
ป่วนประชามติ!‘เผา-ฉก’บัญชีรายชื่อ
วัยรุ่นสตูลเผาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงประชามติ ผู้การยันยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด ขณะที่กาญจนบุรีมือดีขี่จยย.ฉกบัญชีรายชื่อลงประชามติกลางวันแสกๆ
21ก.ค.2559 ตำรวจสตูลได้รับแจ้งได้มีเหตุการณ์วัยรุ่นดึงบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงมติร่าง รัฐธรรมนูญ มาเผา โดยเกิดเหตุที่หน่วยเลือกตั้งที่ 5 โรงเรียนบ้านบันนังปุเลา ม.4 ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล โดยลักษณะนำบัญชีรายชื่อไปเผาเล่น ซึ่งในบัญชีรายชื่อที่ถูกทำลายนั้น สูญหายไปประมาณ 500 คน จากบ้านเลขที่ 1 ถึง 133 ม.4 ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล
พล.ต.ต.ทัตธงสักก์ ภู่พันธัชสีห์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สตูล กล่าวว่า ตนเองได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่าได้มีเหตุกลุ่มคนไม่หวังดี ดึงรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงมติ ฯ มาเผาทิ้ง จึงได้รุดไปที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจพบว่า บัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 5 โรงเรียนบ้านบันนังปูเลา ม.4 ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล ได้ถูกดึงออกมา จำนวนหนึ่ง และทำการเผาทิ้ง โดยรายชื่อที่เสียหายนั้น ประมาณ 500 คน จึงได้สั่งการให้มีการตรวจสอบ และ เชิญตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงกลุ่มบุคคลต้องสงสัย มาสอบปากคำ เพื่อหาข้อเท็จจริงว่า การดึงรายชื่อออกมาเผานั้น เกิดจากสาเหตุใด โดยขณะนี้ ตนเองยังไม่สรุปว่าประเด็นการเผาเกิดจากอะไร เพราะทุกประเด็นจะต้องมีการตรวจสอบ
นายสมาน นิยมเดชา ครู โรงเรียนบ้านบันนังปูเลา อ.เมือง จ.สตูล กล่าวว่า ตนเองได้ทราบเรื่องเมื่อตอนเที่ยงเนื่องจากโรงเรียนหยุดเรียนหลายวัน ว่าเกิดมีการทำรายรายชื่อ ผู้มีสิทธิ์ ลงมติเลือกตั้ง ไปจำนวนหนึ่ง โดยจากการสอบถาม ครู ที่เกี่ยวข้อง ว่า ได้เห็นกลุ่มวัยรุ่นที่เข้ามา เล่น กีฬาในโรงเรียนเป็นประจำ และไม่ยอม กลับ ประกอบกับช่วงนี้ฝนตกทุกวัน จึงทำให้เด็กวัยรุ่น กลุ่มนั้น เข้ามา เล่นในโรงเรียน จนเมื่อวันนี้ ได้พบว่า มีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ ถุกทำลาย โดยการดึงมาเผาไฟ และโยนทิ้ง ทำให้รายชื่อ ทั้ง 500 ราย ชื่อ ถูกทำลาย ลง แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าใครเป็นผุ้ทำลาย เพียงแต่สันนิฐานว่า มีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาเล่น เพราะคนนอก จะไม่่เข้ามาในโรงเรียน
กาญจนบุรีมือดีขี่จยย.ฉกบัญชีรายชื่อลงประชามติกลางวันแสกๆ
เมื่อเวลา 10.00 น. นายบุญญะพัฒน์ จันทรอุไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผอ.กกต.จังหวัดกาญจนบุรี พ.ต.ต.อุทัย อินทรักษ์ สวป.สภ.เมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย รส.ที่ 1 ร.9 พัน 1 กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ นายสุวัฒนา ม่วงหวาน ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองกาญจนบุรี นายสมบัติ จิตรธรรม กำนันตำบลปากแพรก และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเดินทางไปที่ศาลาประชาคมบ้านพุรางนิมิต หมู่ 11 ต.ปากแพรก องเมือง จ.กาญจนบุรี เนื่องจากได้รับแจ้งจากนางนัยนา ตันมั่นคง ผู้ใหญ่บ้าน ว่า บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงประชามติ ที่นำไปปิดประกาศไว้เอาไว้เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมาหายไป
เมื่อไปถึงพบเพียงกระดานเปล่าตั้งเอาไว้ ส่วนบัญชีรายชื่อหายไปทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงประสานให้ช่างผู้เชี่ยวชาญ มาตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดเอาไว้ ถนนฝั่งตรงข้ามกับศาลาประชาคม ผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องสงสัยเป็นชายรูปร่างอ้วนท้วม อายุประมาณ 35-40 ปี ใส่เสื้อยืดสีชมพู นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาจอดที่หน้ากระดานติดประกาศบัญชีรายชื่อ แล้วดึงบัญชีรายชื่อไปวางไว้ที่ตะกร้าหน้ารถ แล้วขับออกไปอย่างใจเย็น
โดยบุคคลดังกล่าวขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาก่อเหตุในช่วงเวลาประมาณ 13.25 น.ของวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพได้ระยะไกล จึงไม่แน่ชัดว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวคือยี่ห้ออะไร แต่เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นสปาร์ค สีแดง หมายเลขทะเบียน ขษง 495 กาญจนบุรี หรือหมายเลขทะเบียน ขนง 485 กาญจนบุรี
หลังจากทราบข้อมูล เจ้าหน้าที่ กกต.จังหวัดกาญจนบุรี จึงเดินทางไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อให้ติดตามชายต้องสงสัยคนดังกล่าวมาสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยนางนัยนา ตันมั่นคง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 เปิดเผยว่า ได้นำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญมาติดประกาศที่ศาลาประชาคมหมู่บ้านเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นก็ได้มาตรวจเช็คดูทุกวัน จนกระทั่งช่วงสายที่ผ่านมา ปรากฏว่าบัญชีรายชื่อที่ติดเอาไว้หายไป ซึ่งเป็นบัญชีราชื่อบ้านเลขที่ 1 ถึงบ้านเลขที่ 77 ดังนั้นตนจึงรีบรายงานให้อำเภอเมืองกาญจนบุรีทราบดังกล่าว
ด้าน น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผอ.กกต.จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เบื้องต้นตนได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทราบแล้ว จากนั้นจึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการ เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี กำลังเร่งตรวจสอบหมายเลขทะเบียนของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน โดยตรวจสอบหมายเลขทะเบียนทั้ง 2 หมายเลข เบื้องต้นพบว่าหมายเลขทะเบียน และหมวดอักษร อยู่ในสองพื้นที่คือพื้นที่อำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และอยู่ในเขตอำเภอเมืองกาญจนบุรี เชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามจับกุมบุคคลดังกล่าวได้ในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน
สำหรับการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ นั้นได้กำหนดให้ประชาชนลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.นี้
ตร.ขอนแก่นเร่งตามมือเผาจากกล้องวงจรปิด
เมื่อเวลา 10.00 น.พ.ต.อ.สราวุธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.ชุมแพ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน ที่ติดอยู่บอร์ดศาลากลางหมู่บ้าน หน่วยเลือกตั้งที่ 36 ถูกเผาทำลาย จึงลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน
พ.ต.อ.สราวุธ กล่าวว่า ที่เกิดเหตุเป็นศาลาประชาคมและเป็นที่ทำการคณะกรรมการหมู่บ้าน จากการสอบถาม นางจันโท ทราบว่า ศาลาประชาคมหมู่บ้านชาวบ้านจะใช้เป้นสถานที่มานั่งพูดคุย ประชุมและออกกำลังกาย กันเป็นประจำ นอกจากนี้ในวันที่ 7 ส.ค. 59 ได้ใช้เป็นหน่วยลงคะแนนประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หน่วยที่ 36 ของเทศบาลเมืองชุมแพ บอร์ดที่ตั้งอยู่หน้าศาลาจึงติดบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และติดประกาศไว้ให้ประชาชนได้อ่าน จนช่วงเช้ามีพลเมืองดีพบเห็นว่ามีการเผาทำลายบัญชี จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ
“ผู้ก่อเหตุเข้ามาเผาช่วงกลางคืน จึงไม่มีคนพบเห็นผู้กระทำผิด เมื่อตรวจสอบพบว่า เอกสารประกาศกำหนดหน่วย หรือใบ อ.ส. 4 และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ หรือ อส. 6 ถูกแกะจากบอร์ดแล้วเผาทำลาย 4 แผ่น สำหรับการติดตามผู้กระทำผิด เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานจากพยานที่พบเห็นคนแรก และติดตามเส้นทางของคนร้ายจากกล้องวงจรปิดยังไม่สามารถสรุปได้ว่า คนลงมือมีเจตนาทำลายกระดาษบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียง อาจจะเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของประชาชนที่ไม่ทราบว่า เป็นบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หรือเกิดจากความคึกคะนองของกลุ่มวัยรุ่น ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามหาตัวผู้กระทำผิดอย่างเร่งด่วน”พ.ต.อ.สราวุธ กล่าว
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ พ.ต.อ.สราวุธ กล่าวว่า ที่ผ่านมา จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มสีเสื้อ จากการติดตามความเคลื่อนไหวในระยะนี้ ยังไม่พบว่ามีการเคลื่อนไหว หรือเตรียมป่วนลงคะแนนประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค. แต่อย่างใด



