจำเลยมีเงินในบัตรเครดิต พอต่อจำนวนวงเงินประกันหรือไม่ ถ้าพอก็เก็บบัตรเครดิตไว้ คงไม่รูดทันที ดังนั้นถ้าหากจำเลยไม่ผิดสัญญาประกัน มารายงานตัวตามกำหนด และเมื่อคดีจบ ก็คืนบัตรเครดิตให้แก่จำเลย จำเลยก็ไม่ต้องเสียเงิน อีกทั้งการใช้บัตรเครดิตก็สะดวกเพราะจำเลยมีติดตัวอยู่แล้ว ไม่ต้องไปหาโฉนดซึ่งต้องผ่านการรับรองราคาประเมินจากกรมที่ดิน หรือต้องไปหาซื้อกรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพอีก
"อย่างไรก็ตามทางศาลควรกำหนดเงื่อนไขลงไปว่า บัตรเครดิตที่จะนำมาใช้ประกันตัวจำเลยหรือเสียค่าปรับ ต้องเป็นบัตรของจำเลยหรือของญาติเท่านั้น เพื่อป้องกันนายหน้าประกันหรือพวกตีนโรงตีนศาล รับจ้างนำบัตรเครดิตมาประกันตัวจำเลย แล้วเรียกค่าตอบแทนจากจำเลย" นายเสงี่ยมกล่าว
เลขาธิการสภาทนายความกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาการใช้โฉนดประกันตัวหรือซื้อกรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพ มีพวกนายหน้าประกันนำโฉนดมาให้จำเลยเช่าประกันตัว แล้วเรียกค่าตอบแทนจากจำเลย หรือซื้อกรมธรรม์ประกันภัยให้แล้วเรียกค่าตอบแทนจากจำเลย ซึ่งการให้ใช้บัตรเครดิตประกันตัวจำเลยหรือเสียค่าปรับได้ เท่ากับเป็นการเพิ่มช่องทางในการได้รับอิสรภาพให้แก่จำเลยซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี



