ข่าว

ผู้การฯแจงเหตุย้ายผกก.ขาณุวรลักษบุรี

ผู้การฯแจงเหตุย้ายผกก.ขาณุวรลักษบุรี

21 ก.ค. 2559

 ผู้การฯ กำแพงเพชร แจงเหตุสังคมสงสัย สั่งย้าย ผกก.ขาณุวรลักษบุรี ด้าน ผอ.กกต.เผยคดีฉีกบัตรแนวทางสั่งไม่ฟ้อง

               ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี ผบช.ภ.6 มีคำสั่งให้ ผกก.สภ.ขาณุวรลักษบุรี ไปช่วยราชการตำรวจภูธรภาค 6 โดยขาดจากตำแหน่งเดิมเนื่องจากรายงานผลคดีเด็กหญิง 8 ขวบ 2 คนวิ่งเล่นฉีกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติที่หน่วยออกเสียงประชามติหน่วยที่ 5 โรงเรียนวชิรสารวิทยา ภายในวัดหงส์ทอง หมู่ที่ 5 บ้านเหนือ ต.สลกบาตร อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร เป็นไปอย่างล่าช้า จนเกิดคำถามจากสังคมอย่างกว้างขวางถึงกรณีความผิด
               เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ ผบก.ภ.จว.กำแพงเพชร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาประชุมมอบนโยบายที่ตำรวจภูธรภาค 6 โดยให้หัวหน้าสถานีทุกสถานี ผู้บังคับการทุกจังหวัดในเขตภาค 6 ไปร่วมประชุมและมีการมอบนโยบายว่า ถ้ามีเหตุการณ์สิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นในภาค 6 เกี่ยวข้องหรือมีผลกระทบต่อสถานการณ์ออกเสียงประชามติ ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.59 ให้ท้องที่ที่รับผิดชอบรายงานโดยด่วนทางโทรศัพท์ ต่อผู้บังคับการ ผู้บัญชาการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรง
               โดยเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา เวลา 11.30 น. ได้มีเหตุการณ์ฉีกบัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติ ทางเจ้าหน้าที่อนุกรรมการออกเสียงประชามติประจำอำเภอ ได้เดินทางมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขาณุวรลักษบุรี เวลา 20 .00 น.ของวันเดียวกัน หลังจากนั้น พ.ต.อ.อิทธิ ชำนาญหมอ ผกก.สภ.ขาณุวรลักษบุรี พร้อมด้วยชุดสืบสวน ได้ดำเนินการปฏิบัติหน้าที่ในการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ไม่ได้มีความบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามที่มีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา
               จนกระทั่งในช่วงเย็นของวันที่ 17 ก.ค. หลังเกิดเหตุ 2 วัน จึงมีการรายงาน ซึ่งถือว่าล่าช้ามาก ในเช้าวันที่ 18 ก.ค. ก็ได้มีคำสั่งจาก พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.6 มีหนังสือคำสั่งเลขที่ 144/2559 ลงวันที่ 18 ก.ค.59 ช่วยราชการ (ศปก.) ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจภาค 6 ขาดจากตำแหน่งเดิม และมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.สุทัศน์ มณสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.กำแพงเพชร รักษาราชการแทน ผกก.สภ.ขาณุวรลักษบุรี
               พล.ต.ต.ดำรงค์ กล่าวว่า ในวันที่ 17 ก.ค.  ตนได้ลงไปติดตามคลี่คลายคดีนี้ด้วยตนเอง และทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุทำให้ราชการเสียทรัพย์ในครั้งนี้เป็นเด็กหญิงอายุ 8 ขวบ 2 คนจึงได้เชิญตัวมาและบันทึกถ้อยคำที่เกิดจากความซุกซนและรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ต่อมาวันที่ 20 ก.ค. เวลา 17.30 น.เจ้าหน้าที่จาก กกต. ก็ได้เข้าแจ้งความในฐานะผู้เสียหายต่อ ร.ต.อ.นพเก้า ดวงคำ พนักงานสอบสวน สภ.ขาณุวรลักษบุรี
               ผู้สื่อข่าวได้ติดตามคดีนี้พบว่า พ.ต.อ.อิทธิ ชำนาญหมอ ผกก.สภ.ขาณุวรลักษบุรี หลังจากเกิดเหตุได้มีหนังสือลงวันที่ 17 ก.ค.59 ถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดกำแพงเพชร และได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ เมื่อวันที่ 20 ก.ค. เวลา 17.30 น.
               นายสุรพงษ์ ธนสังข์นุชิต ผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า กรณีการดำเนินคดีกับเด็กอายุ 8 ขวบที่ทำลายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียงครั้งนี้ ทางสำนักงาน กกต.ได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ต่อพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกรณีที่ไปดำเนินการเมื่อวันที่ 20 ก.ค. หลังเกิดเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. เนื่องจากกรณีนี้ทางสำนักงาน กกต.จังหวัดกำแพงเพชร ได้ทำหนังสือหารือไปยังสำนักงาน กกต.กลาง เกี่ยวกับใครเป็นผู้เสียหายที่จะไปแจ้งความร้องทุกข์ ซึ่งได้รับคำตอบกลับมาเมื่อวันที่ 19 ก.ค. ว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงจังหวัดกำแพงเพชร ที่จะไปแจ้งความร้องทุกข์
               เมื่อได้รับหนังสือตอบกลับมาแล้ว ก็ได้นัดประชุมเร่งด่วน เมื่อประชุมแล้วมีมติมอบให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดฯ หรือพนักงานสอบสวนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำแพงเพชร ไปดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์แทน จึงได้ไปดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ในวันและเวลาดังกล่าว
               สำหรับกรณีเด็กอายุ 8 ขวบนั้นจะถอนแจ้งความได้หรือไม่นั้น กรณีนี้เมื่อเป็นทรัพย์ของทางราชการทางพนักงานจะต้องปฏิบัติการแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนกรณีจะฟ้องหรือไม่ฟ้องนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการเจ้าของคดี ที่จะมีความเห็น เด็กอายุไม่ถึง 10 ปี และไม่มีเจตนานั้น แนวทางน่าจะเป็นสั่งไม่ฟ้อง หากเจ้าหน้าที่ไม่ไปดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ก็จะเข้าข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ได้