เจ้าอาวาสบุกป.ปัดแก๊ง หญิงไก่
เจ้าอาวาสวัดถูกพาดพิงเอี่ยว หญิงไก่ แจ้งความกลับดำเนินคดี ทนายสงกานต์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พยานอ้างโดนหลอกวิ่งเต้นเครื่องราชฯ หมิ่นประมาทฯ ฟันซ้ำหมิ่นเบื้องสูง
27 ก.ค. 59 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พระสุรสิทธิ์ ประทานสงฆ์ วัดยี่ป่า อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย พร้อมนายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ เข้าพบ พ.ต.ท.เอก เฟื่องฟุ้ง รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.ป. แจ้งความดำเนินคดี กับนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ พระสมุห์ชวลิต กิตติเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดท่าซุงทักษิณาราม อ.บางไทร และ น.ส.สายใย เอี่ยมภูมิ อายุ 87 ปี ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชน และให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เกี่ยวกับคดีของนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ หญิงไก่ ในลักษณะกล่าวหาว่า พระสุรสิทธิ์ มีการเรียกรับเงินจำนวน 2.8 ล้านบาท เพื่อเอาไปวิ่งเต้นช่วยให้ น.ส.สายใย ได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์
พระสุรสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าไม่เคยรู้จักสนิทสนมกับ หญิงไก่ มาก่อน แต่ยอมรับว่าเคยเจอ หญิงไก่ เพียงครั้งเดียว เมื่อปี 2558 เมื่อครั้ง หญิงไก่ เดินทางมาทำบุญกับทหารนายหนึ่งเท่านั้น และไม่ได้พูดคุยหรือติดต่อใดๆ กันอีกเลย
ส่วนกรณีที่แจ้งดำเนินคดีหมิ่นเบื้องสูงกับ น.ส.สายใย เนื่องจากเมื่อปี 2551 - 2552 ตนเองได้รางวัลชนะเลิศ ประกวดเรือเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นเงินจำนวน 1 ล้านบาท และขณะนั้นตนประสบอุบัติเหตุ น.ส.สายใย จึงชักชวนให้ไปนวดแผนโบราณที่ร้านนวดของตัวเองย่านสาทร แต่เมื่อไปถึงร้านนวด น.ส.สายใย กลับเอาเอกสารสัญญาเงินกู้มาให้ตนเองเซ็น พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่ยอมเซ็นจะไม่ปล่อยกลับไป จึงยินยอมเซ็นเอกสารเงินกู้ให้ทั้งที่ไม่ได้มีหนี้สินกัน จากนั้นอีกประมาณ 2 - 3 เดือน น.ส.สายใย ได้มาทวงขอเงินคืน พร้อมอ้างว่ามีเอกสารคำรับฟ้องจากศาลแล้ว และยังข่มขู่ว่าหากไม่คืนเงินดังกล่าวจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ก่อนจะแสดงภาพถ่ายกับบุคคลสำคัญและนามบัตรของบุคคลสำคัญ ตนเองจึงเกรงกลัว หลังจากนั้นจึงตัดสินใจนำเงินให้ทนายความเอาไปมอบให้ น.ส.สายใย จำนวน 5 แสนบาท พร้อมได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ไว้เป็นหลักฐาน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม กลุ่มนายสงกานต์มาแจ้งความไว้ ทำให้ตนเองเกิดความเสียหาย จึงเข้าแจ้งความกลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางทนายได้แสดงเอกสารการทำธุรกรรมทางการเงินในบัญชีชื่อ สุพิมพิสุทธิ์ เอี่ยมภูมิ ซึ่งตรวจสอบพบเป็นอีกชื่อหนึ่งของ น.ส.สายใย ที่พบว่ามีการถอนเงินและโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว ซึ่งขัดแย้งที่ น.ส.สายใย เคยอ้างกับบุคคลอื่นว่าเป็นหลักฐานที่ น.ส.สายใย โอนให้กับพระสุรสิทธิ์ รวมทั้งนำเอกสารจากศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธาที่ได้มีการรับฟ้อง พระสมุห์ชวลิต กิตติเมธี ในความผิดบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ โดยมีพระสุรสิทธิ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง มาแสดงว่าพระสุรสิทธิ์เองมีปัญหาขัดแย้งกับพระสมุห์ชวลิต กิตติเมธี ด้วย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจรับเรื่องไว้ ก่อนรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับเพื่อดำเนินการต่อไป



