
แจ้งจับ!อดีตนายจ้างแอบอ้างชื่อซื้อ-เช่ารถ7คัน
แม่บ้านสาวโร่แจ้งความตร.กองปราบฯถูกอดีตนายจ้างฉ้อโกง หลังแอบอ้างนำชื่อไปเช่า-ซื้อรถยนต์ 7 คัน เสียหายกว่า 10 ล้านบาท
ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 ก.ค.59 น.ส.สุพัตรา แก้วกงพาน อายุ 27 ปี ชาวจ.ขอนแก่น อาชีพแม่บ้าน เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.กิรติกุล กิตติธรธนิน ชาวจ.ปทุมธานี อดีตนายจ้าง หลังทราบในภายหลังว่า น.ส.กิรติกุล ได้นำชื่อของน.ส.สุพัตรา ไปใช้เป็นหลักฐานในการดาวน์รถยนต์ แต่ไม่มีการผ่อนส่งค่างวดรถจนทำให้น.ส.สุพัตรา ถูกทางบริษัทจำหน่ายรถยนต์แจ้งดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกง ในพื้นที่สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ โดยมีชื่อของตนเองเป็นกรรมการบริษัทแห่งหนึ่งในการเช่าซื้อและเช่ารถยนต์ดังกล่าว จำนวน 7 คัน มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท แต่สุดท้ายไม่ชำระเงินกับบริษัทไฟแนนซ์ ทำให้ตกเป็นผู้ต้องหาถูกแจ้งความดำเนินคดี อีกทั้งยังหลอกให้ผ่อนที่ดินใน จ.ขอนแก่น มูลค่ากว่า 1 แสนบาทด้วย แต่เมื่อผ่อนหมดกลับไม่โอนที่ดินให้ และทราบภายหลังว่ามีการนำที่ดินไปจำนองกับผู้อื่น นอกจากนี้ยังทำประกันชีวิตให้ตนเองวงเงินประกัน 4 ล้านบาท โดยมีน.ส.กิรติกุลเป็นผู้รับผลประโยชน์ด้วย
น.ส.สุพัตรา เผยว่า ทำงานเป็นแม่บ้านให้กับนางกีรติกุล นานกว่า 10 ปีจึงเชื่อใจและไม่คิดว่านายจ้างจะนำชื่อของตนเองไปแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งหลังจากที่ทราบว่า ถูกหลอกลวงได้ลาออกและทวงถามไปที่นางกีรติกุล แต่กลับถูกข่มขู่ โดยเหตุเกิดตั้วงแต่ปี 2547 หลังจากที่ตนเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้เข้าไปสมัครเป็นลูกจ้างทำงานบ้านและเลี้ยงดูบุตรให้กับ น.ส.กิรติกุล โดยได้รับเงินเดือนประมาณ 10,000 บาท ทำอยู่ประมาณ 4-5 ปี กระทั่งต่อมาตนต้องการจะซื้อที่ดินผืนหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ราคา 110,000 บาท แต่ตนเองไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อได้ในขณะนั้นได้ จึงขอให้ น.ส.กิรติกุล ออกเงินซื้อให้ก่อนพร้อมกับให้สิทธิน.ส.กิรติกุล เป็นผู้ถือครองโฉนดที่ดินผืนดังกล่าว จนกว่าตนจะผ่อนชำระเงินค่าที่ดินโดยการหักจากเงินเดือน 8,000 บาททุกเดือน จนครบจำนวนราคาที่ซื้อมาถึงจะทำการโอนเปลี่ยนกรรมสิทธิถือครองมาให้กับตน
"ภายหลังผ่อนชำระค่าที่ดินหมดแล้ว น.ส.กิรติกุล กลับไม่ยอมโอนโฉนดที่ดินนั้นให้ ทั้งยังนำโฉนดที่ดินดังกล่าวไปจำนองในราคา 600,000 บาท รวมถึงยังมาทราบในภายหลังอีกว่า น.ส.กิรติกุลได้นำชื่อของตนไปแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการบริษัท เออีซีรีไซเคิล จำกัด จ.ปทุมธานี ซึ่งไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน แต่ยอมรับว่า ก่อนหน้านั้น น.ส.กิรติกุล เคยนำเอกสารบางอย่างมาให้เซ็นต์ โดยที่ไม่บอกกล่าวว่า เอกสารนั้นเป็นเอกสารใด" น.ส.สุพัตรากล่าวและว่า
นอกจากนี้ยังมาทราบในภายหลังอีกว่า น.ส.กิรติกุล ได้ใช้ชื่อของตนในนามบริษัท เป็นผู้ซื้อรถยนต์จำนวน 3 คัน และเช่ารถยนต์อีกจำนวน 4 คัน โดยรถแต่ละคันที่เช่าซื้อมาส่วนใหญ่จะเป็นรถหรูราคาแพง อาทิ โตโยต้าแคมรี่, โตโยต้า พรีอุส, บีเอ็มดับเบิลยู ป้ายแดง ฯลฯ แต่ น.ส.กิรติกุล กลับไม่ยอมจ่ายค่าผ่อนส่งรถยนต์ให้กับทางบริษัทไฟแนนซ์ที่ไปเช่ารถมาจึงทำให้ถูกดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” ซึ่งเมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ทาง สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ มีหมายเรียก เชิญให้ไปให้ปากคำพร้อมรับทราบข้อกล่าวหา จึงเดินทางมายัง บก.ป. วันนี้เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและแจ้งความเอาผิดกับ น.ส.กิรติกุล ที่นำชื่อของตนไปใช้จนทำให้เกิดความเดือดร้อนและเสียหาย
ด้าน พ.ต.อ.อรุณ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของ น.ส.กิรติกุล พบเคยเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 6 ครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดเปลี่ยนวันที่ 14 ก.ค.2559 ใช้ชื่อว่า น.ส.กิรติกุล กิตติธรธนิน นอกจากนี้ยังพบว่ามีหมายจับติดตัวหลายหมายและยังถูกแจ้งความในอีกหลายท้องที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีทางแพ่ง เบื้องต้นได้สอบปากคำ น.ส.สุพัตรา ผู้เสียหายแล้ว จากนั้นจะเรียก น.ส.กิรติกุล ผู้ถูกกล่าวหา มาสอบปากคำข้อเท็จจริงต่อไป



