ข่าว

หมายจับ หญิงไก่ ค้ามนุษย์-พยานมัด112

หมายจับ หญิงไก่ ค้ามนุษย์-พยานมัด112

21 ก.ค. 2559

อนุมัติหมายจับ หญิงไก่ ค้ามนุษย์ พยาน-เหยื่อ พบ พนง.สอบสวนกองปราบฯ ให้ข้อมูลเพิ่ม รอ รรท.ผบช.น.ดำเนินการพิจารณาผลสอบ 16 นายตำรวจบกพร่อง

 

               21 ก.ค. 59  เมื่อเวลา 11.30 น.  นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้นำตัว นางวริศรา แก้วปลัง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดสุรินทร์ และอดีตบรรณาธิการข่าว นสพ.ท้องถิ่นฉบับหนึ่งใน จ.พิษณุโลก , นางสายใย ยิ่งภูมิ อายุ 87 ปี อาชีพ ธุรกิจส่วนตัว และพระสมุห์เชวลิตกิตติเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าซุงทักษิณาราม อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. และ พ.ต.ท.วรพงษ์ ภคเวส รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. เพื่อให้ถ้อยคำ รวมทั้งแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับ นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ หญิงไก่ อายุ 58 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล ข้อหาแจ้งความเท็จกลั่นแกล้งผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญา , พยายามค้ามนุษย์ และความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยนำภาพถ่ายและเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบไว้เป็นหลักฐาน

               นางวริศรา กล่าวว่า ในอดีตขณะที่ตนดำรงตำแหน่งบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจังหวัดพิษณุโลก ตนก็รู้จักกับ หญิงไก่ ในฐานะที่ตนเป็นสื่อมวลชน เพราะ หญิงไก่ เดินทางมาแจกเงินในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดพิษณุโลก ประกอบกับตนเป็นประธานสมาพันธ์ธุรกิจบันเทิง ก็จะมีการเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนเป็นประจำทุกเดือนๆ ละครั้ง โดยเมื่อปี 2536 - 2540 หญิงไก่ ได้เสนอตัวรับอาสาที่จะเป็นคนเลี้ยง แต่สุดท้ายกลับไม่ยอมจ่ายเงินในการจัดกิจกรรมเป็นเงินกว่า 2 แสนบาท อย่างไรก็ตาม ภายหลังได้มีการการไกล่เกลี่ยแต่ก็ไม่เป็นผล กลับถูก หญิงไก่ แจ้งความดำเนินคดีข้อหากรรโชกทรัพย์ แต่อัยการก็สั่งไม่ฟ้องคดี นอกจากนี้ยังมีการฟ้องหมิ่นประมาท รวมแล้วกว่า 10 คดี และยังมีการกลั่นแกล้งสร้างความเดือดร้อนให้ตนอีกหลายเรื่อง หลังจากที่มีคดีความเกิดขึ้น ทำให้ต้องย้ายไปอาศัยอยู่ที่ จ.สุรินทร์

               ด้านนางสายใย กล่าวว่า ถูก หญิงไก่ ร่วมมือกับทางเจ้าอาวาสวัดยี่ป่า หลอกลวงเอาเงินไป 2.8 ล้านบาท โดย หญิงไก่ อ้างตัวเป็นคุณหญิง มีความสนิทสนมกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ระดับ ท่านผู้หญิง สามารถขอรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ให้กับตนได้ ซึ่งสามารถทำให้ตนได้รับพระราชทานตำแหน่งคุณหญิงได้ ตนจึงหลงเชื่อโอนเงินไป รวมทั้งสิ้น 2.8 ล้านบาท ภายหลังทราบว่าถูกหลอกจึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี และร้องเรียนต่อเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งสอดรับกับทางด้าน พระสมุห์เชาวลิตกิติเมธี กล่าวอีกว่า หลังจากที่เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทราบถึงพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดยี่ป่า จึงได้สั่งให้ตนซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าซุงทักษิณาราม ในการเข้าไปตรวจสอบและรื้อวัดยี่ป่า เพราะเป็นวัดร้างที่ไม่มีพระสงฆ์จำวัดอยู่แต่อย่างใด แต่กลับถูก หญิงไก่ และพระที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าอาวาสวัดยี่ป้า รวมถึงชายฉกรรจ์เข้ามาข่มขู่ตน พร้อมอ้างตัวว่าเป็นคุณหญิง รู้จักกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคน ตนจึงกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับตน จึงเดินทางให้ข้อมูลกับตำรวจ และหากมีหลักฐานเพียงพอก็จะแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มอีกด้วย

               พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเอกสารการร้องทุกข์และหลักฐานต่างๆ ไว้ ก่อนมอบหมายให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. สอบปากคำเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป

 

ส่งผลสอบ 16 นายตำรวจบกพร่องให้ “ศานิตย์” พิจารณา

               พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น. กล่าวถึงผลการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ 16 นาย ที่ทำคดี หญิงไก่ ว่า ต้องรอให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ดำเนินการพิจารณารายงานผลสอบและออกคำสั่งแต่งตั้งหัวหน้าคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อสืบสวนว่าตำรวจทั้ง 16 นาย มีความเกี่ยวข้องหรือให้การช่วยเหลือ หญิงไก่ หรือไม่

               ส่วนอีก 1 - 2 นายตำรวจที่พบว่า มีความเกี่ยวข้องกับคดีเพิ่มเติม แต่ได้ย้ายออกนอกพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลไปแล้วนั้น ก็จะต้องส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

 

อนุมัติหมายจับ หญิงไก่ ค้ามนุษย์

               เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)  พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดี หญิงไก่ แจ้งความเอาผิดลูกจ้างว่าลักทรัพย์นายจ้างจำนวน 9 คดี เหตุเกิดในท้องที่ สน.ประชาชื่น ว่า วันนี้ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับนางมณตา หยกรัตนกาญ ในข้อหาค้ามนุษย์ ตามหมายจับที่ 1411/59 ลงวันที่ 21 ก.ค. 59 โดยรายละเอียดในคดีนี้ หญิงไก่ ได้ไปหลอกหญิงชาวเขา 3 คน มาทำงานรับใช้ หลังจากนั้นมีการบังคับใช้แรงงานหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบ ช่วงเวลาเกิดเหตุประมาณเดือน พ.ค. 51 - ต.ค. 53 เหตุเกิดที่บ้านย่านประชานิเวศน์ ท้องที่ สน.ประชาชื่น ทั้งนี้ ยังมี 2 สาวชาวลาวที่เข้ามาทำงานกับ หญิงไก่ เมื่อปี 54 จากนั้นได้ออกจากบ้านไป ก่อน หญิงไก่ จะเข้าแจ้งความว่า 2 ลูกจ้างชาวลาวก่อเหตุลักทรัพย์จำนวน 12 รายการ 2,927,000 บาท ซึ่ง 2 สาวชาวลาวยืนยันว่า ไม่ได้ลักทรัพย์ ตนก็พยายามประสานอยู่ เพราะต้องการให้ความเป็นธรรมกับผู้บริสุทธิ์

               ถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะสามารถเพิกถอนหมายจับ 2 ลูกจ้างสาวชาวลาว พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า การเพิกถอนหมายจับจะต้องมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง แต่เรื่องนี้เกิดตั้งแต่ปี 54 แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้อยู่ในประเทศ ทางเราเลยไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่มาภายหลังเราทราบพฤติกรรมของ หญิงไก่ เราก็เลยประสานโดยตรงว่าจะให้ความเป็นธรรม เนื่องจากตัวผู้ถูกกล่าวหามีหมายจับ ถ้าปรากฏต่อหน้าก็ต้องจับ เมื่อจับแล้วก็ต้องควบคุมตัว เราพยายามจะให้เขาไม่ต้องถูกควบคุมโดยให้ประกันตัวเนื่องจากคดีนี้อัตราโทษเกิน 5 ปี ก็ต้องมีหลักประกัน ตนก็ประสานไปทางกองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม เพื่อช่วยเหลือ ซึ่งก็ให้ความร่วมมืออย่างดี จากนั้นเราก็มาช่วยในเรื่องของการแสวงหาข้อเท็จจริง ถ้าไม่ได้มีความผิดเราก็ต้องให้ความเป็นธรรม เมื่อส่งเรื่องไปแล้วพนักงานอัยการก็จะได้พิจารณา และตนก็ยังได้แนะนำไปว่าให้ร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด เพื่อให้อัยการสุงสุดสั่งพนักงานสอบสวนให้มาสอบเพิ่มเติม เพราะตอนนี้อำนาจการสอบสวนของตำรวจไม่มี เพื่อทำให้ทั้ง 2 คนได้รับความเป็นธรรมอย่างดี

               ถามว่า กรณีนายตำรวจ 16 คน ที่มีความเกี่ยวข้องกับสำนวนการสอบสวน ขณะนี้ดำเนินการอย่างไรบ้าง พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นเนื้อสำนวน ซึ่งวันนี้ตนจะมาดูว่าคณะกรรมการได้สรุปความเห็นมาอย่างไร ตอนนี้มีตำรวจที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาอีก 1 - 2 คน อยากให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวลว่าจะมีการช่วยเหลือปกปิด เรายึดหลักความถูกต้องเป็นหลัก ตำรวจที่ไม่ได้ทำผิดอย่างร้ายแรงก็ไม่ต้องกังวล เบื้องต้น ทั้งหมดมีความผิด มีความผิดคือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร.ที่ 419 และคำสั่ง ตร.ที่ 960 ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ในเมื่อคำสั่งระบุว่าให้ตรวจสำนวน ตรวจสอบเร่งรัดการดำเนินคดีอาญาของพนักงานสอบสวน ทั้งนี้หากมีข้อมูลว่ามีตำรวจท่านใด ไปรับใช้จนเกิดเหตุ มีความสนิทสนมจนก่อให้เกิดความไม่เป็นกลาง ก็ต้องรับผิด แต่หากไม่มีการทุจริตอะไร ก็เป็นเรื่องของความผิดวินัยไม่ร้ายแรง

               ถามว่า หากผลการตรวจสอบออกมาแล้วจะมีการเรียก 16 ตำรวจมาพูดคุยหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้เรียกมาคุย เพราะบางคนได้ย้ายออกจากนครบาลไปแล้ว โดยตามขั้นตอนหากผลสอบออกมาแล้ว ตนจะดำเนินการให้ พล.ต.ต.ธนพล สนเทศ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานจเรตำรวจ เป็นหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวนท้อเท็จจริงต่อไป