
"พุทธะอิสระ-เจ้าคุณพิพิธ"ไกล่เกลี่ยสำเร็จ
“ หลวงปู่พุทธะอิสระ - เจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ ” จบสวย ศาลแพ่งไกล่เกลี่ยสำเร็จ สองฝ่ายทำสัญญาตกลง 5 ข้อ
ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ได้นัดไกล่เกลี่ย คดีหมายเลขดำ พ.1547/2559ที่พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พระราชวิจิตรปฏิภาณ หรือเจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นจำเลย เรื่องละเมิด ด้วยการแพร่หลายข่าวให้เสียหายด้วยข้อความที่ทำให้ประชาชนรู้สึกดูหมิ่น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา420เรียกค่าเสียหาย10ล้านบาท จากกรณีระหว่าง เดือน ก.พ.58– 16 ก.พ.59เจ้าคุณพิพิธ ให้สัมภาษณ์ถึงโจทก์หลายครั้ง มีเจตนาทำให้ประชาชน เข้าใจว่าโจทก์ใส่ความ สมเด็จพระมหารัชชมังคลาจารย์หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งมีการเผยแพร่ลงสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้งเฟซบุ๊ค และยูทูปด้วย โดยจำเลยยังกล่าวถ้อยคำเปรียบเทียบ ที่อาจทำให้ประชาชนดูถูกดูหมิ่นโจทก์
โดยวันนี้ หลวงปู่พุทธะอิสระ โจทก์ และพระราชวิจิตตปฏิภาณ หรือเจ้าคุณพิพิธ จำเลย เดินทางมาศาล พร้อมทนายความ เพื่อร่วมไกล่เกลี่ย ซึ่งการไกล่เกลี่ยใช้เวลานาน ประมาณ 4 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น โดยทั้งสองฝ่าย สามารถตกลงกันได้
ภายหลัง หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวว่า เจ้าคุณพิพิธยอมรับความจริงและรับปากว่าหลังจากนี้จะไม่พูดจาหรือ ให้ข่าวพาดพิงให้ได้รับความเสียหายอีก รวมทั้งยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ประกอบด้วยค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล กว่า 30,000 บาท พร้อมทั้งทำสัญญาตกลงกันว่า หากกล่าวเท็จ ว่าร้ายให้ได้รับความเสียหายอีก เรื่องคดีความจะต้องกลับมาดำเนินกระบวนพิจารณาเช่นเดิม ถือว่าเรื่องนี้จบลงด้วยดี เพราะไม่ได้ตั้งใจจะเอาเรื่องอะไรกับเจ้าคุณพิพิธอยู่แล้ว แต่อยากพิสูจน์ความจริงให้สังคมได้รับรู้ ระดับเจ้าคุณหรือระดับผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง จะวิพากษ์วิจารณ์ก็ขอให้มีข้อมูลความจริงด้วยเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ก็ต้องขอโทษที่ทำให้เจ้าคุณพิพิธต้องขึ้นศาล
หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวด้วยว่า วันนี้พระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร มอบหมายให้ทนายความ ยื่นขอเลื่อนนัดไกล่เกลี่ยคดีที่พระพุทธะอิสระ ยื่นฟ้อง เจ้าคุณประสารกับพวก ในนความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา309และหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา328, ความผิดตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่2พ.ศ.2535มาตรา25และกฎมหาเถรสมาคม(มส.)พ.ศ.2551กรณีประกาศอุกเขปนียกรรม กับพระพุทธะอิสระมิชอบตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ซึ่งศาลนัดไกล่เกลี่ยวันที่ 9 ส.ค.นี้ ความจริงก็อยากจะให้มีการไกล่เกลี่ยเพื่อเตือนสติว่า จะทำอะไรให้มีข้อมูลชัดเจนและอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง โดยวันนี้ตั้งใจจะเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กับเจ้าคุณประสาร ในข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร และชักชวนยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องต่ออำนาจรัฐ รวมทั้งขัดคำสั่ง คสช. แต่ทั้งนี้ก็จะรอดูท่าทีก่อนว่าเจ้าคุณประสารจะหยุดหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อตกลงที่คู่ความทั้งสองฝ่าย ทำสัญญารวม 5 ข้อ มีเนื้อหาดังนี้
1.จำเลย ยอมรับว่าได้พูดให้ข่าวให้สัมภาษณ์ หรือให้ข้อมูลข่าวสารหลายครั้งตามคำฟ้อง จนเกิดความเสื่อมเสียต่อสิทธิของโจทก์
2. โจทก์และจำเลย ตกลงว่านับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความนี้ จำเลยจะไม่พูดไม่ให้ข่าวให้สัมภาษณ์ หรือไม่ให้ข้อมูลใดๆ พาดพิงถึงโจทก์ หรือ อาจทำให้โจทก์ได้รับความเสื่อมเสียสิทธิอีกต่อไป
3.จำเลย ยอมรับและยินยอมให้โจทก์ให้ข้อมูลข่าวสารให้สัมภาษณ์ถึงการยอมความครั้งนี้ได้
4.จำเลย ยอมชดเชยค่าทนายความให้แก่โจทก์เป็นเงิน จำนวนทั้งสิ้น 30,000 บาท พร้อมค่าฤชาธรรมเนียมศาลในส่วนที่ศาลไม่สั่งคืน
5.โจทก์และจำเลย ไม่ติดใจเรียกร้องอย่างใดต่อกันอีก และทั้งสองฝ่ายได้ปรับความเข้าใจต่อกันเป็นอย่างดีแล้ว และหากผิดสัญญาประนีประนอมยอมความก็ให้โจทก์บังคับคดีได้ในทันที



