ข่าว

 จาก“อสตางค์ ทุกขัง มรณัง?”สู่ธรรมะพารวย

จาก“อสตางค์ ทุกขัง มรณัง?”สู่ธรรมะพารวย

09 ส.ค. 2552

ใครที่กำลังหาของขวัญสำหรับ “คุณแม่” ในวันแม่ที่กำลังจะมาถึง กรุณาอย่าพลาดสกู๊ป “เงินทอง” ในวันนี้ด้วยประการทั้งปวง

ตอนแรกตั้งใจว่า จะหาหลักการบริหารเงินฉบับ “แม่ๆ” มาฝาก เพราะจะว่าไปแล้ว หนึ่งในบทบาทสำคัญของความเป็น “แม่” นอกจากมีหน้าที่อบรมสั่งสอนลูก ดูแลบ้านช่องให้เรียบร้อยแล้ว “แม่” นับว่าเป็น “ขุนคลัง” ของบ้านที่ต้องคอยดูแลเรื่องรายรับรายจ่าย

“แม่” ขุนคลังในบ้าน

 คนที่ติดตามสกู๊ป “เงินทอง” มาตลอด อาจจะจำได้ว่า ครั้งหนึ่งเราเคยนำเสนอเรื่องราวการบริหารเงินในครอบครัว “อุ่นทรพันธุ์” ที่มี “ศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์” ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือเอไอที เป็นหัวหน้าครอบครัว และมีศรีภรรยาสาวสวยอย่าง “เนตรนภิส” เป็นผู้ดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ ในบ้านทั้งหมด

 คุณแม่ลูก 3 อย่าง “เนตรนภิส” ให้ข้อคิดในการดูแลบริหารจัดการเงินภายในบ้านว่า ครอบครัวอื่นอาจจะต่างคนต่างหา ต่างคนต่างใช้ แยกกระเป๋ากันชัดเจน แต่สำหรับครอบครัวนี้ เธอรู้สึกว่า การแยกกันทำให้ไม่รู้สึกถึงคำว่า “ครอบครัว” เพราะไม่ได้แชร์กัน ไม่ได้แบ่งปันความสุขที่แท้จริง

 ดังนั้น เมื่อทุกอย่างถูกรวมศูนย์ไว้เป็นกองกลาง การบริหารจัดการจึงต้องใช้ความรอบคอบมากยิ่งขึ้น นั่นทำให้ขุนคลังของบ้านอุ่นทรพันธุ์บอกว่า สำคัญที่สุดคือ ต้องวางแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุม โดยจะต้องวางแผนล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดการช็อตหรือสะดุด

 คุณแม่ท่านอื่นๆ ก็คงมีวิธีคิดที่ไม่แตกต่างกัน แต่รายละเอียดจะมาก จะน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของแต่ละครอบครัวเป็นสำคัญ

 แต่ที่แน่นอนอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ บทบาทของความเป็น “แม่” ทำให้ต้องเพิ่มความรอบคอบมากขึ้น สุขุมมากขึ้น และหนักแน่นมากขึ้น
 
“ธรรมะพารวย” ใกล้แค่เอื้อม 

 และด้วยเหตุที่การบริหารเงินฉบับคุณแม่ต้องตระหนักถึงความรอบคอบเป็นปฐม ทำให้อดไม่ได้ที่จะนึกถึงหนังสือ 2 เล่มที่เป็นงานเขียนของ อ.อัจฉรา โยมสินธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คอลัมนิสต์ประจำหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
 นั่นคือ “อ สตางค์ ทุกขัง มรณัง?” และ “ธรรมะพารวย”

 สำหรับเล่มแรก “อ สตางค์ ทุกขัง มรณัง?” อ.อัจฉราตั้งคำถามว่า “ไม่มีเงินแล้ว เป็นทุกข์เจียนตายจริงหรือเปล่า” และ “เราจะอยู่อย่างมีความสุขแบบไม่มีสตางค์ได้มั้ย”

 จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ แตกต่างจากหนังสือแนวจัดการเงินทองเล่มอื่นๆ ตรงที่ผู้เขียนได้หยิบยกเอา “หลักธรรม” เข้ามาประยุกต์กับเรื่องเงินๆ ทองๆ อย่างผสานเป็นหนึ่งเดียว นั่นทำให้ผู้อ่านจะได้สัมผัสว่า “พุทธศาสนา” กับ “การเงิน” ไม่ใช่เรื่องที่ห่างไกลกันเลยแม้แต่น้อย

 บางเรื่องผู้เขียนได้หยิบยกหลักคำสอนในพุทธศาสนามาผูกกับหลักการจัดการเงินทอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเหตุย่อยยับแห่งโภคทรัพย์ 6 ประการ, แปลงสินทรัพย์เป็นบุญ หรือเรื่อง อ สตางค์ ทุกขัง มรณัง ที่ล้วนเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจทั้งสิ้น รวมทั้งยังมีเกร็ดหรือเคล็ดลับในการจัดการเงินทอง ที่จะปรุงแต่งให้ชีวิตมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ไม่ใช่รวยแบบฉาบฉวยหรือมีกินแบบชั่วพักชั่วครู่

 ส่วนเล่มที่สอง “ธรรมะพารวย”  เข้าใจว่า เคยแนะนำไปแล้วครั้งหนึ่งในคอลัมน์นี้ ดังนั้น จะไม่ขอย้อนความให้เสียเวลา แค่ขอยกคำนิยมของพระมหา ว.วชิรเมธี ที่บอกว่า มีผู้เข้าใจผิดว่าพุทธศาสนาไปกันไม่ได้กับธุรกิจ ไม่มีมติที่เกี่ยวข้องกับเงิน หรือปฏิเสธคุณค่าของเงินไปเลย หนังสือเล่มนี้จึงเป็นหนังสือสำคัญอีกเล่มหนึ่ง ซึ่งจะเผยให้เห็นพุทธศาสนาในมิติทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

 คุณลูกที่ยังหาของขวัญให้คุณแม่ไม่ได้ สกู๊ป “เงินทอง” ได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ บีซ บุ๊ก ที่กรุณาส่งหนังสือมาให้อย่างละ 3 เล่ม รวมทั้งสิ้น 6 เล่ม สำหรับ 6 ครอบครัวแรก ที่ส่งชื่อ-นามสกุล ที่อยู่อย่างชัดเจนของ “คุณแม่” รวมทั้งชื่อ-นามสกุลของคุณลูก และความรู้สึกที่คุณอยากบอกแม่มากที่สุด มายังอีเมล [email protected] เพียงเท่านี้ ทางทีมงานก็จะจัดส่งหนังสือให้คุณแม่ถึงที่บ้าน

 ขออนุญาตเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันความสุขให้แก่คุณและครอบครัว เนื่องใน “วันแม่แห่งชาติ”

ขวัญชนก วุฒิกุล
[email protected]