
รัฐคิ๊กออฟศูนย์ช่วยเหลือ เอสเอ็มอี
กระทรวงอุตฯ คิ๊กออฟเปิดศูนย์ช่วยเหลือ เอสเอ็มอี ดึงหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการเงิน สร้างเครือข่ายพร้อมช่วยฟื้นฟู ทั้งด้านการเงิน การตลาด อัดฉีดเงินปลอดดอกเบี้ย
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวในงานเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SME Rescue Center) ว่า ภาครัฐมีนโยบายให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบรัฐวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ของไทยให้มีขีดความสามารถการแข่งขันที่ดีพร้อมปรับโครงสร้างกลไกสนับสนุนและการขับเคลื่อน เอสเอ็มอี ให้เป็นระบบ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการบริการต่างๆ ของภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ที่ประสบปัญหาในการทำธุรกิจและการเข้าถึงบริการของภาครัฐทำให้การดำเนินธุรกิจประสบปัญหา จึงได้มอบนโยบายให้กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความช่วยเหลือดูแล เอสเอ็มอี ที่ประสบปัญหาด้านต่างๆ เช่น การขาดโอกาสทางการตลาด ด้านการจัดการและนวัตกรรม ปัญหาทางด้านการเงิน เพื่อให้กลับมาเป็นผู้ประกอบการที่มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพขีดความสามารถจะแข่งขันในตลาดได้และก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หรือ เอสเอ็มอี 4.0 ที่มีความเข้าใจด้านเศรษฐกิจและการตลาด รวมถึงใช้นวัตกรรมเพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจและช่วยขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจของไทย
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี กล่าวว่า จากนโยบายดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพื่อเป็นช่องทางการรวบรวมปัญหาและแนวทางการฟื้นฟู เอสเอ็มอี ที่ขาดปัจจัยเอื้อต่อการพัฒนาความสามารถการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมให้กลับมาเข้มแข็งและธุรกิจเดินหน้าต่อได้อีกครั้ง โดยใช้การบริหารงานในรูปแบบคณะกรรมการจากหน่วยงานเครือข่ายโดยมี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่ากระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานและมีตัวแทนจากหน่วยงานเครือข่ายต่างๆ เข้าร่วมการจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวด้านการบริหารจัดการและบูรณาการแก้ปัญหาให้แก่ผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็ว โดยในช่วงแรกจะมีที่ทำการให้บริการที่ศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรม (BSC) ที่อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นการชั่วคราวไปก่อน หลังจากนั้นจะย้ายมาตั้งที่กระทรวงอุตสาหกรรมต่อไป
สำหรับช่องทางการให้บริการของศูนย์ดังกล่าว มีจุดให้บริการกว่า 3,800 แห่งทั่วประเทศ และมีหน่วยคัดกรองวิเคราะห์ปัญหาและตรวจสอบข้อเท็จจริงของคำร้องที่ส่งผ่านหน่วยงานเครือข่ายต่างๆ ประมาณ 300 แห่งทั่วประเทศ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงินของภาครัฐและเอกชน เช่น สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กรมบังคับคดี ศูนย์ดำรงชัยธรรม ธนาคาร เอสเอ็มอี ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทยและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่เปิดให้ผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาส่งเรื่องร้องขอความช่วยเหลือ แล้วทางศูนย์ฯ จะนำข้อมูลวิเคราะห์และจัดชั้นแบ่งกลุ่มผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี เพื่อจัดลำดับและแนวทางแก้ไขปัญหาพร้อมส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ประกอบการต่อไป



