ข่าว

ไลฟ์สตางค์-กองทุนออมชราภาพ…เกาะกระแสด้วยคน

ไลฟ์สตางค์-กองทุนออมชราภาพ…เกาะกระแสด้วยคน

09 ส.ค. 2552

ดีใจแทนเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่รัฐบาลนำโดยรัฐมนตรีหล่อโย่ง นายใหญ่กระทรวงการคลังปลุกแนวคิดเปลี่ยนชื่อเป็นกองทุนการออมเพื่อชราภาพ (กอช.) จัดแจงให้ธ.ก.ส.เป็นหัวเรือใหญ่ สร้างทัพ ปรับองค์กรสอดรับ หวังต่อยอดเล็งผลทำกองทุนให้เป็นจริงเป็นจัง

 ทั้งหมด ก็เพื่อให้อาชีพอิสระทั้งหลายได้มีเงินพอเลี้ยงตัวเองยามแก่เฒ่า ไม่ต้องแก่ตายอย่างโดดเดี่ยว ไร้คนดูแล เสมือนบอกให้โลกรู้กลายๆ ว่า ความเท่าเทียมกันในสังคมจะได้ไม่เป็นแค่คำพูดโก้หรูให้นักการเมืองอาศัยหาเสียงไปวันๆ 

 เพราะหากสำเร็จเมื่อไร คนส่วนใหญ่กว่ายี่สิบล้านคน จะได้มีหลักประกันกับเขาสักที ไม่ต่างอะไรกับข้าราชการเงินเดือนน้อย ที่รัฐยังหยิบยื่นแนวคิด กบข.ให้ หรือพนักงานเอกชนที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือประกันสังคมการันตีชีวิตบั้นปลายให้ส่วนหนึ่ง

 ผมปรบมือแถมยกสองนิ้วให้ด้วย หวังแค่อย่าเป็นไฟไหม้ฟาง โหมลุกแป๊บๆ ก็ดับมอด และภาวนาอย่าให้ตกม้าตายกลางทาง เพราะพี่ไทยเราเก่งนัก หลายครั้งทำคอนเซ็ปต์ดีๆ ให้ติดขัด เดี้ยงซะเฉยๆ

 แต่งานนี้ ผมเชื่อเองว่า ไม่น่ากังวลเท่าไหร่ เพราะคงมีมืออาชีพ หรือบรรดาที่ปรึกษารัฐมนตรีทั้งหลายคิดสะระตะอย่างรอบคอบ ตีกรอบการทำงานบ้างแล้ว ถ้าทำดีๆ จะกลายเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาล "มาร์ค" ใช้หาเสียงเข้าสภามาอีกครั้ง

 ได้ยินมาว่า กองทุนนี้จะให้ทำโดยสมัครใจ สมาชิกสมทบเข้ามา รัฐก็มีเพิ่มให้ด้วย ผมชอบไอเดียตรงที่ไม่บังคับ และไม่เป็นการผลักภาระให้รัฐเกินไป เพราะลำพังวันนี้ก็ต้องแบกรับเบี้ยยังชีพห้าร้อยต่อเดือนไปแล้ว ขืนมารับเพิ่มแบบประชาชนแบมืออย่างเดียว ก็จะกระไรอยู่
 
 ส่วนตัว รัฐจะช่วยเท่าไหร่เป็นประเด็นรอง ผมว่าไม่ต้องประชานิยมจ๋า แต่เอาที่ลงตัว พอเหมาะพอควร แถมเงินก้อนนี้คงใหญ่อยู่ ถ้าทำดีๆ มีผู้บริหารกองทุนเก่งๆ เอาเงินไปจัดการลงทุน ได้ผลตอบแทนดีๆ ก็จะเป็นประโยชน์คืนกลับไปยังพี่น้องประชาชนได้

 สิ่งที่ผมห่วงกว่านั้นคือ ต้องอย่าให้การออมต่อเดือนสูงไป เพราะอาชีพอิสระที่ว่ามีรายได้ไม่ค่อยแน่นอน ลองนึกภาพก็พอจะเดาความเป็นอยู่ได้บ้าง อย่าว่าแต่ทำเพื่ออนาคตเลย ให้ใช้ไปวันๆ แบบเดือนชนเดือน มีเหลือเก็บบ้าง เผื่อยามฉุกเฉิน ก็จะแย่อยู่แล้ว

 ถ้าเป็นไปได้กว่านั้น อยากให้คำนึงถึงความยืดหยุ่นด้วย ประเภทที่สมทบบ้าง ไม่สมทบบ้าง แล้วพบว่าเงินที่จ่าย สูญไปซะเฉยๆ ก็แย่อยู่

 อย่างว่าคนเราบางครั้ง เจ็บป่วยขึ้นมา ทำงานไม่ได้ มีให้เห็นเยอะ รัฐก็ต้องเข้าใจด้วย

 ดีที่สุด น่าจะศึกษาข้อดีของกองทุนประเภทนี้ทุกกอง ผมว่าแต่ละอัน ก็มีดีเสียแตกต่างกันไป อะไรดีๆ นำมาปรับใช้ ที่สำคัญ ต้องเอากลุ่มลูกค้าเป็นที่ตั้ง ก็น่าจะประคองให้รอดได้ในระยะยาว

 เลยเถิดไปถึงผลตอบแทนซึ่งเป็นจุดสุดท้าย ผมอยากให้คิดด้วย จะเอาเป็นแบบก้อนใหญ่หลังอายุหกสิบ หรือแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ เลี้ยงชีพไปทุกเดือน คล้ายบำเหน็จบำนาญ ก็ต้องฟังเสียงประชาชน

 ถ้าอนุญาตให้ผมมองไกลขึ้นไปอีกหน่อย ผมไม่เชื่อว่าบั้นปลาย ทุกคนจะมีเงินเหลือเฟือจากกองทุนนี้ให้ใช้อย่างสุรุ่ยสุร่าย ยังไงซะ อาชีพเหล่านี้ก็ต้องอยู่แบบพอเพียง เลี้ยงตัวให้รอด

 เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะตายเมื่อไร ยิ่งตายช้า ยิ่งต้องระวัง

 ถ้าคิดแบบองค์รวม ผมได้แต่ฝันให้รัฐมองอีกด้านของเหรียญด้วย และเร่งจัดการสวัสดิการประชาชนวัยชราอย่างทั่วถึง ไหนจะขนส่งมวลชน ที่วันนี้ผมถามง่ายๆ ว่าพร้อมหรือยังที่จะให้บริการดูแล คนแก่เฒ่า ถนนหนทาง โรงพยาบาล สถานีอนามัยต่างๆ เหล่านี้ต้องคิดเผื่อด้วย เพื่อให้ไม้ใกล้ฝั่งอยู่ได้อย่างมีความสุข และไม่เป็นภาระให้แก่สังคม

 เคยอ่านข่าวมาว่า ปี 2573 ประชากรสูงวัยจะพุ่งถึงเกือบสิบแปดล้านคนทั่วประเทศ
 ตัวเลขนี้ คุณว่าสูงพอให้เตรียมตัวตั้งแต่วันนี้มั้ยครับ…

ชัยพล กฤตยาวาณิชย์