ข่าว

นายกฯแจงปรับโครงสร้าง “ภาษีสรรพสามิต” ต้องทำรับสถานการณ์โลก

นายกฯแจงปรับโครงสร้าง “ภาษีสรรพสามิต” ต้องทำรับสถานการณ์โลก

26 ก.ค. 2559

นายกฯ แจงปรับโครงสร้าง “ภาษีสรรพสามิต” ต้องทำรับสถานการณ์โลก  เตือนทุกบริษัท รัฐประกาศแล้วหากเลี่ยงจ่ายเจอตรวจย้อนหลัง 5 ปี

 

 เวลา 14.00น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ว่า อยู่ระหว่างการศึกษาดำเนินการโดยกฤษฎีกาพิจารณา เรื่องภาษีนั้นควรเข้าใจ ซึ่งเรื่องใดที่เกี่ยวกันจะเป็นการพิจารณาลับ ถ้าเปิดเผยตั้งแต่ต้นก็ไม่ต้องทำอะไรกัน ส่วนเจตนาของรัฐบาลในการปฏิรูปโครงสร้างภาษีสรรพสามิตนั้น เป็นการปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ที่ไปตามกฎกติกาการค้า ทั้ง WTO และ FTA ต้องดูว่าเขาเปลี่ยนแปลงอย่างไร และต้องดูว่าประเทศไทยมีการปรับเปลี่ยนมาบ้างหรือยัง ไม่ใช่มองในแง่ว่ารัฐบาลต้องการรีดภาษีจากคนโน้นคนนี้ ตนไม่ต้องการรีดภาษีกับใคร ทั้งนี้ต้องมองในเรื่องค่าใช้จ่ายของรัฐที่มากขึ้นทุกวัน ขณะที่ต้องดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ การศึกษา สาธารณสุข ถามว่าถ้าไม่มีการปรับอะไรเลยเงินจะมาจากไหน แล้วประชาชนจะได้อะไรขึ้นมา ก็ไม่ได้อยู่ดี ซึ่งรัฐบาลก็ดูสถานการณ์อยู่แล้วว่าอะไรอย่างไร และต้องคิดไว้ก่อน

 

      

นายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะต้องมีการปรับกระบวนการภาษี เพราะความยากง่ายในการประกอบธุรกิจในประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่มีปัญหามาสุดคือการเสียภาษีหลายจุด ไม่ได้เสียที่จุดเดียวทั้งสรรพากร สรรพสามิต ต้องไปหลายที่หลายกระทรวง ฉะนั้นต้องปรับโครงสร้างตรงนี้ในเรื่องการให้บริการ โดยใช้ระบบไอทีเข้ามาช่วย ซึ่งทั้งหมดต้องทำสองทาง

 

          

“รัฐบาลก็ต้องทำ ประชาชนก็ต้องร่วมมือ อันไหนที่มีข้อขัดแย้งหรือมีปัญหาก็ถกแถลงร่วมกันหาทางออกให้ได้ ไม่ใช่แค่ถกแถลงได้ไม่ได้ ทำไม่ทำ มันก็จะไม่ได้อะไรสักอย่าง หากเศรษฐกิจไม่ดี ภาษีก็จะเก็บไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมีเกณฑ์เก็บอยู่แล้วจะไปกลัวทำไม” นายกฯ กล่าว

 

           

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการปฏิรูปโครงสร้างภาษีสรรพาสามิตเรียบร้อยคาดว่ารัฐบาลจะมาสามารถจัดเก็บภาษีมากขึ้นกว่าเดิมเท่าไร นายกฯ กล่าวว่า อย่างน้อยน่าจะหนึ่งในสาม ซึ่งวันนี้แค่เอาเข้าระบบภาษีให้ถูกต้องยังยาก สื่อช่วยด้วยสิ ปี 2559 ประกาศไปแล้วว่าจะสำรวจภาษีทุกบริษัทที่มีรายได้ ถ้าจ่ายภาษีไม่ตรงจะต้องตรวจสอบย้อนหลัง 5 ปี