ข่าว

"ซันโตโซ"หอกข้างแคร่อินโดนีเซียสิ้นชีพ แต่ศึกสุดโต่งยังไม่จบ

"ซันโตโซ"หอกข้างแคร่อินโดนีเซียสิ้นชีพ แต่ศึกสุดโต่งยังไม่จบ

21 ก.ค. 2559

หลังจากไล่ล่าแบบไม่ลดละ อินโดนีเซียปลิดชีพ "ซันโตโซ" ผู้ก่อการร้ายที่อยากได้ตัวมากที่สุด แต่รัฐบาลจาการ์ตายังต้องเหนื่อยต่อในการสางปัญหาสุดโต่ง

       

          สำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซียยืนยันแล้วว่า ผู้ต้องสงสัยสองคนที่เสียชีวิตจากการดวลปืนกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอินโดนีเซีย ที่หมู่บ้านตัมบารานา เมืองโปโซ สุลาเวสีกลาง เมื่อวันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา หนึ่งในนั้น คือ ซันโตโซ ผู้นำกลุ่มมูจาฮีดีนอินโดนีเซียตะวันออก (เอ็มไอที) ผู้ก่อการร้ายที่รัฐบาลจาการ์ตาต้องการตัวมากที่สุด

        ผลชันสูตรเบื้องต้นที่รับรองว่าไม่ผิดตัวแน่ ได้ข้อสรุปในเวลาไม่นาน เพราะซันโตโซเคยถูกจับกุมมาก่อน จึงมีลายนิ้วมืออยู่ในฐานข้อมูล ประกอบกับรูปพรรณสัณฐานก็พิมพ์เดียวกัน ตำหนิบนใบหน้าและแผลเป็นจากกระสุนบนร่างกาย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซียจึงกล้ายืนยัน 100% ตั้งแต่ไม่ผ่านการตรวจดีเอ็นเอให้ครบถ้วนกระบวนการตามกฎหมาย

 

"ซันโตโซ"หอกข้างแคร่อินโดนีเซียสิ้นชีพ แต่ศึกสุดโต่งยังไม่จบ

 

           อินโดนีเซียเริ่มปฏิบัติการ “ตินอมบาลา" ที่มีเป้าหมายไล่ล่าจับเป็นหรือจับตายซันโตโซและพวก มาตั้งแต่ต้นปี 2558 ถือเป็นปฏิบัติการสนธิกำลังครั้งใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยใช้ตำรวจและทหารประมาณ 3,500 คน ปูพรมไล่ล่าในพื้นที่ป่าเขาของเมืองโปโซ บีบพื้นที่และตัดเส้นทางเสบียงของฝ่ายตรงข้ามเข้ามาเรื่อยๆ จนประสบผลสำเร็จ

        การล้อมจับและยิงปะทะหลายครั้ง ทำให้กองกำลังของซันโตโซ ที่เดิมเชื่อว่า มีประมาณ 45 คน ลดลงเหลือแค่ไม่ถึง 20 คน

      แม้หมดผู้นำคนสำคัญไปแล้ว แต่ผู้บัญชาการตำรวจอินโดนีเซีย ตีโต คาร์โนเวียน กล่าวว่า ปฏิบัติการตินอมบาลาจะเดินหน้าต่อเพื่อล่าที่เหลือ โดยเฉพาะแกนนำกลุ่มอีกสองคน ควบคู่ไปกับการสกัดกั้นการเผยแพร่แนวคิดหัวุรนแรง

"ซันโตโซ"หอกข้างแคร่อินโดนีเซียสิ้นชีพ แต่ศึกสุดโต่งยังไม่จบ

( บาซี คนซ้าย คาดว่าจะขึ้นเป็นผู้นำของเอ็มไอที แทนซันโตโซ) 

 

        สำหรับปูมหลังของซันโตโซ อดีตเคยเปิดร้านขายหนังสืออิสลาม ก่อนหันมาจับอาวุธในปี 2545  เป็นที่รู้จักในหลายชื่อ รวมถึง อาบู วาร์ดะห์ เริ่มเส้นทางสายใช้กำลังรุนแรง ด้วยการเข้าไปพัวพันการก่อเหตุนองเลือดระหว่างชาวมุสลิมกับคริสเตียนในเขตบ้านเกิดโปโซ ช่วงปี 1990-2000 ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

        หลังศึกศาสนายุติ ได้หันไปเข้าร่วมกับกลุ่ม “เจมาห์ อิสลามิยะห์” (เจไอ) กลุ่มก่อการร้ายที่ก่อเหตุวินาศกรรมบนเกาะบาหลี เมื่อปี 2545

         เริ่มเป็นที่สนใจของทางการในปี 2547 หลังถูกจับกุมพร้อมกับพวกอีก 6 คนในคดีปล้นรถบรรทุกขนบุหรี่ แต่ก็สามารถหลบหนีไปได้ และสูญหายไป ก่อนกลับออกมาปล้นรถไฟขบวนสินค้าอีกครั้งในปี 2549 ที่เมืองโปโซ และติดคุก 1 ปี เมื่อได้อิสรภาพก็ออกมาโจมตีตำรวจในพื้นที่ต่อเนื่อง มีสมาชิกมาเข้าร่วมและเติบโตมากขึ้น

