ข่าว

ไอโอซีเลื่อนตัดสินแบนรัสเซียพ้น อลป.

ไอโอซีเลื่อนตัดสินแบนรัสเซียพ้น อลป.

20 ก.ค. 2559

คณะกรรมการโอลิมปิกสากล สั่งแบน วิตาลี มุตโค รัฐมนตรีกีฬารัสเซีย ออกจาก “ริโอเกมส์” ส่วนคำตัดสินแบนทัพนักกีฬารัสเซีย ออกจากโอลิมปิกเกมส์ 2016 เลื่อนเป็น 21 ก.ค.

          หลังจากที่มีรายงานข่าวว่า องค์กรการต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลก (วาดา) ได้เสนอไปยังคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ให้ทำการแบนประเทศรัสเซีย ออกจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 และกีฬาพาราลิมปิก 2016 ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 5-21 ส.ค. และ 7-18 ก.ย.นี้ ตามลำดับ อันเนื่องจากการพบว่า เจ้าหน้าที่ของรัสเซีย มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการทุจริตเรื่องการตรวจสอบสารกระตุ้นของนักกีฬาจากแดนหมีขาว จำนวน 580 คน จากกว่า 30 ชนิดกีฬา ในการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ๆ ของโลก ในช่วงปี 2011-2015 รวมระยะเวลาถึง 4 ปีเต็ม

          ล่าสุดคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ได้ทำการประชุมฉุกเฉิน และได้ตัดสินว่าแบน วิตาลี มุตโค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาของรัสเซีย ออกจากริโอ เกมส์ รวมทั้งถอนการสนับสนุนรัสเซียในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ แต่เลื่อนคำตัดสินที่จะแบนนักกีฬารัสเซีย ออกจากโอลิมปิกเกมส์หนนี้ออกไปเป็นวันที่ 21 ก.ค.นี้ โดยที่ โธมัส บาค ประธานไอโอซี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องตกตะลึง และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กับการขาดความซื่อสัตย์ในวงการกีฬา และในโอลิมปิกเกมส์

          อย่างไรก็ตามในที่ประชุมมีความเห็นว่า ต้องวินิจฉัยว่าทางเลือกที่ถูกต้องตามกฎหมายระหว่างการพิจารณาว่าจะแบนกลุ่มนักกีฬารัสเซียทั้งหมด หรือจะตัดวินเป็นรายๆ ไป รวมทั้งยังต้องรอคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการศาลกีฬาโลก (ซีเอเอส) ที่นักกรีฑารัสเซีย 68 คน อุทธรณ์หลังโดน สหพันธ์กรีฑานานาชาติ (ไอเอเอเอฟ) สั่งแบนจากริโอเกมส์

          เรื่องดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่วาดาได้ทำการว่าจ้าง ดร.ริชาร์ด แม็คคลาเรน ให้ทำการสอบสวนเรื่องการใช้สารกระตุ้นของนักกีฬารัสเซีย ซึ่งหลังจากทำการศึกษารวม 57 วัน ดร.แม็คคลาเรน ได้นำเสนอรายงานจำนวน 96 หน้า ระบุว่าเจ้าหน้าของรัสเซียได้ทำการซ่อนผลการตรวจสารกระตุ้นในรูปแบบต่างๆ อาทิ การสลับตัวอย่างปัสสาวะของนักกีฬารัสเซีย เพื่อไม่ให้ถูกตรวจสอบพบสารกระตุ้น ในการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ๆ ที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพ อาทิ โอลิมปิกฤดูหนาว “โซชิเกมส์” ในปี 2014, กรีฑาชิงแชมป์โลก 2013 หรือว่ายน้ำชิงแชมป์โลก 2015 ทำให้กลุ่มตัวอย่างประมาณ 580 คน จากกว่า 30 ชนิดกีฬา ที่น่าจะถูกตรวจพบสารกระตุ้น ไม่ถูกตรวจพบในที่สุด