
จับ“หนุ่มไร่อ้อย”ค้ายาบ้าอ้างใช้หนี้ธกส.
จับ“หนุ่มไร่อ้อย” กู้เงิน ธกส. เปิดร้านอาหารตามสั่ง ที่จ.ภูเก็ต แต่ขาดทุน หันมาค้ายาบ้า หาเงินใช้หนี้
วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้องทำงานปลัดจังหวัด ชั้น 3 ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายปราโมทย์ ธัญญพืช ปลัดจังหวัดอุดรธานี นายณรงค์เดช คำภูนอก ปลัดอำเภอเพ็ญ พร้อมทหารชุด ชป.พท.ที่ 1322 ร.13 พัน 2 เจ้าหน้าที่ อส.อ.เพ็ญ และฝ่ายรักษาความสงบ อ.เพ็ญ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายจตุพล หรือ โต้ง พรมวงศ์ อายุ 35 ปี อยู่ที่ 251 ม.1 ต.บ้านแดง อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี
ในข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมของกลาง ยาบ้า 2,222 เม็ด ยาไอซ์ 0.62 กรัม อาวุธปืนพกสั้นแบบไทยประดิษฐ์ ขนาด.38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 นัด รถเก๋งยี่ห้อเซฟโลเลต อ็อฟต้า สีบรอนทอง ทะเบียน ษศ-1084 กทม.
นายปราโมทย์ ธัญญพืช ปลัดจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ ทาง อส.พร้อมทหารชุด ชป.1322 ได้ออกตั้งด่านความมั่นคง และรักษาความสงบในพื้นที่เสี่ยงของ ต.เสาไห อ.เพ็ญ โดยสืบทราบว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติดผ่านเส้นทางที่ตั้งด่าน ขณะปฏิบัติหน้าที่มีรถเก๋งยี่ห้อเชฟโลเลตตามที่สายรายงานมาวิ่งผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นตัวนายจตุพล คนขับ และตรวจภายในรถ พบยาบ้าห่อด้วยกระดาษ มีพลาสติกพันทับด้วยเทปสีดำซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บของข้างพวงมาลัย และยังตรวจพบยาไอซ์ ซ่อนอยู่ในกล่องเหล็กวางอยู่บนเบาะข้างคนขับ และยังพบอาวุธปืนและกระสุนปืนซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสีเขียวใต้เบาะข้างคนขับ จึงควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่ว่าการอำเภอเพ็ญ และทำการตรวจปัสาวะเป็นสีม่วง
นายจตุพล ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ตนมีอาชีพปลูกอ้อย และได้กู้เงิน ธกส.ไปเปิดร้านอาหารตามสั่งที่ จ.ภูเก็ต แต่ขาดทุนจึงกลับมาบ้านปลูกอ้อย และได้หันมาค้ายาบ้า โดยตนมีลูกพี่ถูกจับติดคุกอยู่ ซึ่งเคยให้เบอร์โทรศัพท์ของชาวลาวที่เป็นเอเย่นต์จำหน่ายยาบ้า จึงโทรติดต่อไปไปหาชาวลาวรับยาบ้ามาขายครั้งละ 1 มัด 2,000 เม็ด ในราคาเม็ดละ 100 บาท นัดส่งยาบ้ากันบนถนนเส้น อ.โพนพิสัย- อ.สร้างคอม และจะนำไปขายต่อให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่อำเภอใกล้เคียงเม็ดละ 200 บาทซึ่งตนก็จะนำเอายาบ้าไปวางไปตามหลักกิโล ถนนเส้น อ.เพ็ญ-อ.พิบูลย์รักษ์ ไว้ให้กับลูกค้าของตนเมื่อขายหมดก็จะโทรศัพท์ไปสั่งมาขายอีก ซึ่งตนจะจ่ายเงินสดไป เมื่อขายได้เงินก็จะนำไปใช้หนี้ ธกส.โดยตนทำมา 3 ครั้งแล้ว จนมาครั้งนี้ครั้งที่ 4 จึงถูกจับกุม



