
รวบเมียนายทหารตุ๋น6.5แสนเข้าจ่าอากาศ
สภ.คูคต รวบเมียนายทหารตุ๋นเงินฝากเข้าจ่าอากาศ เหยื่อโร่แจ้ง ตร. สูญเงิน 6.5 แสนบาท โอดเป็นหนี้ 2 ทาง
จากกรณีเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เสียหาย 2 ราย (ขอสงวนชื่อและสกุล) นำหลักฐานเอกสารการจ่ายเงิน จำนวน 650,000 บาท ให้กับนายทหาร สังกัดกองทัพอากาศคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนกวดวิชาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ย่านสายไหม เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.สายไหม หลังถูกหลอกว่า สามารถฝากบุตรชายเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนจ่าอากาศ เมื่อปี 2558 โดยผู้เสียหาย ระบุว่า ได้นำบุตรชายมาเข้าเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่ง ในย่านสายไหม ช่วงปลายปี 2557 เป็นเวลา 20 วัน โดยเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 19,000 บาท ซึ่งค้นหาข้อมูลมาจากเว็บไซต์ว่า สถาบันนี้โฆษณาว่าผู้ที่เข้าเรียนจะสามารถเข้าศึกษาต่อได้ที่โรงเรียนเตรียมทหารในที่ต่าง ๆ และเปิดสอนมากว่า 15 ปีแล้ว ทำให้มีความน่าเชื่อถือ
จากนั้นในช่วงเดือนมีนาคม 2558 ซึ่งเป็นช่วงสอบเข้าโรงเรียนจ่าอากาศ เจ้าของสถาบันที่เป็นนายทหารอากาศ ยศนาวาอากาศโท และภรรยา ได้มายื่นข้อเสนอว่า สามารถฝากเข้าศึกษาต่อได้ทันที โดยจะต้องจ่ายเงินจำนวน 650,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการ พร้อมกับให้ทำสัญญาจ่ายเงิน แบ่งเป็น 3 งวด หากสอบไม่ติดจะคืนเงินให้ครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินที่จ่ายไป และก่อนจ่ายเงินงวดสุดท้าย ผู้เสียหายต้องการให้บุตรชายมีชื่อสอบติดก่อน แต่นายทหารคนดังกล่าว กลับเร่งให้จ่ายเงินให้ครบจำนวน โดยให้เหตุผลว่าจะต้องนำเงินทั้งหมดไปให้เจ้านายที่เป็นผู้บังคับบัญชา ก่อนที่จะทราบผล แต่เมื่อประกาศผลสอบ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.58 ปรากฏว่า ไม่มีชื่อของบุตรชาย จึงติดต่อขอคืนเงิน แต่นายทหารคนดังกล่าวกลับขอผัดผ่อน และอ้างว่าจะคืนเงินให้ แต่จนถึงปัจจุบันไม่สามารถติดต่อได้ และยังไม่ได้เงินคืน รวมทั้งสถาบันดังกล่าวได้ปิดให้บริการไปแล้วหลังจากเกิดเหตุ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ก.ค.59 ตำรวจ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้เข้าจับกุมตัวนางราชาวดี ฝ่ายบุตร ภรรยานายทหารคนดังกล่าว ได้ที่บ้านพัก ย่านคลอง 1 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ก่อนส่งตัวมายัง สน.สายไหม ท้องที่ที่เกิดเหตุ
โดยหนึ่งผู้เสียหายได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งกล่าวว่า นับตั้งแต่ที่เข้าแจ้งความ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้รับการติดต่อ จากผู้ต้องหาทั้ง 2 คน แต่อย่างใด ซึ่งตนได้นำเรื่องนี้ไปร้องกับทาง สนช. ต่อมา กองทัพอากาศ ได้เรียกตัวไปสอบปากคำเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ทราบว่า ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยนายทหารคนดังกล่าวแล้ว กระทั่งมีจดหมายส่งมายังตน ยืนยันว่า พบการกระทำผิดวินัยจริง ขณะนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนการปลดจากการเป็นทหาร ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน
สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ยอมรับว่า ทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน เพราะต้องไปกู้ยืมเงินมาจ่ายเป็นค่าวิ่งเต้น เพื่อหวังจะให้ลูกชายได้เป็นทหารสมใจ แต่เมื่อไม่ได้ ทำให้ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 2 ทาง ทางหนึ่งเป็นค่าเล่าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย อีกทางหนึ่งเป็นการจ่ายชดใช้หนี้ที่กู้ยืมมา ส่วนลูกชาย แม้ในใจ จะตั้งความหวังว่ายังอยากรับราชการทหาร แต่จากเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้ยอมตัดใจ เพราะไม่อยากสร้างภาระให้กับครอบครัวอีก ส่วนเรื่องการแจ้งความดำเนินคดี คงต้องปรึกษากับทางตำรวจ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ด้าน พ.ต.ท.ธนู สุขเสริม รอง ผกก. (สอบสวน) สน. สายไหม เปิดเผยว่า เบื้องต้นจะมีการแจ้งข้อหากับผู้ต้องหาในความผิดฐานฉ้อโกง และต้องสอบถามผู้ต้องหาว่าจะยอมชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่ ซึ่งหากผู้ต้องหาปฏิเสธ ก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาล ซึ่งมีเวลาในการส่งตัวผู้ต้องหาให้อัยการ ภายใน 30 วันนับจากนี้ ส่วนเงินที่เสียไปแนะนำให้ผู้เสียหายฟ้องร้องต่อศาลแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ส่วนนายทหารยศนาวาอากาศโท อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป



