ข่าว

ค้าปลีกในเมียนมาร์รุ่ง-โอกาสของทุนไทย

ค้าปลีกในเมียนมาร์รุ่ง-โอกาสของทุนไทย

21 ก.ค. 2559

ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ค้าปลีกในเมียนมาร์รุ่ง-โอกาสของทุนไทย : โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี


               ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี มองว่ากำลังซื้อของประชาชนในเมียนมาร์มีแนวโน้มสูงขึ้น ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยปี 2554-2558 เศรษฐกิจเมียนมาร์ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 8 และคาดว่าจะขยายตัวเป็นร้อยละ 8.3 ในปีหน้า อีกทั้งธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดว่ารายได้เฉลี่ยของชาวเมียนมาร์จะเพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายใน 13 ปีข้างหน้า จากรายได้เฉลี่ยต่อคน 1,269 ดอลลาร์สหรัฐ ในปีก่อน

               กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นนั้น จึงเป็นโอกาสให้แก่ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ จากปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกในเมียนมาร์ เป็นรูปแบบค้าปลีกดั้งเดิมประมาณร้อยละ 90 และค้าปลีกสมัยใหม่โดยผู้ประกอบการท้องถิ่นมีเพียงร้อยละ 10 ขณะที่เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่หลั่งไหลเข้ามาลงทุนในเศรษฐกิจเกิดใหม่ของเมียนมาร์ในปี 2555-2558 มีมูลค่าราว 18,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พบว่า มีเพียงร้อยละ 2.8 เท่านั้น ที่ลงทุนในธุรกิจบริการและค้าปลีก ทำให้การลงทุนธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ในเมียนมาร์ ยังต้องการเม็ดเงินลงทุนเพิ่มอีกมหาศาล

               โดยพื้นที่ที่เหมาะสมกับการลงทุน ได้แก่ ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และเนปิดอว์ เนื่องจากมีจำนวนประชากรหนาแน่น กำลังซื้อสูงกว่าพื้นที่อื่น มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภค และการเป็นจุดยุทธศาสตร์กระจายสินค้าไปสู่พื้นที่ส่วนอื่นของเมียนมาร์

               นอกจากนี้ ยังมองว่านักลงทุนและผู้ประกอบการค้าปลีกสมัยใหม่ของไทย ยังมีแต้มต่อเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ อยู่ 3 ด้าน คือ 1.ประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจในไทยที่มีรูปแบบหลากหลายและมีการแข่งขันสูงจึงสามารถนำความรู้ไปใช้ต่อยอดการลงทุนในเมียนมาร์ได้ 2.ด้านสถานที่ตั้งของไทยที่อยู่ติดกับเมียนมาร์ สามารถขนส่งสินค้าต่างๆ ไปยังเมียนมาร์ได้ง่าย และ 3.มีการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งคนเมียนมาร์ยังนิยมสินค้าไทย เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพ ภาพลักษณ์และราคาที่เหมาะสม

               ดังนั้น โอกาสจึงเปิดกว้างสำหรับนักลงทุนไทย อย่างไรก็ตาม การลงทุนในเมียนมาร์ยังมีความเสี่ยงด้านการเมืองและระเบียบข้อบังคับการลงทุนอยู่ รวมทั้งมีข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจนำเข้าส่งออกสินค้าบางประเภท ซึ่งผู้ประกอบการต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ละเอียดก่อนเข้าไปดำเนินธุรกิจ และภาครัฐของไทยเองก็ควรมีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกและส่งเสริมภาคเอกชน เพราะไทยก็จะได้ประโยชน์จากการมีช่องทางจำหน่ายสินค้าในตลาดเมียนมาร์โดยตรงเพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่ขณะนี้ ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าส่งออกของไทยให้สูงขึ้นในระยะยาว

               ทั้งนี้ คาดการณ์ด้วยว่าการส่งออกสินค้าไทยไปเมียนมาร์ในปี 2560 จะมีมูลค่า 4,566 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีโอกาสจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ร้อยละ 9.6 จากที่หดตัวร้อยละ 0.1 ในปีนี้

 

---------------------

(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ค้าปลีกในเมียนมาร์รุ่ง-โอกาสของทุนไทย : โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี)