
ลาว...แหล่งพันธุกรรมข้าวเหนียวโลก (1)
โดย - สมพร อิศวิลานนท์
ข้าวเป็นพืชอาหารหลักของประชากรเอเชียมายาวนาน จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่โนนนกทาบนที่ราบสูงโคราชและที่ถ้ำชายแดนไทยและเมียนมาร์ อีกทั้งหลักฐานทางที่ได้ขุดค้นพบในแหล่งที่ราบตอนกลางของแม่น้ำแยงซี พบว่ามนุษย์ได้รู้จักการเพาะปลูกข้าวมานานกว่า 8,000 ปี ข้าวที่ปลูกกันมากในเอเชียและในโลกได้แก่ข้าวในกลุ่มสายพันธุ์อินดิกา สายพันธุ์นี้มีลักษณะเม็ดเรียวยาวรี และมีการเพาะปลูกในเขตร้อนชื้น
แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มสายพันธุ์ข้าวเจ้าและกลุ่มสายพันธุ์ที่เป็นข้าวเหนียว ข้าวเจ้าและข้าวเหนียวจะต่างกันตรงที่ข้าวเหนียวไม่มีองค์ประกอบของ อไมโลสในเมล็ดข้าว และไม่มีสารกลูเตน แต่จะมีองค์ประกอบของสารอไมโลเพกตินในระดับสูง ทำให้ข้าวเหนียวมีความเหนียวเกาะตัวแน่นกว่าข้าวเจ้าเมื่อหุงสุก ข้าวเหนียวจะมีสีขุ่นกว่าข้าวเจ้าทั้งนี้เกิดจากการจัดเรียงตัวกันของแป้งข้าวและโปรตีนในเมล็ดข้าวที่อัดแน่นไม่เท่ากัน ภายในเมล็ดข้าวเหนียวมีช่องว่างอากาศมากกว่า ทำให้แสงที่ผ่านเข้าไปเกิดการเลี้ยวเบนและแพร่ซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้งจึงมองเห็นเมล็ดขุ่นหรือทึบแสง
หลักฐานในอดีตพบว่าข้าวประจำถิ่นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะในพื้นที่ราบสูงและพื้นที่ราบตามหุบเขาของกลุ่มประเทศอาเซียนที่ติดกับลุ่มน้ำโขง เป็นแหล่งของกลุ่มสายพันธุ์ข้าวเหนียวมาแต่ดึกดำบรรพ์
การพบหลักฐานที่ถ้ำปุ่ง จ.แม่ฮ่องสอน ของไทย ได้ยืนยันว่าชนิดของข้าวที่ค้นพบเป็นข้าวเหนียวไม่ใช่ข้าวเจ้า อีกทั้งการพิสูจน์จากซากอิฐที่ทำขึ้นในสมัยโบราณ พบว่ามนุษย์ใช้แกลบจากข้าวเมล็ดสั้นซึ่งเป็นแกลบจากเมล็ดข้าวเหนียวนำมาเผาทำอิฐและใช้เป็นวัสดุสำหรับการก่อสร้าง การค้นพบหลักฐานในสมัยสุโขทัยเรื่อยมาได้บ่งบอกถึงการปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวเหนียวมาปลูกข้าวเจ้ามากขึ้นเพราะในยุคสุโขทัยเรื่อยมาจนถึงสมัยอยุธยาและสมัยรัตนโกสินได้มีการใช้แกลบจากข้าวเจ้าเพื่อการเผาทำอิฐเพราะเป็นแกลบที่เกิดจากข้าวเมล็ดยาวซึ่งก็คือแกลบจากข้าวเจ้า
มีข้อสมมุติฐานว่าข้าวเจ้าอินดิกาได้แพร่กระจายจากอินเดียเข้ามาในอุษาคเนย์หรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมๆ กับการเดินทางของคณะธรรมทูตเพื่อเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในดินแดนดังกล่าว โดยคณะพระธรรมฑูตจะนำข้าวสายพันธุ์อินดิกาติดมาเพื่อใช้เป็นแหล่งเสบียงอาหาร และขณะเดียวกันก็ทำการเผยแพร่พันธุ์ข้าวไปในหมู่บ้านต่างๆ ที่พระธรรมทูตเดินทางผ่าน ทำให้ข้าวจ้าวอินดิกานี้ได้แพร่กระจายออกไปในเขตที่ราบลุ่มน้ำต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อ่านต่อฉบับหน้า)



