
สำมะโนประชากรพม่าเผยจำนวนมุสลิม 2.3%
ผลสำรวจสำมะโนประชากรพม่าฟ้องฝ่ายชาตินิยมพุทธมโนไปเองว่าอิสลามจะครอบงำ ยืนยันชาวมุสลิมมีแค่ 2.3% จากประชากร 51 ล้านเศษ
( 21 ก.ค.) รัฐบาลพม่าเผยผลสำรวจสำมะโนประชากรที่จัดทำเมื่อปี 2557 พบว่า ชาวพุทธมีสัดส่วน 90 % จากประชากรทั้งหมด 51.48 ล้านคน รองลงไปเป็นคริสต์ศาสนิกชน 6.3 % ขณะประชากรมุสลิมมีสัดส่วนเพียง 2.3 % หรือราว 1.1 ล้านคนเท่านั้น
การเปิดรายละเอียดของผลสำรวจสำมะโนประชากร ที่จัดทำเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษถูกชะลอไว้นานเกือบปี เพื่อหลีกเลี่ยงสร้างความตึงเครียดก่อนการเลือกตั้งทั่วไป
ในช่วงสองสามปีมานี้ พม่าเผชิญกระแสกลัวอิสลาม ขณะฝ่ายชาตินิยมพุทธพากันส่งสารอย่างตื่นตระหนกว่า ประชากรมุสลิมกำลังขยายตัว แต่ผลสำมะโนประชากรยืนยันตรงข้าม
ผลสำรวจไม่ได้รวมชาวมุสลิมโรฮิงญาราวหนึ่งล้านคน ที่พม่าไม่ถือเป็นประชากรและห้ามแสดงตัวตนในระหว่างการทำสำรวจ หากนำตัวเลขมารวมกันโดยใช้ข้อมูลสำรวจประชากรหลังสุดเมื่อปี 2526 จำนวนชาวมุสลิมในพม่าจะมีประมาณ 4%
นายเต็ง ฉ่วย รัฐมนตรีกระทรวงประชากร การตั้งถิ่นฐานและแรงงานพม่า กล่าวว่า ผลสำรวจที่ออกมาเมื่อเทียบข้อมูลปี 2526 พบว่าตัวเลขในแต่ละภูมิภาค ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
ด้าน แจเน็ต อี แจ็คสัน ผู้แทนกองทุนประชากรสหประชาชาติ (UNFPA ) ผู้สนับสนุนการสำรวจสำมะโนประชากรพม่า ระบุในแถลงการณ์ว่า ตัวเลขที่ได้มาเป็นข้อเท็จจริงที่น่าจะช่วยยุติการเดาสุ่ม และยุติวาทกรรมปลุกความขัดแย้ง อย่างไรก็ดี UNFPA ไม่เห็นด้วยที่พม่าไม่ได้รวมข้อมูลชาวโรฮิงญาไว้ในผลสำรวจ ซึ่งถือเป็นข้อบกพร่องอย่างร้ายแรงของการทำสำมะโนประชากร และเป็นความวิตกด้านสิทธิมนุษยชน
ชาวโรฮิงญากว่า 1 แสนคน กลายเป็นคนไร้บ้านหลังปะทะนองเลือดกับชาวพุทธเมื่อปี 2555 ทุกวันนี้ ต้องอาศัยในค่ายชั่วคราวในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของพม่า โดยถูกจำกัดสิทธิเดินทางไปไหนมาไหน และไม่ได้รับบริการพื้นฐาน
ไม่กี่วันก่อนสำรวจสำมะโนประชากรเริ่มในปี 2557 ฝ่ายชาตินิยมพุทธกล่าวหาประชาคมโลกว่าลำเอียงเข้าข้างมุสลิมโรฮิงญา และโจมตีสำนักงานบรรเทาทุกข์ในรัฐยะไข่ จนเจ้าหน้าที่ต้องหลบหนีออกมา
นางอองซาน ซูจี ผู้นำทางพฤตินัยของพม่า ถูกวิจารณ์มานานที่ไม่แสดงจุดยืนต่อปัญหานี้อย่างแข็งขัน กระนั้น รัฐบาลของเธอเริ่มเคลื่อนไหวควบคุมพระสงฆ์กลุ่มมาบะตะ ที่เคลื่อนไหวต่อต้านขาวมุสลิม โดยพระกลุ่มนี้มักอ้างว่าอัตลักษณ์พุทธพม่ากำลังถูกมุสลิมคุกคาม และลอบบี้รัฐบาลกึ่งพลเรือนชุดก่อน ผ่านกฎหมายอื้อฉาวที่ถูกมองว่าแบ่งแยกศาสนา ชาติพันธุ์ และเลือกปฏิบัติต่อสตรี
รัฐมนตรีศาสนาในรัฐบาลนางซูจี เตือนว่า มะบะตะอาจถูกยุบได้ หากยังไม่เลิกใช้วาทกรรมสร้างความเกลียดชังจุดความขัดแย้ง



