ข่าว

พงศพัศจี้ สน.บางเขน ปฏิรูปตำรวจ

พงศพัศจี้ สน.บางเขน ปฏิรูปตำรวจ

23 ก.ค. 2559

เร่งรัด ปฏิรูปตำรวจ สน.บางเขน 1 ใน 514 แห่งทั่วประเทศ พงศพัศ ย้ำ เร่งด่วนภายใน 1 ปี รายงานผลทุก 15 วัน


               23 ก.ค. 59  เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ สน.บางเขน  พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ10) พล.ต.ท.ดร.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. และ พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น. ร่วมกันเดินทางมาเร่งรัด ปฏิรูปตำรวจ เกาะติดสถานการเรื่องการปฏิรูปงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมายของสถานีตำรวจทั่วประเทศ จำนวน 514 แห่ง โดยมี พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ให้การต้อนรับ

 

เร่งรัด ปฏิรูปตำรวจ สน.บางเขน 1 ใน 514 แห่งทั่วประเทศ พงศพัศ ย้ำ เร่งด่วนภายใน 1 ปี รายงานผลทุก 15 วัน

 

               พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ในครั้งนี้ตนเดินทางมาเพื่อเกาะติดการเร่งรัดขับเคลื่อนการ ปฏิรูปตำรวจ ทั้ง 10 ประเด็น โดยเน้นเรื่องการปฏิรูประบบงานสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายของสถานีตำรวจทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อการอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้นสำหรับประชาชน จึงเป็นเรื่องที่ผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้นจะต้องร่วมกันช่วยเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ ในพื้นที่ บช.น.มีสถานีตำรวจเบื้องต้นทั้งหมดจำนวน 30 แห่ง ที่จะต้องจัดบูรณาการเรื่องสืบสวนสอบสวนตามแนวทางการปฏิรูปด้านระบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย และจะต้องให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ซึ่งการจัดทีมบูรณาการสำหรับการปฏิบัติงานรับแจ้งความและสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต้องไม่น้อยกว่า 3 ทีม โดยในแต่ละทีมจะประกอบด้วยพนักงานสอบสวนหัวหน้าทีม พนักงานสอบสวนประจำทีม ฝ่ายสืบสวน ฝ่ายป้องกันปราบปราบ ฝ่ายจราจร ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมทั้งจัดยานพาหนะและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนหัวหน้าทีมจะต้องเป็นผู้บริหารรับผิดชอบในการสืบสวนสอบสวนเรื่องของการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งกำกับดูแลการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด ทั้งนี้ เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้นเป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม เท่าเทียม และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนโดยทั่วไป ในฐานะที่เป็นองค์กรต้นธารในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

               พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการมอบหมายให้ผู้ช่วย ผบ.ตร. จำนวน 10 นาย ประกอบด้วย พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ พล.ต.ท.ดร.สุวิระ ทรงเมตตา พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ พล.ต.ท.ปิยะ สอนตระกูล พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ พล.ต.ท.อนุรุต กฤษะการะเกตุ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ และ พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รับผิดชอบควบคุมและกำกับดูแลการปฏิรูปในแต่ละประเด็น อีกทั้งต้องติดตามและเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปฏิรูปตามขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ อย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็จ โดยกำหนดระยะเวลาเร่งด่วน 1 ปี และจะต้องรายงานผลความคืบหน้าให้ทราบทุก 15 วัน หากฝ่าฝืนไม่สามารถทำได้ตามระยะเวลาที่กำหนดทาง ผบ.ตร.ได้เตรียมคาดโทษไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

เร่งรัด ปฏิรูปตำรวจ สน.บางเขน 1 ใน 514 แห่งทั่วประเทศ พงศพัศ ย้ำ เร่งด่วนภายใน 1 ปี รายงานผลทุก 15 วัน

 

               พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการบูรณาการเรื่องการทำสำนวนคดีในการรับแจ้งความร้องทุกข์จากประชาชนจะต้องมีพนักงานร่วมช่วยกันทั้งหมดจำนวน 5 ฝ่าย ประกอบด้วยพนักงานสอบสวนหัวหน้าทีม พนักงานสอบสวนประจำทีม ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน ฝ่ายสืบสวน เสมียนประจำวัน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อความรวดเร็วในการทำสำนวนคดี หากเป็นสำนวนเกี่ยวกับเรื่องแจ้งความเอกสารสูญหายให้ผู้ช่วยเป็นผู้รับเรื่อง อีกทั้งคอยประสานห้องวิทยุเพื่อให้ฝ่ายปราบปรามลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีที่มีผู้ร้องขอความช่วยเหลือ หากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ให้ทางพนักงานสอบสวนประจำทีม พร้อมด้วยฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบในทันที เนื่องจากจะได้รวบรวมพยานหลักฐานได้ในทันที ทั้งนี้ ภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจหรือออกเวรให้ทุกฝ่ายมาสรุปสำนวนคดีร่วมกันเพื่อมีความคืบหน้าในการดำเนินการของคดีนั้นๆ จนไปสู่การติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็ว จะต้องเร่งบูรณาการเนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนเรื่องการทำสำนวนอย่างไม่เป็นธรรม อีกทั้งการแบ่งหน้าที่กันทำงานเพื่อช่วยเหลือทางพนักงานสอบสวนเนื่องจากการทำคดีเพียงผู้เดียวมักจะเกิดความเครียดซึ่งมีหลายเหตุการณ์ที่ทางพนักงานสอบสวนมักจะฆ่าตัวตาย

               “โดยหลังจากนี้จะต้องเร่งช่วยกันบูรณาการเนื่องจากจะได้แก้ไขปัญหาในการช่วยเหลือประชาชนทั้งบุคลากร อุปกรณ์ และยานพาหนะ อยากฝากเรียนถึงพี่น้องประชาชนหากพบข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถแจ้งความประสงค์มาได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การปฏิรูปเกิดผลประโยชน์สูงสุด ต่อเนื่อง รวดเร็ว และเป็นธรรม แก่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง”