
หลวงพี่น้ำฝน : เอาที่สบายใจนะโยม !!
หลวงพี่น้ำฝน เปิดแถลงข่าวหน้าเมรุเผาศพ ยืนยันความบริสุทธิ์ครอบครองรถโบราณ ซัด ดีเอสไอ เอาที่สบายใจนะโยม
26 ก.ค. 59 เมื่อเวลา 10.38 น. ที่ ศาลาชีวะศิริ หน้าเมรุเผาศพ (ฌาปนสถานปลอดมลพิษ) วัดไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีรถโบราณ “จากัวร์ เพ็นเทอร์” โดยมีนายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร ทนายความและไวยาวัจกร พร้อมคณะทีมกฎหมายของวัด กรรมการวัด และคณะสงฆ์ของวัดร่วมแถลง
นายศุภภัทร์พจน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้แถลงข่าวกรณีรถโบราณ จากัวร์ เพ็นเทอร์ ซึ่งมีชื่อของ หลวงพี่น้ำฝน เป็นผู้ครอบครอง โดยได้แถลงความคืบหน้าในการตรวจสอบรถยนต์จดประกอบคันดังกล่าว ว่า ผิดกฎหมายตั้งแต่ต้น เป็นการตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษีอากรโดยเจตนา และได้มีการปลอมลายมือชื่อของนายชรินทร ปถคามินทร์ เป็นผู้นำเข้าเครื่องยนต์ ในทางคดีเห็นว่ามีความผิด ฐานหลีกเลี่ยงอากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 27 ประกอบ พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร รายละเอียดปรากฏตามสื่อ เป็นที่ทราบกันแล้วนั้น ในฐานะผู้แทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรถยนต์โบราณ จากัวร์ เพ็นเทอร์ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณชน ดังนี้
1. เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2556 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีหนังสือที่ ยธ 0800.4/471 มายังพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน ขอเชิญให้นำรถยนต์โบราณ จากัวร์ เพ็นเทอร์ เข้าทำการตรวจสอบ ครั้งที่ 1 และพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน ได้นำรถยนต์ดังกล่าว ไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ทำการตรวจสอบ โดยมีหน่วยงานราชการต่างๆ ร่วมทำการตรวจสอบ คือ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สถาบันมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมการขนส่งทางบก กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และกรมสรรพากร
ต่อมา เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2556 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกหนังสือแบบตรวจสอบรถยนต์ให้กับพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่า เจ้าพนักงานจากหน่วยงานสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สถาบันมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมการขนส่งทางบก กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิครถยนต์ ได้ตรวจสอบแล้วเบื้องต้น เชื่อว่า เป็นรถยนต์ที่ประกอบขึ้นในประเทศ จากชิ้นส่วนรถยนต์เก่า
2. เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีหนังสือที่ ยธ 0808/324 มายัง พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน ขอเชิญให้นำรถยนต์โบราณ จากัวร์ เพ็นเทอร์ เข้าทำการตรวจสอบ ครั้งที่ 2 และเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2559 โดยมีเจ้าพนักงานจากหน่วยงานสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สถาบันมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมการขนส่งทางบก กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิครถยนต์ จากบริษัทจากัวร์ (ประเทศไทย) และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิครถยนต์ จากบริษัท เพ็นเทอร์ ร่วมตรวจสอบ
ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2559 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ว่า รถโบราณ จากัวร์ เพ็นเทอร์ ซึ่งมีชื่อของ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน เป็นผู้ครอบครอง ผิดกฎหมายตั้งแต่ต้น เป็นการตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษีอากรโดยเจตนา โดยสำแดงนำเข้าโครงรถยนต์เป็น เพ็นเทอร์ สำแดงเครื่องยนต์เป็น จากัวร์ แต่แท้จริงแล้ว รถดังกล่าวเป็นยี่ห้อ เพ็นเทอร์ ไม่ใช่ จากัวร์ รวมทั้งมีการปลอมลายมือชื่อของนายชรินทร ปถคามินทร์ เป็นผู้นำเข้าเครื่องยนต์ จากหลักฐานเชื่อว่า รถคันดังกล่าวมีการแยกชิ้นส่วนมาจดประกอบจริง ในทางคดีเห็นว่า ผู้นำเข้าเครื่องยนต์และตัวถัง มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้อง ถือเป็นบุคคลเดียวกันและถือเป็นผู้มีความผิดฐานหลีกเลี่ยงอากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 27 ประกอบ พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร ดังที่ปรากฏในสื่อมวลชนแล้วนั้น
ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า เมื่อปี พ.ศ. 2554 พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน ได้เดินทางไปที่ เมืองลอสแองเจลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้รับกิจนิมนต์ เพื่อไปเผยแพร่พระพุทธศาสนา และเจริญพุทธมนต์ ตามตำรับของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูล อัตตะรักโข และเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับญาติโยมที่ประกอบอาชีพร้านอาหารไทย ณ เมืองลอสแองเจลิส และในวันดังกล่าว ได้มีนายสมเชษฐ เขมทัต เจ้าของร้านอาหารไทย ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้เลื่อมใสศรัทธาในพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน แจ้งว่ามีรถยนต์โบราณคันหนึ่ง ยี่ห้อ จากัวร์ เพ็นเทอร์ ซึ่งเคยใช้งานได้เมื่อหลายปีก่อน ต่อมาไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากมีสภาพเก่าทรุดโทรม เพราะรถมีอายุกว่า 40 ปี เครื่องยนต์เสียหาย และได้ถอดเครื่องออกทิ้งไปแล้ว อะไหล่หลายชิ้นพังเสียหาย ไม่สามารถใช้การได้ คงเหลือแต่โครงรถยนต์ที่ตบแต่งเป็นรถยนต์โบราณ จอดโชว์ไว้หน้าร้านอาหาร
ในครั้งนั้น นายสมเชษฐ แจ้งความประสงค์ถวายรถยนต์โบราณดังกล่าว เพื่อมาจอดโชว์ไว้ที่วัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม เพื่อเป็นกุศโลบายให้คนเข้าวัดมากขึ้น ซึ่งพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน เห็นว่าเป็นเจตนาที่ดี ภายหลังกลับมาจากสหรัฐอเมริกาแล้ว พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน ได้นำเรื่องมาปรึกษากับนายเติมศักดิ์ ปิติธนสารสมบัติ ลูกศิษย์คนใกล้ชิด ซึ่งนายเติมศักดิ์ เห็นด้วย และแจ้งว่าจะเป็นคนรับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายเสียภาษีต่างๆ ให้เอง
ต่อมา เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2554 นายสมเชษฐ ได้ส่งโครงรถยนต์เก่าจากัวร์ มายังประเทศไทย รวมทั้งอะไหล่ต่างๆ บางส่วนที่ยังใช้ได้ เช่น ไฟหน้า ไฟท้าย รวมมาด้วย ส่งมาในนามนายชรินทร ปถคามินทร์ โดยนายสมเชษฐ์ แจ้งว่า นายชรินทร เป็นอู่รถยนต์จดประกอบ ส่วนเครื่องยนต์ยังไม่ส่งมา ให้แจ้งว่ายังไม่สามารถหาเครื่องยนต์ได้ และต่อมา เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2554 นายสมเชษฐ์ ได้ส่งเครื่องยนต์เบนซินเก่าใช้แล้ว ยี่ห้อ จากัวร์ และอะไหล่รถยนต์เก่าใช้แล้ว มายังประเทศไทย โดยส่งมาในนามพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน และท่านได้สอบถามไปยังนายสมเชษฐ์ ทราบว่า นายชรินทร มีปัญหาเรื่องคดีความ และได้หลบหนีไปจากภูมิลำเนาแล้ว จึงส่งมาในนามพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน ในการเสียภาษีศุลกากร และค่าธรรมเนียมการนำเข้าต่างๆ นายเติมศักดิ์ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด
