ข่าว

กพช.ถกด่วน10ส.ค.อุ้มน้ำมัน ชี้ขาดลดเงินกองทุนน้ำมัน-คาดเคาะตัวเลข2บาท

กพช.ถกด่วน10ส.ค.อุ้มน้ำมัน ชี้ขาดลดเงินกองทุนน้ำมัน-คาดเคาะตัวเลข2บาท

08 ส.ค. 2552

ประชุม กพช.ด่วนวันที่ 10 สิงหาคมนี้ ชี้ขาดตัวเลขลดเงินกองทุน พลังงานเผยเตรียมเสนอ 2-3 ทางเลือก คาดรวมลดเงินกองทุนอยู่ที่ 2 บาท "กรณ์" พร้อมลดภาษีหากใช้เงินกองทุนแล้วยังเบรกไม่อยู่

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเป็นการด่วน เพื่อตัดสินตัวเลขการลดเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและกองทุนส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน 50 สตางค์ ซึ่งกระทรวงพลังงานกำลังทำตัวเลขที่เหมาะสมว่าจะลดได้เท่าใด โดยจะพิจารณาดูแลการใช้เงินกองทุนให้เป็นประโยชน์ทุกด้าน

 "มาตรการช่วยเหลือของกระทรวงพลังงาน จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ครอบคลุมถึงภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรมและการผลิต รวมทั้งภาคครัวเรือน โดยมุ่งเน้นไปที่การลดค่าครองชีพของประชาชนเป็นหลัก รวมทั้งการลดต้นทุนการผลิต เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศด้วย" นพ.วรรณรัตน์กล่าว

 รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงานแจ้งว่า จะมีการเสนอต่อ กพช.ใน 2-3 ทางเลือก ลดอัตราเงินนำส่งกองทุนทั้งกลุ่มเบนซิน-ดีเซล พร้อมทั้งกำหนดกรอบเวลา และมีการแจกแจงว่าแต่ละทางเลือกจะเป็นอย่างไร โดยการลดเงินกองทุนรวมๆ แล้วจะมีอัตรา 1-2 บาทต่อลิตร ก็จะสามารถลดราคาน้ำมันได้ทันที หากได้รับความเห็นชอบ

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้าจะมีข่าวดีเรื่องมาตรการที่จะทำให้ราคาน้ำมันลดลง โดยกระทรวงพลังงานจะเสนอลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้น้ำมัน และหากพบว่าราคาน้ำมันยังปรับเพิ่มอีกจนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน กระทรวงการคลังก็พร้อมจะพิจารณาลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

 น.ส.สุวพร ศิริคุณ ผู้อำนวยการมูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รัฐบาลควรลดทั้งภาษีสรรพสามิตน้ำมันและเงินกองทุน รวมประมาณ 3 บาทต่อลิตร เพื่อลดผลกระทบจากภาระน้ำมันแพง ซึ่งกระทรวงการคลังทำไม่ถูกมาตั้งแต่ต้น ที่ปรับเพิ่มภาษีในช่วงราคาน้ำมันเริ่มแพง ดังนั้น ควรจะลดภาษี 1 บาทต่อลิตรเป็นการชั่วคราว ขณะที่การลดเงินกองทุนน้ำมันควรจะพิจารณาลดในส่วนของเบนซิน 91 อัตรา 2 บาทต่อลิตร เพราะมีผู้ใช้เป็นจำนวนมาก และควรลดแก๊สโซฮอล์ 95 อัตรา 1 บาท และลดดีเซลบี 2 ในอัตรา 1 บาทต่อลิตร

 "ควรจะเก็บเงินชั่วคราวเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในช่วงน้ำมันแพง ซึ่งจะเป็นการใช้กองทุนน้ำมันตามวัตถุประสงค์ คือ ใช้เป็นกลไกของรัฐในการป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และใช้ในการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ จากกรณีที่ราคาในตลาดโลกสูงขึ้น เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชนให้น้อยที่สุด" น.ส.สุวพรกล่าว