
รีสอร์ทภูทับเบิกยอมรื้อ1รายวิทยาลัยเกษตรบุรีรัมย์ส่อโดน
รีสอร์ทภูทับเบิกยอมรื้อถอนแล้ว1ราย วิทยาลัยเกษตรบุรีรัมย์ยังไม่ยื่นหลักฐานการขอใช้ประโยชน์ที่ สปก.871 ไร่
วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 รายงานความคืบหน้า ภายหลังทางจังหวัดเพชรบูรณ์ปิดประกาศแจ้งให้รีสอร์ท 19 แห่งบนภูทับเบิก รื้อถอนภายใน 30 วัน กระทั่งมีรีสอร์ต 1 ใน 19 รายยินยอมรื้อถอนเอง ซึ่งล่าสุดนายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ระบุว่า เป็นเรื่องดีที่รีสอร์ตแห่งนี้ปฏิบัติตามคำสั่ง เพราะเศษวัสดุจากการรื้อถอนรวมทั้งทรัพย์สินต่าง ๆ ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีก แต่หากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการรื้อถอนยังไงก็ต้องถูกคิดค่าใช้จ่าย ฉะนั้นการให้ความร่วมมือแบบนี้ถือเป็นเรื่องดีมากและยังเป็นแบบอย่างที่ดีอีกด้วย
นายบัณฑิตย์ กล่าวว่า เวลานี้ทางผู้ประกอบการอาจจะดูท่าทีก่อนว่าทางราชการจะดำเนินการอย่างไร แต่เมื่อมีคำสั่งและทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดประกาศคำสั่งไปแล้ว ในทางปฏิบัติจึงต้องทำอย่างแน่นอน จึงอยากขอความร่วมมือรีสอร์ตที่ได้รับคำสั่งให้รื้อถอนแล้วอยากขอให้ดำเนินการโดยตัวท่านเอง เพราะสิ่งปลูกสร้างที่ถูกรื้อก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้
นายบัณฑิตย์ กล่าวถึงเป้าหมายรีสอร์ตที่ต้องถูกรื้อถอน นอกเหนือจากรีสอร์ต 19 รายนี้ว่า ในรายอื่น ๆ ก็ต้องดำเนินการเช่นกันแต่จะดำเนินการเป็นระยะ ๆ ส่วน 19 รายแรกที่ดำเนินการก่อน เมื่อมีการแจ้งกำหนดเวลาแล้วและเมื่อครบกำหนดยังไม่ออกอีก ก็จะมีหนังสือแจ้งไปอีกว่าคณะเจ้าหน้าที่จะเข้าไปดำเนินการรื้อถอนวันใด ซึ่งขึ้นตอนตรงนี้จะมีเงื่อนระยะเวลาเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความละมุนละม่อม
“ส่วนกรณีชาวเขาในพื้นที่ยังก่อสร้างอาคารบ้านพักและร้านค้าไม่หยุด จะมีการไปตรวจสอบแม้ทางเจ้าหน้าที่จะยังไม่ได้จดหรือปิดแจ้งคำสั่งก็ตาม อย่าลืมว่าคำสั่งของหน.คสช.ที่ 35/2559 ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการได้ เพราะฉะนั้นหากมีการก่อสร้างอะไรต่างๆบนภูทับเบิก ณ เวลานี้ โดยเฉพาะเป็นการก่อสร้างโดยแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจขอให้ระงับไว้ทั้งหมด”นายบัณฑิตย์ กล่าว
วิทยาลัยเกษตรบุรีรัมย์ยังไม่ยื่นหลักฐานการขอใช้ประโยชน์ที่สปก.871ไร่
ความคืบหน้าภายหลังทางสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าติดประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2559 เรื่อง มาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมายและประกาศของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่ 7/2559 เรื่อง กำหนดพื้นที่เป้าหมายการดำเนินการกับผู้ครอบครองที่ดิน สปก.โดยมิชอบด้วยกฎหมาย บริเวณไร่ฝึกนักศึกษา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ หลังตรวจสอบพบว่าทางวิทยาลัยเกษตรฯ ได้ครอบครองที่ดิน สปก. 871 ไร่ โดยไม่มีหลักฐานการขอใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องตามระเบียบ มาตั้งแต่ปี 2534
ล่าสุด หลังติดประกาศมาแล้ว 4 วัน ยังไม่ปรากฎตัวแทนของทางวิทยาลัยเกษตรฯ นำหลักฐานการถือครองหรือใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว มาแสดงกับทาง สปก.คาดว่าอาจจะอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารหลักฐาน ทาง สปก.ยืนยันว่าหากครบกำหนด 15 วัน นับตั้งแต่วันติดประกาศเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา ทางวิทยาลัยเกษตรฯ ยังไม่มีเอกสารหลักฐานการถือครองที่ดินหรือการขอใช้ประโยชน์ มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตามกำหนด ก็จะดำเนินการขอคืนพื้นที่ดังกล่าวตามคำสั่ง คสช. ทันที เพื่อนำที่ดินดังกล่าวไปพิจารณาจัดสรรให้ผู้ไร้ที่ทำกินได้ทำกินต่อไป
น.ส.ประนอม ศรทิพย์ นิติกรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนปฏิรูปที่ดินจังหวัด ระบุว่า สำหรับเอกสารที่ทางวิทยาลัยเกษตรต้องยื่น ประกอบด้วย เอกสารยืนยันการถือครองที่ดินดังกล่าว หากไม่ปรากฏหลักฐานที่ได้รับอนุญาตจากส่วนราชการอื่นๆ
ก็จะต้องยื่นเรื่องแผนงานงบประมาณโครงการ แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินตามระเบียบ สปก. หากมีหลักฐานถูกต้องก็จะนำเสนอคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ส่วนกรณีการถือครองที่ดินต่ำกว่า 500 ไร่ ที่ปรากฏตามภาพถ่ายทางอากาศว่ามีการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์นั้น ก็กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการใช้ผิดประสงค์จริงหรือไม่ และผิดในกรณีไหน เพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนหากพบมีการสร้างโรงแรม รีสอร์ท หรือทำธุรกิจที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดิน ก็จะสิ้นสิทธิในการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว



