
จับ แฮกเกอร์ ฉกพันล้านกบดานไทย
ตำรวจท่องเที่ยวจับ แฮกเกอร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับสากลแฮกเงินกว่าพันล้านบาทหนีกบดานไทย
21 ก.ค. 59 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บช.สตม.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. พ.ต.อ.ศราวุธ ตันกุล ผกก.2 บก.ทท. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ทท. แถลงข่าวจับกุม นายดีมิทรี ยูเคนสกี้ (Mr.Dmity Ukrainskiy) อายุ 44 ปี สัญชาติรัสเซีย และนางออก้า โคโมว่า (Miss.Olga Komova) อายุ 25 ปี สัญชาติอุซเบกิสถาน สองผู้ต้องหา แฮกเกอร์ ตามหมายจับสากล หลังทำการแฮกข้อมูลระบบทางการเงินไม่ต่ำกว่า 50 บัญชี มูลค่าความเสียหายกว่านับพันล้านบาท
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกาได้ประสานมายังตำรวจ บก.ทท. เพื่อให้สืบสวนติดตามจับกุมอาชญากรข้ามชาติรายสำคัญ จำนวน 2 ราย ต่อมาเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ทท. ได้ลงพื้นที่สืบสวนกระทั่งทราบว่าทางนายดีมิทรี ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่พัทยา จ.ชลบุรี โดยทำการเปิดบริษัท 3 - 4 บริษัท ซึ่งเปิดเป็นห้องพักให้เช่าและให้บริการเรือยอร์ชแก่นักท่องเที่ยวภายในพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ส่วนนางออก้า ได้หลบหนีมายังประเทศไทยโดยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับและล่ามแปลภาษาที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่เกาะช้าง จ.ตราด ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนต่อยัง บช.สตม.
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการสอบสวน แฮกเกอร์ ทราบว่าทางผู้ต้องหาทั้งสองรายนั้นได้ทำการสร้างและส่งมัลแวร์ไปยังระบบของผู้เสียหาย จากนั้นระบบการเงินของผู้เสียหายที่อยู่ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อังกฤษ อิตาลี และเยอรมนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐได้ทำการสืบสวนตั้งแต่ปี 2557 จนพอข้อมูลการโอนเงินเข้ามาในประเทศไทยหลายครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ ปปง. ได้ทำการตรวจยึดและอายัดเงินสดได้ไม่ต่ำกว่า 50 บัญชี สร้างความเสียหายนับพันล้านบาท
“ส่วนการสอบสวนขยายผลผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้พบว่ายังมีเงินถูกโอนเข้าบัญชีอยู่เป็นระยะ ซึ่งบัญชีธนาคารในประเทศไทยนั้นเชื่อว่ายังมีอีกจำนวนมาก เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองรายเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกโดยใช้พาสปอร์ตนักท่องเที่ยว หลังจากนั้นก็ได้เข้าออกประเทศไทยหลายครั้งจนสามารถพูดและฟังภาษาไทยได้อย่างดีและเปลี่ยนเป็นพาสปอร์ตบุคคลทั่วไป ส่วนเงินสดและบัญชีธนาคารที่ตรวจพบนั้นทางผู้ต้องหาได้นำมาฟอกเงินผ่านธุรกิจภายในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะทำการตรวจสอบบัญชีธนาคารที่เหลือและทำการตรวจยึดต่อไป ขณะเดียวกันจะทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อติดตามกลุ่มหรือขบวนการ แฮกเกอร์ ที่กบดานอยู่ภายในประเทศ ก่อนประสานส่งมอบตัวผู้ต้องหาให้กับสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกาดำเนินคดีอาชญากรข้ามชาติต่อไป”



