
โจรแต่งภูมิฐานอ้างค้าที่ดิน ตุ๋นสาวใหญ่สูญ5 แสนบ.
ลพบุรี - สองสาวใหญ่ถูกแก๊งต้มตุ๋นแต่งตัวภููมิฐานทำทีเป็นนายหน้าค้าที่ดิน หลอกให้ถอนเงินมาร่วมลงทุนมัดจำซื้อที่ดินสุดท้ายสูญเงิน 5 แสนบาท
วันที่ี 26 ก.ค. นางสาวจำลอง วงษ์เนตร์ และนางสมบูรณ์ อ่ำพงษ์ อายุ 56 ปี ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ณัฐพล พงษานุวัฒน์ สว.(สอบสวน) สภ.โคกสำโรง ว่า ถูกแก๊งนายหน้าขายที่ดิน 4 คน แต่งตัวภูมิฐานน่าเชื่อถือ ต้มตุ๋นหลอกให้ไปเบิกเงิน 500,000 บาท มาร่วมหุ้นในการวางมัดจำที่ดิน โดยเสนอค่าตอบแทนสูงเป็นเงินหลักล้านบาท โดยคนร้ายเป็นหญิง 2 คน ชาย 2 คน ผู้หญิงหน้าตาดี ผมยาวและชายอีก 2 คน ใช้รถเก่งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน จำได้ 7138 ไม่ทราบจังหวัดและหมวดอักษร และรถกระบะอีก 2 คัน ร่วมก่อเหตุ และหลังก่อเหตุได้ทิ้งผู้เสียหายไว้ที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอโคกสำโรง
ทั้งนี้ผู้เสียหายทั้งสอง ให้การว่า ในช่วงบ่ายวานนี้(25 ก.ค.) มีแก๊งนายหน้าค้าที่ดิน 2 คนแต่งตัวภูมิฐาน ขับรถยนต์มาจอดที่หน้าบ้านพักของพวกตน และเดินลงจากรถเข้ามาถามว่ามีใครอยากขายที่ดินบ้าง โดยอ้างคนร้ายที่เป็นชายนั่งในรถเป็นเจ้านาย ต้องการหาซื้อที่ดินในย่านนี้ จากนั้นทั้งสองได้ลงจากรถมาพูดคุยกันโดยมีพวกตนยืนฟังอยู่ด้วย สักพักหนึ่งในคนร้ายได้กดโทรศัพท์ไปพูดคุยกับคนร้ายที่สมอ้างว่าเจ้าของที่ดินรายหนึ่งชื่อนางนิด ซึ่งต้องการขายที่ดินให้ และได้นัดให้มาพบและพูดคุยเสนอราคาที่ดินกัน กระทั่งคนร้ายที่ชื่อนางนิด ได้พาคนร้ายอีก 1 คนขับรถตามมาสมทบ
โดยมีการตกลงซื้อขายที่ดิน 35 ไร่ ราคาไร่ละ 400,000 บาท จากนั้นคนร้ายที่เป็นชายที่สมอ้างว่าเป็นเจ้านายก็ได้ตกลงซื้อและจะขอโอนที่ดินในวันพุธที่ 27 กรกฎาคม 59 แต่วันนี้ขอวางมัดจำไว้ก่อน 500,000 บาท ก่อนจะให้คนร้ายที่อ้างว่าเป็นลูกน้องไปหยิบเงินมา 5 ปึกแล้วนำเงินมาใส่ถุงหิ้วไว้ ส่วนคนร้ายที่อ้างตัวเป็นเจ้านายได้ขอตัวเดินทางไปทำธุระที่ อ.ตากฟ้า โดยทิ้งให้ลูกน้องทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับนางนิด ที่สมอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดิน โดยนางนิด บอกว่า ถ้าหากจะโอนที่ดินวันพุธคงทำไม่ได้ อ้างว่า โฉนดที่ดินเอาไปจำนองไว้กับร้านทองในตัวเมืองลพบุรี เป็นเงิน 2.5 ล้านบาท
จากนั้นคนร้ายก็ทำทีเป็นปรึกษากันและตกลงว่าจะช่วยออกเงินเป็นค่าถ่ายถอนจำนองโดยไม่บอกให้เจ้านายรู้ และให้ทุกคนลงหุ้นเงินกัน พร้อมหันมาถามพวกตนว่า “ป้าจะลงหุ้นด้วยเท่าไร” จึงหลงเชื่อและบอกไปว่า มีเงินอยู่ในบัญชีแค่ 500,000 บาท คนร้ายจึงได้ออกอุบายให้ไปถอนเงินมารวมกัน โน้มน้าวว่าแค่ 2 วันก็จะได้แบ่งเงินกันแล้วคนละกว่า 3 ล้านบาท จากนั้นคนร้าย 3 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 2 คน ได้อาสาขับรถพาตนไปถอนเงินที่ธนาคารกรุงไทย สาขาโคกสำโรง เมื่อไปถึงได้ให้พวกตนเข้าไปเบิกเงินในธนาคารคนเดียว โดยบอกว่าจะรออยู่บนรถ
หลังจากเบิกเงินเดินออกมา คนร้ายก็ขับรถมารับพวกตน พร้อมกับถามว่าเบิกเงินมาได้หรือไม่ จึงตอบไปว่าได้ หนึ่งในคนร้ายก็บอกว่าให้เอาเงินมาเก็บไว้กับเขา ระหว่างทางได้ออกอุบายให้ตนลงไปถ่ายเอกสารบัตรประชาชนเพื่อจะได้นำมาเป็นหลักฐานในการเข้าหุ้นกัน โดยบอกว่า เดี๋ยวจะกลับมารับ ตนยืนรอนาน ก็ไม่เห็นมารับ จนเริ่มคิดว่าถูกหลอก ขณะที่หลานชายพอทราบเรื่อง ก็รีบขับรถตามมาเพื่อห้ามปราบแต่ไม่ทัน เพราะพวกตนถูกหลอกให้ยืนรอ ส่วนคนร้ายได้ขับรถหลบหนีไปพร้อมกับเงิน 5 แสนบาท ตนถึงกับเป็นลมเมื่อรู้ว่าถูกหลอก และเงินที่เก็บไว้กว่าครึ่งชีวิตต้องมาสูญไป
หลังจากทราบเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วิทยุสกัดจับคนร้าย แต่ก็ไร้วีแวว จึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและฝากเตือนประชาชนว่า หากมีการมาติดต่อซื้อขายที่ดิน ให้ระมัดระวังและอย่าหลงเชื่อ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะไลงพื้นที่หาข่าวเชิงลึก และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามบ้านใกล้เคียง รวมทั้งตามร้านค้าที่คนร้ายจอดรถ ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี เพื่อนำภาพมาประมวลเพื่อเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