 

"ซันโตโซ"หอกข้างแคร่อินโดนีเซียสิ้นชีพ แต่ศึกสุดโต่งยังไม่จบ

 

         การสังหารตำรวจสองนายเมื่อปี 2554 ทำให้ชื่อ ซันโตโซ เข้าไปอยู่ในบัญชีดำ ต่อมา เริ่มก่อตั้งกลุ่มเอ็มไอที กับเพื่อนชื่อ ดานัง โคโร เมื่อต้นปี 2556 ซ่องสุมกำลังอยู่ในป่าเขาในเมืองโปโซ บนเกาะสุลาเวสีกลาง ทำให้พื้นที่แถบนั้นขึ้นชื่อเป็นจุดร้อนของทางการ  

        พรรคพวกของซันโตโซก่อเหตุโจมตีกองกำลังความมั่นคงต่อเนื่อง กิตติศัพท์เลื่องลือในหมู่นักรบสุดโต่งและแห่มาใช้บริการค่ายฝึกของเขาในโปโซ รวมถึงนักรบต่างชาติอย่างชาวอุยกูร์ จากซินเจียง 7 คนที่เดินทางมาร่วมฝึกเมื่อไม่นานมานี้

       ว่ากันว่า ส่วนหนึ่งที่ซันโตโซได้รับความยำเกรงจากกลุ่มอื่นๆ เพราะเป็นคนที่ออกไปลงมือเอง ไม่ได้นั่งบงการอย่างเดียว 

       สถาบันวิเคราะห์นโยบายความขัดแย้งในจาการ์ตาประเมินว่า คนที่ผ่านการฝึกกับเอ็มไอที นับได้ร่วม100 คน คนเหล่านี้จึงมีความโยงใยบางอย่างกับซันโตโซ

       เชื่อกันว่า เอ็มไอทีได้รับทุนสนับสนุนจากกลุ่มไอเอสบางส่วนด้วย หลังประกาศสวามิภักดิ์กับผู้นำสูงสุดของไอเอส ขณะกำลังแผ่ขยายพื้นที่ในอิรักและซีเรียเมื่อกว่าสองปีก่อน ขณะสหรัฐขึ้นบัญชีซันโตโซ เป็นผู้ก่อการร้ายโลกเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้เอง 

        ซันโตโซยังอยู่เบื้องหลังคำขู่ก่อการร้ายหลายครั้งเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงแพร่คลิปความยาว 9 นาที ทางสื่อสังคมออนไลน์ เรียกร้องโจมตีกองบัญชาการตำรวจจาการ์ตา และทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อเดือนธันวาคม

        แม้ลักษณะการโจมตีของกลุ่มนี้ พุ่งเป้าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเป็นหลัก ไม่ใช่การโจมตีแบบขนานใหญ่ ห่างไกลจากการโจมตีนองเลือดแบบกลุ่มสุดโต่งอื่น ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 ที่คร่าชีวิตชาวต่างชาติเป็นเบือ แต่ชื่อเสียงของผู้ตายจากการปลิดชีวิตเจ้าหน้าที่ความมั่นคง การฝึกรบ และสายสัมพันธ์กับไอเอส ซันโตโซจึงถือเป็นหอกข้างแคร่ของทางการตลอดมา

        ผู้บัญชาการตำรวจอินโดนีเซียมองว่า การปลิดชีวิตเบอร์หนึ่งของเอ็มไอที จะทำลายขวัญกำลังใจของสาวกไอเอสลงไปได้มาก เพราะซันโตโซเป็นตัวหลักที่จับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาลอย่างเปิดเผย

        แต่ซิดนีย์ โจนส์ จากสถาบันวิเคราะห์นโยบายความขัดแย้ง มองว่ามีผลกระทบน้อยมากในแง่การสกัดกั้นก่อการร้ายในประเทศ ความเสี่ยงที่อินโดนีเซียเผชิญอยู่จากกลุ่มหรือเซลล์ไอเอสในเขตเมือง โดยเฉพาะในชวา และจากชาวอินโดนีเซียสายตรงจากซีเรีย ไม่ได้ลดลงหรือเปลี่ยนไป 

        แต่อาจเป็นแรงกระตุ้นให้ ส.ส. แก้ไขกฎหมายต่อต้านก่อการร้าย โดยให้อำนาจกับกองทัพมากขึ้น เพราะการล่าตัวซันโตโซสำเร็จ ตอกย้ำว่าตำรวจรับมือไม่ไหวโดยลำพัง แม้มีหน่วยต่อต้านก่อการร้ายโด่งดังอย่าง “เดนซุส 88” แต่ยังขาดความชำนาญด้านการรบในป่า ปฏิบัติการร่วมจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม