
"อ.แตง"หลังบ้านนายกฯเป็นปลื้ม"ไหมไทย"
เป็นที่รู้กันว่าภริยานายกรัฐมนตรีสุดหล่อของเมืองไทย "อาจารย์แตงโม" ผศ.ดร.พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ไม่ช้อบไม่ชอบที่จะออกงานสังคม และไม่ชอบที่เอื้อนเอ่ยบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองและครอบครัวให้แก่สื่อเล่มใดได้สัมภาษณ์
ซึ่งก็ไม่ได้เพิ่งมาเป็นเมื่อสามี "มาร์ค" อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เธอเก็บเนื้อเก็บตัวตั้งแต่สามีก้าวเท้าเข้ามาเล่นการเมืองกันเลยทีเดียว
และหากไม่นับภารกิจแรกของการปฏิบัติหน้าที่รับรองคู่สมรสผู้นำอาเซียนที่หัวหินเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นภริยานายกรัฐมนตรี หรือที่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกกันติดปากว่า "อาจารย์แตง" ฉายเดี่ยวออกงานสังคมอย่างเต็มตัวครั้งแรก ด้วยการก้าวขึ้นเวทีเป็นประธานเปิดงานประกวดผ้าไหมและการออกแบบชุดผ้าไหมอาเซียนปี 2552 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ท่ามกลางแสงแฟลชและเสียงชัตเตอร์
เหตุที่ได้รับเชิญมาเป็นประธานตัดสินการประกวดสุดยอดผ้าไหมระดับอาเซียนครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพราะมีตำแหน่งภริยานายกรัฐมนตรี แต่ยังมีที่มาที่ไปและตัวตนของหลังบ้านนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่น่าสนใจ เพราะเธอเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบสไตล์แต่งตัวเรียบหรูแต่ดูดีด้วย "ผ้าไหม" มาอย่างเหนียวแน่น ไม่ใช่เพิ่งหันนิยมชมชอบแบบฉาบฉวย แต่ตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น เธอก็ชื่นชอบผ้าไหมถึงขนาดเคยแอบมีวีรกรรมเล็กๆ ใส่ชุดนิสิตตัดด้วยผ้าไหมเส้นเดียวมาแล้ว
"เริ่มใช้ผ้าไหมมาตั้งแต่วัยรุ่น และยังใช้มาเรื่อยๆ เพราะเป็นคนชอบอะไรที่คลาสสิก ผ้าไหมมีความโก้ ความสวย เป็นผ้าที่สวมใส่แล้วดูดี ส่วนหนึ่งยังมาจากเห็นทั้งคุณแม่คุณยายใส่ด้วย" หลังบ้านนายกฯ เอื้อนเอ่ยประโยคแรก
นอกจากในงานสำคัญๆ ที่จะเห็นภาพของอาจารย์แตง ออกงานคู่นายกฯ อภิสิทธิ์ในชุดผ้าไทยหลากหลายสไตล์แล้ว ในวันธรรมดาเจ้าตัวยังสวมใส่ชุดผ้าไหม ทั้งไปทำงาน ไปสอนหนังสือ ไม่ใช่แค่ตัดเป็นชุดทำงาน แต่ยังใส่เป็นเสื้อเชิ้ตในวันพักผ่อน พร้อมกันนี้ยังการันตีถึงสรรพคุณของผ้าไหมด้วยว่า ถ้าต้องการดูดีเมื่อไหร่ ใช้ผ้าไหมชุดเดียวก็อยู่ แต่ขึ้นอยู่กับ "แบบ" ที่ต้องรู้จักเลือกให้เป็นเหมาะสมกับวัย บางคนมักเข้าใจผิดกันว่าใส่แล้วร้อนก็ไม่จริงอีกเช่นกัน นอกจากจะใส่ทน ใส่นาน ใส่สบายแถมดูดีแล้ว ยังสามารถซักรีดเองได้
หลังบ้านนายกฯ ยอมรับว่าเป็นคนค่อนข้างพิถีพิถันการแต่งตัว จะสวมใส่อะไรจะขอเป็นคนเลือกเอง ไม่ใช่มีคนจัดมาให้ใส่ แต่อาจมีปรึกษาช่างออกแบบบ้าง และออกไอเดียเองบ้าง หลักในการแต่งตัวของเธอ ข้อสำคัญคือต้องเลือกแบบให้เหมาะกับตัวเองและเข้ากับบุคลิก และข้อสำคัญที่สุดที่มากไปกว่าความสวยงาม คือ ต้องแต่งให้ถูกกาลเทศะ
"เดิมเป็นคนสนใจแต่งตัวอยู่แล้ว แต่ต้องพิถีพิถันมากขึ้น เพราะต้องพบปะเจอผู้คนมากขึ้น ถ้าไม่ต้องออกไปเจอใคร จะแต่งอย่างไรก็คงไม่รำคาญตาผู้อื่น (หัวเราะ) คิดว่าความสวยความงามเป็นส่วนประกอบหนึ่งในการใช้ชีวิตที่ผู้หญิงเราควรให้ความใส่ใจ แต่ไม่ใช่หายใจแต่เรื่องนี้"
สไตล์การแต่งตัวของอาจารย์แตง จะชื่นชอบแนวเรียบๆ โก้ๆ โดยเฉพาะผ้าไหมใส่ได้ทุกแบบ ถ้าไปงานกลางวันส่วนใหญ่จะใช้ผ้าพื้น ผ้าลายก็ชอบบ้างแต่ต้องเป็นลายที่ถูกใจ ส่วนถ้าต้องออกงานในชุดไทยจะใช้ผ้ายก รสนิยมส่วนตัวอีกอย่างคือชอบสีหม่นๆ จนหลายคนทัก ถ้าออกงานกลางวัน เครื่องประดับที่ชอบใส่คู่ชุดไหมจะเป็นเครื่องประดับมุก แต่ถ้าแต่งชุดไทยผ้ายก อาจจะใส่เป็นเครื่องประดับทอง
เวลาไปออกงานกับนายกฯ อภิสิทธิ์ มีบ้างที่จะขอความเห็นว่า แต่งอย่างนี้โอเคมั้ย แต่ปกติแล้วคุณอภิสิทธิ์เป็นคนง่ายๆ สบายๆ อยู่แล้ว ไม่ใช่ผู้ชายช่างแต่งตัว ภริยาอย่างอาจารย์แตงจึงต้องรับบทเป็น "ผู้ช่วย" สไตลิสต์ เลือกเสื้อผ้าให้แก่นายกฯ อภิสิทธิ์ ออกงานต่างๆ
"เช่น เขาบอกจะต้องไปตักบาตร ต้องใส่ผ้าไหม ก็จะช่วยเลือกสีให้เหมาะและเข้ากับบุคลิกของเขาที่เป็นคนเรียบๆ ส่วนใหญ่จะเลือกสีฟ้าให้ เพราะรู้สึกว่าเขาชอบ และเป็นสีที่ใส่แล้วดูเรียบร้อย ถ้าจะให้ใส่สีฉูดฉาดก็คงไม่เหมาะเพราะเขาเป็นคนเรียบ คนเลยทักว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ชอบใส่แต่สีฟ้า (หัวเราะ)"
ทั้งหมดนี้ เป็นเคล็ดลับสไตล์การแต่งตัวของหลังบ้านนายกรัฐมตรี ที่ชื่นชอบความเรียบ โก้ แต่ดูดีในชุดผ้าไหม...และถือโอกาสนี้ ชักชวนให้คนไทยทุกๆ วัย ลองหันมาแต่งกายด้วยผ้าไหม รับประกันได้ว่า แต่งแล้วดูดีและโก้ได้ในแฟชั่นแบบไทยๆ
เรื่อง ดุลยปวีณ กรณฑ์แสง



