ข่าว

ฟุ้งปี 60 สองพันชุมชนยาเสพติดลดลง

ฟุ้งปี 60 สองพันชุมชนยาเสพติดลดลง

25 ก.ค. 2559

กทม.จับมือเครือข่ายลุยฟัน“ยาเสพติด” วางโรดแมพ 2 ปี คุมเข้ม 2 พันชุมชนทั่วกรุง เน้นป้องกัน-บำบัด-ปราบปราม ไม่ไว้หน้าจนท.เกี่ยวข้อง-เกียร์ว่าง

 

          25 ก.ค. --  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมเพื่อขับเคลื่อนแผนประชารัฐร่วมใจสร้างหมู่บ้าน ชุมชน ปลอดยาเสพติด โดยมีคณะผู้บริหารกทม. ผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน ผู้แทนอาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังและป้องกันยาเสพติดกว่า 300 คนร่วมประชุม

         ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแผนประชารัฐร่วมใจสร้างหมู่บ้าน ชุมชน ปลอดยาเสพติด ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยใช้กลไกของประชารัฐในระดับต่าง ๆ วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ภาคีเครือข่ายจะได้รับทราบแผนในช่วงปี 2559-2560 โดยใช้นโยบายประชารัฐ และนโยบายระดับพื้นที่เขต ซึ่งมีสำนักงานเขตเป็นศูนย์กลางเข้าถึงกว่า 2,030 ชุมชน เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ผ่านมาการตั้งหมู่บ้านชุมชนมั่นคงในพื้นที่กรุงเทพฯได้ผลเป็นที่พอใจในระดับหนึ่งแต่การจะให้การดำเนินงานมีความคืบหน้าตนขอให้นโยบายเพื่อให้ทุกหน่วยงานทำงานอย่างไร้รอยต่อเพื่อให้กรุงเทพฯเป็นพื้นที่ปลอดยาเสพติด ประกอบด้วย 2 ระดับ 1.ระดับนโยบาย ได้แก่ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดกรุงเทพมหานคร(ศอ.ปส.กทม.) ทำหน้าที่อำนวยการบริหารและการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเขต รวมถึงกำกับและติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้บรรลุเป้าหมาย โดยใช้อำนาจเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพรบ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519

         ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า 2.ระดับพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเขต(ศป.ปส.เขต) โดยมีสำนักงานเขตซึ่งทำงานใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ให้เป็นศูนย์กลางบูรณาการมาตรการทุกด้าน ให้เข้าถึงประชาชนใน 2,030 ชุมชน อาทิ การจัดกำลังปฎิบัติตามยุทธศาสตร์หน้าบ้านปลอดภัย การขจัดเงื่อนไขอิทธิพลผลประโยชน์อย่างจริงจัง โดยดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เพิกเฉย หรือปล่อยปละละเลย ขณะเดียวกันให้พัฒนาชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดินให้เป็นชุมชนที่ความเข้มแข็ง และดำเนินการร่วมกับกลไกประชารัฐในพื้นที่ทั้ง 3 ระบบ ประกอบด้วย 1.การป้องกันยาเสพติด 2.การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด และ 2.การปราบปรามผู้ค้ายาเสพติด โดยประกอบกำลังชุดปฏิบัติการอย่างน้อยเขตละ 1 ชุด และคัดเลือกกำลังภาคประชาชนเพื่อพัฒนาเรื่องอาสาประชารัฐกรุงเทพมหานคร

         “ตั้งแต่ได้เริ่มดำเนินการขับเคลื่อนแผนประชารัฐร่วมใจฯ เมื่อ 1 เม.ย.-มิ.ย.2559 มีการปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 243 ชุมชน จับกุมผู้ค้าและผู้เสพ 206 ราย สมัครใจบำบัด 97 ราย จับกุมผู้ค้ารายย่อย 60 ราย และยังพบของกลางยาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง จึงขอเร่งรัดทุกงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินงานตามแผนประชารัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลการขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้ประชาชนพอใจในผลการดำเนินงาน และมีความสุขในการดำเนินชีวิตในสังคม”ประธานกรรมการบริหารงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดกรุงเทพมหานคร กล่าว

         นพ.วันทนียน์ วัฒนะ รองปลัดกทม. ในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า นโยบายของนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารกทม.ได้เน้นย้ำในเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งการทำงานที่ผ่านมาในระดับชุมชนยังพบว่ามีความรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง นำแผนประชารัฐร่วมใจสร้างหมู่บ้าน ชุมชน ปลอดยาเสพติดในครั้งนี้ มาใช้ในกรุงเทพฯอย่างเชิงรุกและบังคับใช้กฎหมาย โดยต้องเชื่อมโยงในการปราบปรามและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เพื่อให้สิ้นปี 2560 ชุมชน 2,030 แห่งรู้สึกได้ว่าปัญหายาเสพติดลดลง ที่สำคัญต้องให้ประชาชนพอใจในการแก้ปัญหายาเสพติดด้วย นอกจากนี้หากพื้นที่สถานีตำรวจใดสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ขอให้ดำเนินการได้ทันที แต่ถ้ามีปัญหาที่มากขึ้นจะมีฝ่ายทหารเข้าไปร่วมแก้ปัญหา อยากให้ชุมชนจะเข้ามาร่วมแก้ไขสภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ก็จะเป็นประโยชน์มากขึ้นด้วย

         นายชลัยสิน โพธิเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เรื่องนี้จะดำเนินการทุกจังหวัด ซึ่งเป้าหลักจะลดความเดือดร้อนของประชาชนในระดับหมู่บ้านและชุมชน จะมีการจัดระบบเฝ้าระวัง มีการหาข้อมูลข่าวสาร และประเมินความพอใจของประชาชน โดยกระบวนการทำงานจะร่วมกับประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก โดยเฉพาะชุมชนในกรุงเทพฯจะมีสำนักงานเขตเข้าไปดูแล ตามขั้นตอนในการดำเนินงาน ประกอบด้วย 1.ตรวจสอบสถานการณ์ของชุมชน 2.พบผู้นำชุมชน 3.ประกาศวาระการทำงาน 4.กระตุ้นให้มีการร่วมมือจริงจัง 5.คัดแยกบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ค้าและผู้เสพยา 6.แนวทางการป้องกันต้องได้รับความร่วมมือกับชุมชน 7.คัดกรองครอบครัวที่ปลอดยาเสพติด 8.หาแนวทางให้ผู้ติดยาได้เลิกใช้ยา และ9.หาแนวทางยกระดับเป็นชุมชนสีขาว 

         “จุดเน้นในการทำงานเรื่องการบำบัด จะต้องแยกผู้เสพออกมาให้มากที่สุด ส่วนขั้นตอนการติดตามยังเป็นจุดอ่อนอยู่มาก แต่ที่ผ่านมาในกรุงเทพฯถือว่าทำได้ดีแต่ยังต้องทำต่อไป ขณะที่ด้านการจัดระเบียบสังคมจะเกี่ยวข้องกับสถานศึกษา หอพัก ต้องมีการลดแหล่งอบายมุขรอบสถานศึกษาด้วย ส่วนการปราบปรามนั้นขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเคร่งครัดกันต่อไป”ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร กล่าว