หลังจากนั้น เมื่อนายชรินทร มีปัญหาเรื่องคดีความ และได้หลบหนีไปจากภูมิลำเนาแล้ว จึงไม่อาจประกอบรถยนต์คันดังกล่าวที่อู่ของนายชรินทรได้ ลูกศิษย์ของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน จึงได้นำโครงรถยนต์ เครื่องยนต์ และอะไหล่บางส่วน นำไปประกอบที่อู่ของนายธีรวุฒิ แดงท่าไม้ ซึ่งโรงงานตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร และนายธีรวุฒิได้ประกอบและซ่อมรถยนต์ดังกล่าว โดยสั่งซื้ออะไหล่ต่างๆ จากประเทศไทย และนำไปจดประกอบ รวมทั้งนำไปจดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบก ตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมด นายเติมศักดิ์ เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนที่จะนำมาตั้งโชว์ไว้ที่วัดไผ่ล้อม ตามเจตนาของผู้ถวายข้างต้นนั้น
สำหรับรถยนต์คันนี้ จะเรียกยี่ห้อ จากัวร์ เพ็นเทอร์ หรือ เพ็นเทอร์ จากัวร์ เป็นเรื่องของกรมการขนส่งทางบก รวมทั้งไม่ทราบเรื่องการปลอมลายมือชื่อของนายชรินทร เนื่องจากไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในการนำเข้ารถยนต์คันดังกล่าว จึงขอเรียนว่า รถยนต์คันดังกล่าวผู้ถวายได้มีเจตนาเพื่อที่จะประกอบขึ้นเพื่อถวายและตั้งโชว์ไว้ที่วัดไผ่ล้อม เพื่อให้พุทธศาสนิกชน และคนรุ่นหลัง ได้ดูและศึกษา และเป็นกุศโลบายนำคนเข้าวัด มิได้นำมาใช้เป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด
ซึ่งไม่ทราบว่าทางดีเอสไอมีเจตนาใดที่พยายามเปิดประเด็นเรื่องรถโบราณ 2 คัน คือของ สมเด็จช่วง พระผู้ใหญ่ และหลวงพี่น้ำฝน ทั้งๆ ที่มีรถนำเข้าจดประกอบอีกหลายพันคัน ไม่เห็นทางดีเอสไอนำออกมาแถลงต่อสื่อบ้างว่ามีใครที่ไหนบ้างที่ครอบครองและถูกผิดอย่างไร ซึ่งก็เป็นที่น่าสังเกต และครั้งสุดท้ายที่คณะของดีเอสไอมาตรวจรถคันนี้ เราก็รอว่าจะเรียกสอบปากคำผู้ครอบครองเมื่อไหร่ แต่ก็เงียบ อยู่ๆ ดีเอสไอก็ออกมาแถลงว่า หลวงพี่น้ำฝน ครอบครองรถหลีกเลี่ยงภาษี มันก็แปลกนะ รถคันนี้ผ่านขั้นตอนขบวนการต่างๆ ของรัฐมาทั้งหมดจนจดทะเบียน กรมการขนส่งออกเล่ม ได้เลขทะเบียนแล้ว แต่กลับเป็นของผิดกฎหมาย ก็ต้องว่ากัน เพื่อความถูกต้อง
พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่า อาตมาปลงนะ ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ ก็ทุ่มเทสืบถอดพระพุทธศาสนา ทำนุบำรุง สร้างทั้งวัด โรงเรียน โรงพยาบาล การศึกษา ด้วยทุนศรัทธาของพุทธศาสนิกชน อาตมาจะต้องไปหลีกเลี่ยงภาษีของรัฐด้วยเรื่องอะไร และรถคนนี้ก็ไม่ใช่รถหรู เป็นรถโบราณ วันนี้ทำไมจึงมานั่งแถลงข่าวหน้าเตาเผาศพ ก็เพื่อชี้ให้เห็นไงว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ ใครก็หนีไปไม่พ้น รถคันเจ้าปัญหาทุกวันที่ผ่านมาก็จอดให้ญาติโยมได้ดูที่หน้าห้องน้ำหลังเมรุเผาศพนี่แหละ ไม่ได้เอาไปไหน เพราะมันขับไม่ได้มานานแล้ว การเคลื่อนย้ายต้องเข็นเอา ก็แล้วแต่ญาติโยมดีเอสไอนะเอาที่สบายใจแล้วกันอาตมาปลง แต่ที่ต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าววันนี้ เนื่องจากทางลูกศิษย์ ไวยาวัจกร และทีมกฎหมายของวัด เห็นว่า ทางดีเอสไอที่ออกมาแถลงข่าว มีการพาดพิงมาถึงวัดไผ่ล้อม มาถึงตัวอาตมา จึงได้แถลงข่าววันนี้



