ข่าว

ข่าวลือ!? ชาญเทพ ขึ้น ผบช.น.แทนศานิตย์

ข่าวลือ!? ชาญเทพ ขึ้น ผบช.น.แทนศานิตย์

26 ก.ค. 2559

ชาญเทพ ผบช.ภ.7 เผย ไม่เคยคุย ผบ.ตร.เรื่องปรับย้ายดำรงตำแหน่ง ผบช.น.แทน ศานิตย์ ชี้ อยู่ที่ดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชา เคยเป็น รอง ผบช.น.มาก่อน ไม่มีปัญหา


               26 ก.ค. 59  เมื่อเวลา 13.40 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) นัดประชุม ก.ตร.ในวันที่ 27 กรกฎาคม เวลา 14.00 น. โดยมีวาระสำคัญคือ การกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจให้สอดคล้องกับระบบการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจเพื่อปฏิบัติภารกิจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะสนับสนุนให้ พล.ต.ท. ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) แทน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.ด้วย

               ด้าน พล.ต.ท. ชาญเทพ กล่าวว่า ตนทราบกระแสข่าวดังกล่าวแล้ว แต่คิดว่าคงไม่มีอะไรมาก เพราะข่าวลือลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ที่ผ่านมา ผบ.ตร.ก็ไม่เคยคุยรื่องนี้กับตน ส่วนใหญ่จะคุยเรื่องการทำงานทั่วไปมากกว่า ยืนยัน ไม่เคยมีการทาบทามอะไรทั้งสิ้นจาก ผบ.ตร. แต่ถ้าหากจะมีการปรับย้ายให้มาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจริงๆ ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของบังคับบัญชา ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะตนเคยทำงานอยู่นครบาล เป็น รอง ผบช.น.มาก่อน

 

สตช.จัดระบบงานใหม่ เสนอปรับลด-ยุบตำแหน่ง

 

สตช.จัดระบบงานใหม่ เสนอปรับลด-ยุบตำแหน่ง

 

               เมื่อเวลา 11.00 น.  พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ กล่าวถึงการประชุม ก.ตร. ในวันที่ 27 ก.ค. ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะนำเสนอเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการปฏิรูปองค์กรตำรวจให้ ก.ตร.พิจารณาใน 2 เรื่อง คือ การวิเคราะห์และกำหนดตำแหน่งให้สอดรับกับระบบงานของ ตร. และการวิเคราะห์และกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจเพื่อทำหน้าที่ในศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษและงานนโยบายสำคัญของ ตร. ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธาน ก.ตร. ที่ต้องการปรับระบบการทำงานหลักและงานสนับสนุนให้เกิดความชัดเจน มีสายการบังคับบัญชาที่สั้นลงและมีความคล่องตัวในการบริหารสั่งการให้มากขึ้น รวมทั้งปรับระบบการทำงานของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับงานความมั่นคง งานอาชญากรรมข้ามชาติ การก่อการร้าย การค้ามนุษย์ การตัดไม้ทำลายป่า ยาเสพติด และงานอื่นๆ ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยส่วนรวม ซึ่งการวิเคราะห์และกำหนดตำแหน่งดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุ ก.ตร. บริหารทรัพยากรบุคคลแล้ว

               พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า ในส่วนแรกที่เป็นการปรับระบบงานให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปองค์กรตำรวจนั้น จะมีการกำหนดตำแหน่งและหน้าที่ความรับผิดชอบของ รอง ผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อให้สอดรับรับผิดชอบงานตามที่คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. กำหนดไว้ใน 5 สายงาน ได้แก่ งานบริหาร งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม งานสืบสวน งานกฎหมายและสอบสวน และงานความมั่นคงและกิจการพิเศษ

