ข่าว

ตร.แจงรถพุ่งชนท้าวมหาพรหม..เป็นอุบัติเหตุ

ตร.แจงรถพุ่งชนท้าวมหาพรหม..เป็นอุบัติเหตุ

23 ก.ค. 2559

รองโฆษกตร. แจงรถพุ่งชนท้าวมหาพรหมเป็นอุบัติเหตุ แม่ค้าเชื่อความศักดิ์สิทธิ์ท้าวมหาพรหม คุ้มภัยทุกท่านที่มากราบไหว้

      จากกรณี มีผู้ขับขี่ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าสีฟ้า โซลูน่า เลขทะเบียน พร 915 กรุงเทพ โดยมีนางคนึงนิจ เตโชฬาร อายุ 51 ปี เป็นคนขับ ขับรถพุ่งเข้าชนในท้าวมหาพรหม บริเวณสี่แยกราชประสงค์ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายรายทั้งชาวไทย-ต่างชาติ หลังเกิดเหตุเบื้องต้นทราบว่า นางคนึงนิจ ผู้ขับรถมากับ นางฐิตา เตโชฬาร ลูกสาว ระหว่างที่ขับมาจากถนนพระรามที่ 1 ด้านหน้าวัดปทุมวนาราม มุ่งหน้าสี่แยกราชประสงค์ เพื่อเลี้ยวขวาไปทางถนนราชดำริ แล้วเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน จนทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ก่อนพุ่งชนแผงกั้นและเข้าไปชนผู้มาสักการะ 

        เมื่อช่วง่สายวันที่ 23 กรกฎาคม บรรยากาศที่ศาลท้าวมหาพรหม ยังเปิดให้ประชาชนได้เข้าสักการะ ยังคงมีประชาชนเข้ามาสักการะอย่างต่อเนื่อง ส่วนความเสียหายที่เกิดเหตุ พบว่ารั้วเหล็กริมฟุตบาทที่ถูกชนได้ถูกยกออกไปแล้ว สำหรับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า โซลูน่า หมายเลขทะเบียน พร 915 กรุงเทพ ได้ถูกยกนำไปไว้ที่ กองพิสูจน์หลักฐาน

       จากการสอบถามพ่อค้า-แม่ค้าที่ขายพวงมาลัยบริเวณด้านข้างบอกว่า เมื่อวานขณะเกิดเหตุ กรุ๊ปทัวร์ไม่เยอะมากในช่วงเวลาดังกล่าวแต่หากเกิดขึ้นในช่วงก่อนเวลานี้ต้องมีคนเสียชีวิตแน่ แต่เชื่อว่าอย่างไรก็ตาม ความศักดิ์สิทธิ์์ขององค์ท่านท้าวมหาพรหม ได้ปกป้องคุ้มภัยทุกท่านที่มาสักการะท่านให้ได้รับความปลอดภัย 

       ต่อมาเวลา 10.30 น.  พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งโตโยต้า โคโลน่า เสียหลักพุ่งเข้าชนศาลพระพรหมเอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ โดยมีนางคนึงนิจ เตโชฬาร อายุ 55 ปี เป็นผู้ขับรถ โดยมีสาเหตุมาจากเส้นเลือดใหญ่ในสมองแตกเฉียบพลัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย เป็นชาวอินโดนีเซีย 4 คน สิงคโปร์ 2 คน ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ดูแลคดีอย่างใกล้ชิด และขอให้มีการแถลงข่าวเพื่อแจ้งความคืบหน้าให้กับประชาชนทราบ ขณะนี้ได้มีการติดต่อประสานงานไปยังสถานกงสุลของแต่ละประเทศ เพื่อแจ้งข่าวและทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.)จะทำเรื่องพิจารณาให้ผู้บาดเจ็บที่ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่ภายในประเทศต่อ จนกว่าจะรักษาตัวให้หายดี

      ด้าน พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กล่าวว่า จากการสอบถามอาการของนางคนึงนิจ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาพบว่าหลังจากผ่าตัดเส้นเลือดในสมองเมื่อคืนนี้ ขณะนี้อาการของนางคนึงนิจปลอดภัยแล้ว ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บขณะนี้เหลือพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 2 คน เป็นชาวอินโดนีเซีย ส่วนที่เหลือสามารถกลับบ้านได้แล้ว โดยเบื้องต้นขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตั้งข้อกล่าวหากับนางคนึงนิจ เนื่องจากจะต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐาน ว่าสาเหตุมาจากความประมาทหรือเป็นเหตุฉุกเฉิน ขณะที่การตรวจสอบรถที่เกิดเหตุยังไม่ทราบว่ารถดังกล่าวมีประกันหรือไม่ จากการตรวจสอบภายในรถไม่พบเอกสารหลักฐานต่างๆ

     พล.ต.ต.ทรงพล วัฒนะชัย รองโฆษกตร. กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวผู้ขับขี่ควรจะต้องมีความพร้อมและดูดูแลสุขภาพ หากพบว่าร่างกายมีความผิดปกติ ควรจอดรถชิดซ้ายแล้วเปิดไฟฉุกเฉิน หรือสับเปลี่ยนผู้ขับรถ และขอให้ผู้ขับรถใช้ความระมัดระวังให้มาก เบื้องต้น ในการดำเนินคดี ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและผู้ชำนาญการ(แพทย์) เจ้าหน้าที่ พฐ ตรวจสภาพรถ และนำมาประกอบว่าจะประมาทหรือไม่ ส่วนรถคันเกิดเหตุขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน

      ส่วนจะมีการตั้งคำถามว่าเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์อะไรหรือไม่นั้น พล.ต.ต.ทรงพลระบุว่า ทางพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร ได้สั่งการให้ตรวจสอบ และจากการตรวจสอบพบว่าเป็น อุบัติเหตุ เป็นคดีรถชน ส่วนคนเจ็บที่เป็นชาวต่างชาติ ได้ทำการติดต่อไปที่สถานทูตนั้นๆ และประสานงานไปกับทางตม. เรื่องการให้อยู่ต่อเพื่อพักรักษาตัว 

       ต่อมาทางพล.ต.ต สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ พรชัย ชลอเดช ผกก.สน. ลุมพินี ได้เดินทางมาที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อตรวจดูสภาพรถโตโยต้า โซลูน่า สีฟ้า หมายเลขทะเบียน พร 915 กรุงเทพ โดยพบว่าบริเวณจกกระหน้าซ้ายมีรอยแตกร้าว ไฟเลี้ยวซ้ายแตกที่เกิดจากการชน นอกจากนี้ยังมีรอยครูดที่ด้านหน้ากระโปรง มีสีเขียวของรั้วที่ชนติดอยู่ 

นอกจากนี้สำหรับคนเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำกระเช้าไปเยี่ยมในนามของ ผบ.ตร.และ ตร.นครบาล ส่วน เรื่อง รั้วที่เสียหายขณะนี้ทางกทม.ได้ดำเนินการซ่อมแซมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว