
“จาตุรนต์”เย้ยกรธ.กลัวแพ้
“จาตุรนต์”ชี้ให้ปชช. ร่วมร่างรธน.หากถูกคว่ำแค่ข้อเสนอไม่ได้บังคับ เหน็บ“บิ๊กตู่” ผ่านมา 2 ปี ไม่เรียนรู้การเมือง เย้ยกรธ. กลัวดีเบตแพ้ปฏิเสธร่วมเวที
22 ก.ค. - นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดเวทีแสดงความเห็นโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ถือว่ามีประโยชน์พอสมควร แต่มีข้อเสียเรื่องเวลาที่สั้นไปและทำได้น้อย อีกทั้งการเลือกหัวข้อในการพูดคุย อาจจะไม่ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ ทั้งนี้การเปิดให้มีเวทีถกแถลงเป็นเพียงวิธีหนึ่งในการเปิดโอกาสให้แสดงความเห็นเท่านั้น ยังมีอีกหลายวิธีถูกปิดกั้นอยู่ อย่างการแจกเอกสาร การส่งจดหมาย หรือไปพูดชี้แจง เป็นต้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่อน่าเสียดายที่วิธีการแสดงความเห็นยังมีน้อยไป
เมื่อถามถึงข้อเสนอของนายโคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ระบุว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญ หากร่างฉบับนี้ไม่ผ่านประชามติ นายจาตุรนต์กล่าวว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นความเห็นร่วมกันหลาย ๆ ฝ่ายถึงทางออกของสังคม ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ซึ่งเป็นทางออกที่ดี ที่เกิดจากการปรึกษาหารือร่วมกัน และทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น และคงเป็นไปไม่ได้ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะร่างเอง หรือสั่งให้ใครร่างตามใจชอบ โดยไม่ได้คำนึงถึงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วงที่ถูกปฏิเสธไปแล้ว
ส่วนกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ระบุว่าอย่าบังคับเรื่องทางออกหลังประชามตินั้น ส่วนตัวมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงแค่ข้อเสนอ ไม่ใช่การบังคับ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ประชาชนจะไปบังคับท่าน มีแต่คสช.ที่ไปบังคับคนอื่นตลอด อีกทั้งช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ท่านมีความเข้าใจในเรื่องกระบวนการหาทางออกโดยให้หลายฝ่ายมีส่วนร่วมน้อยเกินไป รวมถึงการเปิดโอกาสให้มีการโต้เถียงซึ่งกันและกัน อย่างการดีเบตแสดงความเห็นที่นายกฯเข้าใจว่าอาจก่อความรุนแรงได้นั้น ความจริงแล้วเป็นวิธีหลีกเลี่ยงการตีกันมากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พยายามปฏิเสธร่วมเวทีแสดงความเห็น นายจาตุนรต์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความจงใจของกรธ. ที่หาทางปิดกั้นเวทีแสดงความเห็น เพราะเขาอาศัยหลักเกณฑ์ของกกต. ที่ระบุว่าถ้าจะจัดเวทีหรือไปพูดเรื่องร่างรัฐธรรมนูญออกสื่อจะต้องเชิญทั้งสองฝ่าย ซึ่งเขาใช้ช่องนี้เพื่อทำให้เวทีจัดไม่ได้ แต่ก็ยังดีที่ว่าจะมีกรธ.บางท่านจะเข้าร่วมเวทีในนามส่วนตัว ซึ่งที่จริงแล้วกกต.ต้องเปิดโอกาสให้ใครมาแสดงความเห็นก็ได้ ถ้าเชิญแล้วไม่มาก็ช่วยไม่ได้ และอีกเหตุผลหนึ่งที่ กรธ. โดยเฉพาะนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ระบุว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน ที่ต้องไปเถียงกับใครนั้น จริง ๆ แล้วกลัวที่จะไปโต้แย้งสู้กับคนที่ศึกษาร่างรัฐธรรมนูญมาดีไม่ได้ ทำให้ประชาชนไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางที่ดีกรธ.ควรจะไปชี้แจง ยิ่งทำมาก ก็จะยิ่งเป็นเรื่องดี และควรถือเป็นหน้าที่ ใครเชิญมาก็ควรไป เพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นได้เแสดงความเห็นบ้าง ไม่ใช่ กรธ. ไปแสดงความเห็น ไปพูดในเวทีของตัวเอง แล้วออกทีวีทั่วประเทศอย่างที่ผ่านมา อย่างนั้นถือว่าเป็นการเอาเปรียบอายที่เห็นต่างและทำให้เห็นว่า กำลังปิดบังอะไรอยู่