               “ในการดำเนินการจะมีการปรับลดตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. จาก 7 ตำแหน่ง เหลือ 5 ตำแหน่ง ปรับลดตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. จาก 14 ตำแหน่ง เหลือ 10 ตำแหน่ง ยุบเลิกตำแหน่ง ที่ปรึกษา (สบ10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. ทั้งหมด 6 ตำแหน่ง ปรับลดตำแหน่ง จเรตำรวจ (สบ8) ในสังกัดสำนักงาน ผบ.ตร. เทียบเท่า ผบช. จาก 9 ตำแหน่ง เหลือ 5 ตำแหน่ง ปรับลดตำแหน่ง ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. จาก 6 ตำแหน่ง เหลือเพียง 3 ตำแหน่ง ยุบเลิกตำแหน่ง รอง ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ทั้งหมด 3 ตำแหน่ง ​ผลจากการปรับตำแหน่งดังกล่าว ทำให้มีการยุบเลิกตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. และที่ปรึกษา (สบ10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. ยศ พล.ต.อ. จำนวน 8 ตำแหน่ง ยุบเลิกตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผบช. และเทียบเท่า ผบช. ยศ พล.ต.ท. จำนวน 11 ตำแหน่ง และยุบเลิกตำแหน่ง รอง ผบช. ยศ พล.ต.ต. อีก 3 ตำแหน่ง”

               ​พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวด้วยว่า สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษและนโยบายสำตัญของ ตร. นั้น ท่าน ผบ.ตร. ได้เสนอปรับบทบาทเพื่อปฏิรูประบบการทำงานของศูนย์ต่างๆ ทั้ง 10 ศูนย์ เพื่อให้สนองตอบต่อสภาพปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน และสามารถรองรับการขยายตัวของอาชญากรรมข้ามชาติในทุกรูปแบบ รวมทั้งการวิเคราะห์และกำหนดตำแหน่ง และหน้าที่ความรับผิดชอบให้ชัดเจน เพื่อสรรหาบุคคลากรที่เหมาะสมและมีประสบการณ์ในการที่จะเข้ามาทำหน้าที่ควบคุมดูแลและสั่งการในการปฏิบัติงานของศูนย์ต่างๆ เหล่านี้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

               สำหรับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษทั้ง 10 ศูนย์ ประกอบด้วย ​1. ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 2. ศูนย์ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 3. ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ 4. ศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด 5. ศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 6. ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง 7. ศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง 8. ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์รถจักรยานยนต์ 9. ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมสินค้าทางน้ำ และ 10. ศูนย์ปฏิบัติการงานความมั่นคงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

               พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้ จะมีการนำเสนอ ก.ตร. เพื่อขออนุมัติหลักการในการปฏิรูประบบการปฏิบัติงาน พร้อมกำหนดตำแหน่งผู้รับผิดชอบดูแล ซึ่งจะเสนอให้มีตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. เป็น ผู้อำนวยการศูนย์ฯ มีตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ เทียบเท่า ผบช. ทำหน้าที่ รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ มีตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. เทียบ ผบก. ทำหน้าที่หัวหน้าส่วนอำนวยการ สนับสนุน และปฏิบัติการ โดยทั้งหมดนี้จะเป็นตำแหน่งบริหารแต่ไม่มีการกำหนดตำแหน่ง นายเวร และผู้ช่วยนายเวร ให้เหมือนกับตำแหน่งบริหารโดยทั่วไป

               ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่า จะมีการพิจารณาแต่งตั้งตำแหน่ง ผบช.น.ของ พล.ต.ท.ศานิตย์ ที่ยังรักษาราชการแทน ผบช.น.อยู่ในขณะนี้ด้วยหรือไม่

               พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ในวาระการประชุม ก.ตร.ในครั้งนี้ แม้จะไม่มีเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพลปรากฏอยู่ แต่ในการดำเนินการก็สามารถทำได้อยู่แล้ว โดยเป็นดุลยพินิจและอำนาจหน้าที่ของ ผบ.ตร. ที่จะต้องเป็นผู้เสนอ โดยนำเรียนประธาน ก.ตร. เพื่อขอรับความเห็นชอบในการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ ก.ตร.ต่อไป