
กรมส่งเสริมฯเตือนเกษตรกรระวังหนอนกระทู้ระบาดในนาข้าว
โดย-โต๊ะข่าวเกษตร
ย่างเข้าช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี จะมีมรสุมพัดผ่านทำให้บริเวณประเทศไทยในหลายพื้นที่เกิดมีฝนตกแสดงถึงการเข้าสู่ฤดูการทำนาปีอย่างเต็มตัวซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่ในทุกภาคของประเทศไทย เกษตรกรเริ่มทำการปลูกข้าว การเพาะปลูกและข้าวส่วนใหญ่อยู่ในระยะกล้า เกษตรกรควรระวังการระบาดของหนอนกระทู้ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายต่อนาข้าวได้ ดังนั้น จึงควรหมั่นสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอเพื่อจะได้หาทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง
รูปร่างลักษณะของหนอนกระทู้กล้า ตัวเต็มวัยจะเป็นผีเสื้อกลางคืนปีกคู่หน้าสีเทาปนน้ำตาล ความกว้างของปีกเมื่อกางออกประมาณ 3.5-4 เซนติเมตร ปีกคู่หลังสีขาว บินเก่งสามารถอพยพได้ไกลเป็นระยะทางหลายสิบหรือหลายร้อยกิโลเมตร วางไข่เป็นกลุ่มบริเวณยอดอ่อนของข้าว ตัวหนอนมีสีเทาถึงเขียวแกมดำ ด้านหลังมีลายตามความยาวของลำตัวจากหัวจรดท้าย แต่ละปล้องมีจุดสีดำ ตัวหนอนฟักจากไข่ช่วงเช้าตรู่ และรวมกลุ่มกันกัดกินส่วนปลายใบข้าว กลางวันจะหลบอยู่ในดินใต้เศษใบพืชในพื้นนาที่แห้ง บางส่วนอยู่บนต้นข้าวส่วนที่อยู่เหนือน้ำในนาที่ลุ่ม ชอบเข้าดักแด้ในดินหรือบนต้นหญ้าตามคันนา
ลักษณะการทำลายและการระบาด หนอนจะทำลายข้าวในเวลากลางคืน ระยะแรกจะกัดกินผิวใบข้าว เมื่อโตขึ้นจะกัดกินทั้งใบและต้นข้าวเหลือไว้แต่ก้านใบ หนอนจะกัดกินต้นกล้าระดับพื้นดิน นาข้าวจะถูกทำลายแหว่งเป็นหย่อมๆ และอาจเสียหายได้ภายใน 1-2 วัน ความเสียหายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หนอนมีการเคลื่อนย้ายเป็นกลุ่ม จากการขยายพันธุ์หลายๆ รุ่นบนวัชพืชพวกหญ้า และเคลื่อนเข้าสู่แปลงกล้าและนาข้าวจากแปลงหนึ่งไปยังอีกแปลงหนึ่ง มักพบการระบาดช่วงหลังน้ำท่วม เนื่องจากพืชอาหารพวกวัชพืชตระกูลหญ้ามีปริมาณไม่เพียงพอ
กรมส่งเสริมการเกษตร ขอแนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้ 1. ควรตัดหรือถางหญ้าบริเวณคันนาของแปลงกล้าให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะหนอนกระทู้กล้าชอบอาศัยกินหญ้าบริเวณคันนาเป็นอาหารก่อนที่จะแพร่ระบาดลุกลามเข้าไปในแปลงกล้า 2. เมื่อเกิดหนอนระบาดในแปลงกล้า ถ้าสามารถระบายน้ำเข้าแปลงกล้าจนท่วมยอดข้าว แล้วเก็บหนอนมาทำลายทิ้งเสียก่อนจะปล่อยน้ำออกจากแปลงกล้า 3. เมื่อพบใบข้าวถูกทำลายมากกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ใช้สารเคมี ได้แก่ คาร์โบซัลแฟน (พอสซ์20% อีซี) อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร และมาลาไธออน (มาลาไธออน83% อีซี) อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20



