ข่าว

ฎีกา...

ฎีกา...

08 ส.ค. 2552

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อเสด็จพระราชดำเนินออกเยี่ยมราษฎรนั้น ทรงรับฎีการ้องทุกข์จากราษฎรอยู่เสมอ

มีเรื่องเล่าไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "ร้อยเรื่องในรอยจำ" ว่าในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในแต่ละครั้ง นอกจากทรงรับฟังทุกข์สุขจากปากของราษฎรที่มาเฝ้าฯ แล้ว "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ยังมีพระราชภาระต้องรับฎีการ้องทุกข์ที่ราษฎรทูลเกล้าฯ ถวายอีกเป็นจำนวนมาก

 ฎีกาเหล่านี้ส่วนใหญ่คือความทุกข์เจ็บร้อนในทุกรูปแบบที่ราษฎรได้ประสบมา ซึ่งก็มีนับตั้งแต่เรื่องการถูกกลั่นแกล้งไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ เรื่องการขาดที่ดินทำกิน ลงมาจนถึงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ราษฎรผู้อยู่ในความทุกข์เหล่านี้ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปทางไหนอีกแล้ว จึงต้องยึดพระเจ้าอยู่หัวเป็น "ที่พึ่งสุดท้าย"

 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เคยมีพระราชกระแสเล่าเรื่องที่ชาวบ้านเข้ามาทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา ต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับกลุ่มนักข่าวหญิงเมื่อปี พ.ศ.2523 ไว้มีความตอนหนึ่งว่า

 “ฎีกาที่ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนี่มากมายก่ายกอง คือระยะหลังนี่ชาวบ้านก็ปรับทุกข์กับพระเจ้าอยู่หัว มีอะไรเขาก็มาบอกปรับทุกข์ตลอดเลย มีอะไรเขาก็มาขอให้ท่านช่วยโน่นช่วยนี่"

 บางครั้งก็เอาซ่อนมา ภายใต้ดอกไม้ที่ถวาย

 การทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาของราษฎรเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วแทบจะไม่มีรูปแบบและกฎเกณฑ์ใดๆ จึงมีบ่อยครั้งที่ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาซึ่งมีราษฎรไปรอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทที่วัดพระแก้วกันเป็นจำนวนมากนั้น นอกจากจะทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้พวงมาลัยและเงินแล้ว ก็ยังมีฎีกาที่เป็นทั้งลายลักษณ์อักษร และฎีกาแบบปากเปล่าอีกด้วย

 การทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาจากมือราษฎรถึงพระหัตถ์พระเจ้าแผ่นดินในลักษณะนี้ จึงไม่มีที่ไหนในโลกทำให้ความทราบถึงฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีราษฎรอยู่มากมายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงได้มีพระราชดำรัสในหลายครั้งว่า ส่วนหนึ่งของปัญหามาจากการที่ประชาชนไม่รู้กฎหมาย และไม่มีใครไปอธิบายชี้แจง...

 เมื่อไม่นานมานี้ ผมเพิ่งจะได้ยินคนของรัฐบาล (หลังจากที่เบื้อเป็นสากมานาน) ชี้แจงว่า สำหรับ ฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษนั้น ไม่ใช่ฎีกาปกติแบบฎีการ้องทุกข์ทั่วไป เพราะศาลได้พิพากษาถึงที่สุดแล้ว จึงจำเป็นที่จะต้องมีระบบกฎเกณฑ์ขั้นตอนเป็นลำดับต่างไปจากฎีกาอื่นๆ

 ที่สำคัญก็จะต้องมีเจ้าตัวหรือครอบครัวของผู้ที่ต้องโทษเท่านั้นที่จะทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษได้

 เมื่อฎีกา “คนเสื้อแดง” เท่าที่ปรากฏตามข่าวไม่มีชื่อทั้งเจ้าตัวและครอบครัวของผู้ที่ต้องโทษเลย จึงนับว่าเป็นฎีกาที่แปลกประหลาดครับ