
“ศานิตย์”สั่งเร่งจับมือฉกทรัพย์บ้านผู้ว่าฯระยอง
“ศานิตย์”เผยเร่งสืบจับคนร้ายขึ้นบ้านผู้ว่าฯระยอง กวาด1.2ล้านหนี พบมีกลุ่มบุคคลต้องสงสัยหลายกลุ่ม
วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 จากกรณีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต อายุ 60 ปี ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี ว่า กลางดึกวันที่ 22 มิถุนายน ได้คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบบุกเข้าไปในบ้านเลขที่ 79/101 หมู่บ้านสัมมากร ซอยสามวา 29 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านพักของตนเองและและนางนิภา สุวรรณสุจริต ภรรยา โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินไปรวมมูลค่ากว่า 1.1 ล้านบาท แยกเป็นเงินสด 9 แสนบาท และทองคำแท่งหนัก 5 บาท 2 แท่ง รวมน้ำหนักทอง 10 บาท มูลค่ากว่า 2.2 แสนบาท หลบหนีไป แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้
กระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ต.ท. บุญเยี่ยม กันเกตุ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.มีนบุรี กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีดังกล่าวว่า ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ ก็ได้ส่งฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี พร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ลงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า คนร้ายลอบเข้ามาจากทางประตูหลังบ้าน เนื่องจากพบร่องรอยลายนิ้วมือและรอยเท้าของคนร้ายเป็นจำนวนมาก จากนั้นคนร้ายทั้งหมดก็ได้มุ่งตรงไปที่ห้องนอนชั้นที่ 2 ของนายสมศักดิ์ และลงมือรื้อค้นกล่องภายในห้องและลิ้นชัก หยิบเงินสดรวมทั้งทองคำแท่ง จึงสันนิษฐานได้ว่า คนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะรู้ถึงความเคลื่อนไหวของคนในบ้านเป็นอย่างดีรู้ที่เก็บทรัพย์สิน เนื่องจากการตรวจสอบพบรอยเท้าคนร้ายมุ่งตรงไปที่ห้องนอนของนายสมศักดิ์เพียงเท่านั้น ไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินอื่นๆ ที่อยู่ภายในบ้าน โดยเฉพาะตู้เซฟซึ่งก็อยู่ปกติ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนเพื่อหาความเชื่อมโยงคนร้ายกับบุคคลต้องสงสัย
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยมีการสอบสวนบุคคลต้องสงสัยแล้วบางส่วน แต่ยังไม่ตรงกับลายนิ้วมือที่เก็บได้ ซึ่งขณะนี้พบว่ามีกลุ่มบุคคลต้องสงสัยหลายกลุ่ม และทางเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบหาหลักฐานทั้งหมดที่รวบรวมได้ เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว ขอให้เชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ สำหรับทรัพย์สินที่สูญหายไปส่วนใหญ่เป็นทองคำที่สะสมไว้และเงินสด รวมมูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท ทั้งนี้เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปล่อยปะละเลย ยังคงติดตามสืบหาข่าวอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมายได้อย่างแน่นอน



