
ไฟไหม้ห้องแถวกลางเมืองโคราช
ห้องแถวไม้กลางเมืองโคราช ถูกเพลิงเผาวอด 5 ห้อง เจ้าหน้าที่ระดมน้ำดับด้วยความลำบาก เหตุซอยแคบ แถมสร้างจากไม้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เบื้องต้นคาดไฟฟ้าลัดวงจร
เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 25 ก.ค.59 พ.ต.ท.พงษ์พร เกตุพละ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณด้านหลังธนาคารกรุงไทย สาขาถนนโพธิ์กลาง ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา และกำลังลุกลามไปยังบ้านเรือนข้างเคียงอย่างรวดเร็ว จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและรถดับเพลิงจากเทศบาลนครนครราชสีมา , เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม จำนวน 5 คัน
เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านเรือนประชาชน อยู่บริเวณด้านหลังธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นห้องแถวไม้ 2 ชั้น สร้างติดกับจำนวน 5 ห้อง โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงในห้องแถวที่อยู่ต้องกลางเลขที่ 261 เนื่องจากเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรง และกำลังลุกลามไปยังห้องแถวข้างเคียง แต่เนื่องจากในบริเวณที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในซอยแคบทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างยากลำบาก อีกทั้งแถวทั้งหมดก็สร้างจากไม้ ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้ระยะเวลาในการควบคุมเพลิงนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และเมื่อเพลิงสงบลงก็พบว่าเพลิงได้เผาทำลายห้องแถวไปทั้งสิ้น 4 ห้อง ส่วนอีก 1 ห้องได้รับความเสียงหายบางส่วน
ในเวลาต่อมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศบาลนครนครราชสีมา และนายสุเทพ รื่นถลิว หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมาได้เดินทางตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพร้อมกับเยี่ยมเจ้าของบ้านที่หนีตายออกมาได้อย่างหวุดหวิด และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
จากการสอบถามนางบัว วงษ์จันทิพย์ อายุ 75 ปี เจ้าของห้องแถวไม้ เลขที่ 267 ซึ่งอยู่ห้องสุดท้าย เปิดเผยว่า บ้านของตนนั้นอยู่ห้องริมสุด โดยขณะที่ตนนั้นกำลังนอนพักอยู่ที่ชั้น 1 ของบ้านพัก ก็ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น 1 ครั้ง มาจากบ้านที่อยู่ใกล้กันก่อนที่จะมีเพื่อนบ้านตะโกนบอกให้ตนเองวิ่งหนีออกมาจากบ้านพัก เนื่องจากบ้านข้างเคียงได้เกิดไฟไหม้และกำลังลุกลามมายังบ้านของตนเองจึงวิ่งหนีออกมาเพื่อเอาชีวิตรอด
พ.ต.ท.พงษ์พร เปิดเผยว่า เบื้องต้นสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้คาดว่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม จะต้องรอเจ้าหน้าที่วิทยาการมาทำการตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งต้องตรวจสอบว่าห้องแถวเลขที่ 261 ที่เป็นต้นเพลิงนั้น ใครเป็นเจ้าของ เพื่อจะเรียกตัวเจ้าของบ้านมาทำการสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ส่วนมูลค่าความเสียหายจากเพลิงไหม้ในครั้งนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท



