ข่าว

รวบ40แก๊งไต้หวันหลอกโอนเงินผ่านระบบVoIP

รวบ40แก๊งไต้หวันหลอกโอนเงินผ่านระบบVoIP

07 ส.ค. 2552

ตำรวจเข้าค้น 6 จุด ในจ.ภูเก็ต รวบผู้ต้องหาชาวไต้หวัน 40 คน พบเป็นเครือข่ายเดียวกัน กับที่เพิ่งถูกจับกุม พฤติกรรมใช้ไทยเป็นฐานในการทำธุรกิจหลอกลวงให้โอนเงินผ่าน Call Center ระบบ VoIP

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7  ส.ค.   พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท., พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปศท., พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่   รวม 70 นาย ได้ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดภูเก็ต เข้าทำการตรวจค้นและจับกุมตัวแก็งค์คนร้ายข้ามชาติ ชาวจีนไต้หวัน ร่วมกันประกอบธุรกิจหลอกหลวงข้ามชาติ ผ่าน Call Center ระบบ VoIP จำนวน 6 จุด ในจังหวัดภูเก็ต

 ประกอบด้วย จุดที่ 1 บ้านเลขที่ 70/4 หมู่ที่ 2 ถ.บางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง ภูเก็ต, จุดที่ 2 บ้านเลขที่ 99/142 ม. 3 กมลานาทอง ซ. 10 ต.กมลา อ.กะทู้ ภูเก็ต, จุดที่ 3 บ้านเลขที่ 99/144 ม. 3 กมลานาทอง ซ. 10 ต.กมลา อ.กะทู้ ภูเก็ต, จุดที่ 4 บ้านเลขที่ 100/122 ม.ศรีสุชาติ ซ. 3 ต.รัษฎา อ.เมือง ภูเก็ต, จุดที่ 5 บ้านเลขที่ 100/123 ม.ศรีสุชาติ ซ. 3 ต.รัษฎา อ.เมือง ภูเก็ต, จุดที่ 6. บ้านเลขที่ 68/9 ซ.ข้างสนามกอล์ฟ ถ.วิชิตสงคราม อ.กระทู้   จ.ภูเก็ต

 จากการเข้าทำการตรวจค้นในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาเป็นชาวจีนไต้หวันจำนวน 40 คน เป็นชาย 30 คน หญิง 10 คน พร้อมด้วยของกลางซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย โทรศัพท์ระบบ VoIP จำนวน 79 เครื่อง VoIP Gateway จำนวน 41 เครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 12 เครื่อง มาประกอบกันเป็น Call Center ผ่านระบบ Voice over Internet Protocal โทรศัพท์มือถือ จำนวน 65 เครื่อง เงินสด จำนวน 200,000 บาท หนังสือเดินทาง 31 เล่ม ซึ่งมีหนังสือเดินทางบางส่วนที่ได้มีการปลอมแปลง และมีหนังสือเดินทางบางเล่มที่พบโดยที่ไม่มีบุคคลอยู่ในบ้านที่เข้าทำการตรวจค้น นอกจากนี้ยังมีตรายางจำนวน 4 อัน และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นตรายางที่ศาลของประเทศจีนใช้

 เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า  เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงาน โดยไม่ได้รับอนุญาต  ส่วนความผิดอื่นๆ อันได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสาร และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน พนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินการสอบสวนขยายผล และดำเนินคดีเพิ่มเติมภายหลัง นำตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.เชิงทะเล สภ.กมลาและ สภ.เมืองภูเก็ต

 พล.ต.ต.ปัญญา ได้กล่าวว่า สำหรับการจับกุมกลุ่มผู้ต้องดังกล่าว เป็นการดำเนินการขยายผลที่สืบเนื่องมาจากการจับกุมผู้ต้องหาที่ประกอบธุรกิจหลอกลวงข้ามชาติผ่านระบบ Voice over Internet Protocal ซึ่งเป็นกลุ่มชาวจีน - ไต้หวัน ที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ส่วนพวกที่หลบหนีมาได้ ก็ได้ย้ายศูนย์ไปที่พัทยา และเมื่อเจ้าหน้าที่ติดตามไปจับกุมที่พัทยา
ก็ได้ย้ายมาที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาสืบสวนสอบสวน

 กระทั่งสืบทราบว่าได้แยกย้ายกันเช่าบ้าน เพื่อเปิดเป็นศูนย์ในการกระทำความผิด โดยมีบ้านเลขที่ 70/4 ม.2 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง เป็นศูนย์ใหญ่ในการติดต่อกับเหยื่อ ซึ่งจะใช้วิธีการติดต่อกลับไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เมืองเซียงไฮ้ เฉินตู ไต้หวัน และเสฉวน ผ่านระบบดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต ค้างชำระค่าโทรศัพท์ หรืออื่นๆ เพื่อให้ผู้เสียหายตายใจ ก็จะมีอุปกรณ์ประกอบด้วย เช่น กรณีอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีเสียงไซเรน เป็นต้น จากนั้นให้ผู้เสียหายไปที่ตู้เอทีเอ็ม เพื่อกดโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มเข้าบัญชีธนาคารตามขั้นตอน ซึ่งก็จะทำให้มีการโอนเงินเข้ามาในบัญชีของแก็งค์นี้ ที่ผ่านมาก็จะมีการไปเบิกเงินผ่านบัตรเครดิตของไชน่ายูเนี่ยนเปย์ ซึ่งสามารถเบิกเงินได้วันไม่เกิน 50,000 บาท กับธนาคารของไทยได้ 7 แห่ง พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้มักจะใช้เมืองท่องเที่ยวเป็นฐาน เช่น เชียงใหม่ พัทยา กรุงเทพ ภูเก็ต เป็นต้น แม้ว่าจะมีการจับกุมได้ก็เชื่อว่ายังคงมีอยู่ แต่จะมีการเปลี่ยนวิธีการไปเรื่องๆ ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นรวมแล้วจำนวนมหาศาล   คาดว่าจะไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านบาท