ข่าว

ตื่นตา!ต้นเทียนทองคำ3คนโอบพุทธประวัติ40เมตร

ตื่นตา!ต้นเทียนทองคำ3คนโอบพุทธประวัติ40เมตร

20 ก.ค. 2559

แห่เทียนพรรษาอุบลฯสุดอลังการ นักท่องเที่ยวต่างตื่นตาตื่นใจต้นเทียนพรรษาพุทธประวัติยาว 40 เมตร และต้นเทียนทองคำขนาด 3 คนโอบ ส่วนหนึ่งแวะเที่ยวสะพานไม้แกดำ

           20ก.ค.2559 บรรยากาศแห่เทียนเข้าพรรษาที่จับตามากที่สุดของนักท่องเที่ยวคือที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้ดำเนินมาตั้งแต่คืนวันที่ 19 ก.ค.2559มาจนถึงวันที่ 20 ก.ค.2559 ซึ่งจุดเริ่มการแสดงขบวนแห่เทียนภาคกลางคืน ประกอบแสง สี เสียง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ในงาน 115 ปี ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2559 ที่บริเวณปะรำพิธี ถนนอุปราช วัดศรีอุบลรัตนาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเคาะกะลอ เปิดเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ มาร่วมงานให้ได้รับชมความสวยงามของต้นเทียนพรรษา

ตื่นตา!ต้นเทียนทองคำ3คนโอบพุทธประวัติ40เมตร

           ทั้งประเภทแกะสลัก ประเภทติดพิมพ์ และประเภทเทียนโบราณ ประกอบแสงสีเสียง ซึ่งเมื่อแสงตกกระทบต้นเทียนจะเปล่งประกายสีสันอย่างสวยงาม พร้อมกับการแสดง แห่ฟ้อนบูชา ราชธานีแห่งเทียนพรรษา ที่บ่งบอกเรื่องราวของการก่อตั้งเมืองอุบลราชธานีศรีวนาไล ตลอดจนประวัติความเป็นมาในการจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาจนครบ 115 ปี ตราบเท่าทุกวันนี้

ตื่นตา!ต้นเทียนทองคำ3คนโอบพุทธประวัติ40เมตร

ตื่นตา!ต้นเทียนทองคำ3คนโอบพุทธประวัติ40เมตร

           นอกจากนี้ ยังมีการการแสดง ม่วนซื่นโฮแซว โดยมีลำดับการแสดง 12 ชุด ประกอบด้วยลำนำอีสาน แต้มแต่ง แปงฟ้อน ฟ้อนบุญบั้งไฟวาดอุบลฯ นาค นบ ศรัทธา เมือยามบ้านอีสานสามัคคี หนังบักตื้อ นำฮอยลำ ลูกทุ่งเมืองอุบลฯ ผูกมัดกินดอง ออนซอนงามฟ้อนงามเทียน มิตรไมตรี และชุดอีสานบ้านเฮา โดยใช้ผู้แสดงซึ่งเป็นนักเรียน นักศึกษา และลูกหลานเมืองอุบลราชธานี ซึ่งแต่งกายด้วยผ้าพื้นเมืองของจังหวัดอุบลราชธานี กว่า 2,000 คน เพื่อร่วมสืบสานงานพุทธศิลป์ของจังหวัดอุบลราชธานี ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ให้คงอยู่คู่เมืองอุบลราชธานี และประเทศไทย สืบไป

ตื่นตา!ต้นเทียนทองคำ3คนโอบพุทธประวัติ40เมตร

ตื่นตา!ต้นเทียนทองคำ3คนโอบพุทธประวัติ40เมตร


งานแห่เทียนพรรษาอุบลฯยิ่งใหญ่อลังการ


           เมื่อเข้าสู่วันที่ 20 ก.ค. 2559 พลเอกประวิทย์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณปะรำพิธีหน้าวัดศรีอุบลรัตนารามเช่นเดิม พร้อมด้วยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งมีกงสุลใหญ่ประเทศจีน ผู้ว่าราชการจังหวัด จาก 3 จังหวัดของประเทศกัมพูชา ประธานคณะกรรมการประชาชนจาก 3 จังหวัดของประเทศเวียดนาม เจ้าแขวงจาก 3 แขวงของประเทศลาว เข้าร่วมพิธีเปิดงาน และมีประชาชนนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดินทางไปเที่ยวชมขบวนแห่เทียนพรรษา กันอย่างเนืองแน่นตลอดแนวถนนที่ทางจังหวัดฯได้จัดแสดงขบวนแห่เทียนพรรษาให้ชม

 

           พลเอกประวิทย์ได้จุดเทียนชัยมงคลเปิดงานและมีขบวนอัญเชิญต้นเทียนพระราชทานฯ จากนั้นเป็นขบวนแห่ต้นเทียนพรรษาใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานีได้จัดทำเป็นเทียนพรรษาเล่าเรื่องราว”พุทธประวัติ” คือ ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน ช่วงละ 10 เมตร มีความยาวรวมกัน 40 เมตร ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่งและมีขบวนต้นเทียนพรรษาทองคำ ที่องค์การบริหารส่วนตำบลกุดลาด ได้จัดทำต้นเทียนพรรษาที่มีผิวต้นเทียนเป็นทองคำ ขนาด 3 คนโอบ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของต้นเทียน 1.5 เมตร โดยที่ยอดต้นเทียนเป็นวัสดุคล้ายเพชรด้วย ตื่นตา!ต้นเทียนทองคำ3คนโอบพุทธประวัติ40เมตร

           งานประเพณีแห่เทียนพรรษาที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดงานขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงครองสิริราชสมบัติ 70 ปี และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบในปีนี้ ในงานมีอำเภอและคุ้มวัด ได้จัดทำต้นเทียนประกอบขบวนแห่เทียนพรรษา มากกว่า 12 ขบวน โดยปีนี้ มีต้นเทียนพรรษาที่ส่งเข้าประกวด จำนวน 50 ต้น ประกอบด้วยต้นเทียนประเภทแกะสลัก จำนวน 23 ต้น ต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ 19 ต้น และต้นเทียนโบราณ จำนวน 8 ต้น และมีต้นเทียนพรรษาทั้งประเภทแกะสลักและประเภทติดพิมพ์ ขนาดใหญ่ที่ชนะเลิศเมื่อปีที่แล้วมาโชว์ด้วย

ตื่นตา!ต้นเทียนทองคำ3คนโอบพุทธประวัติ40เมตร

           สำหรับงานประเพณีแห่เทียนพรรษาที่จังหวัดอุบลราชธานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยังได้สนับสนุนและจัดกิจกรรมประติมากรรมเทียนนานาชาติ โดยมีศิลปินจาก 8 ประเทศเข้าร่วมแกะสลักเทียนในรูปแบบต่างๆ และนอกจากนั้น ทางจังหวัดอุบลราชธานี ยังได้ร่วมมือและทำข้อตกลงกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว โดยได้นำเรือพนมพระในประเพณีชักพระมาร่วมแสดงในงานแห่เทียนพรรษาที่จังหวัดอุบลราชธานี ตามแนวคิด เข้าพรรษา เที่ยวงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี ออกพรรษาเที่ยวงานประเพณีชักพระ จังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วย

ตื่นตา!ต้นเทียนทองคำ3คนโอบพุทธประวัติ40เมตร


นักท่องเที่ยวรอดูพระอาทิตย์ขึ้นผาแต้มคึกคัก

           ขณะที่นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งจากทุกภูมิภาคเดินทางมาเป็นหมู่คณะในกลุ่มญาติ และกลุ่มเพื่อน จำนวนมาก โดยได้นำเต็นท์มากางพักค้างแรม จนเต็มบริเวณลานกางเต็นท์ที่ทางอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เพื่อมารอดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม ที่บริเวณลานหิน อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะรอรับแสงตะวัน สำหรับอุทยานแห่งชาติผาแต้ม นอกจากจะเป็นจุดหมายปลายทางในการชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยามแล้วนั้น ภายใน อุทยานแห่งชาติผาแต้มยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม ผาหมอน ผาลาย ประติมากรรมธรรมชาติเสาเฉลียงผาแต้ม เป็นหน้าผาสูงชันบนภูผาขาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรัก ภูเขาหินทรายแห่งนี้มีหน้าผาเป็นแนวยาว หันหน้าไป ทางลำน้ำโขง ยอดเขาสูงประมาณ 260 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง มีลานหินเป็นจุดชมทิวทัศน์มุมสูง มองเห็นอาณาบริเวณโดยรอบอุทยานฯลำน้ำโขง และป่าเขาใน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

           ด้านนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ได้ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว ห้ามนำรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียง ที่ส่งเสียงดังก่อความรำคาญแก่ผู้อื่น และห้ามนำเครื่องดื่มของมึนเมา ขึ้นไปบนอุทยานแห่งขาติผาแต้ม ทั้งนี้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี


สกลนครสวดมนต์เวียนเทียนวันอาสาฬหบูชา

           ที่บริเวณลานรอบองค์พระธาตุเชิงชุม ภายในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นโท เขตเทศบาลนครสกลนคร พุทธศาสนิกชนจำนวนมาก พร้อมใจนุ่งขาวห่มขาว ร่วมสวดมนต์ ทำวัตรเย็น เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ประจำปี 2559 และยังน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
 
           จากนั้นพุทธศาสนิกชน และประชาชน ที่มาร่วมพิธีได้แสดงตนเป็นพุทธมามกะ โดยร่วมกันเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระธาตุเชิงชุม พระธาตุคู่บ้าน คู่เมืองสกลนคร เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่พระพุทธเจ้า ทรงประกาศพระศาสดาเป็นครั้งแรก โดยแสดงปฐมเทศนาธรรมจักรกัปปวัตนสูตร ส่งผลให้เกิดพระสงฆ์รูปแรกขึ้นในพระพุทธศาสนา และเป็นวันแรกที่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครบเป็นองค์พระรัตนตรัย


เที่ยวสะพานไม้แกดำแหล่งท่องเที่ยวใหม่เมืองตักศิลา

           ที่จังหวัดมหาสารคามได้มีประชาชนต่างพาครอบครัว แห่เที่ยวชมและเดินบนสะพานไม้แกดำที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัด พร้อมชมบรรยากาศของหนองแกดำ หนองน้ำขนาดใหญ่ที่กำลังมีบัวบานจำนวนมาก ทั้งนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างมาเป็นครอบครัว และพากันเดินเที่ยวบนสะพานไม้แกดำ พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ทำให้บรรดาร้านอาหารของชุมชน ที่มาเปิดให้บริการมีรายได้เพิ่มเป็นเท่าตัว ซึ่งนักท่องเที่ยวได้มีการตักบาตร กลางสะพานไม้

ตื่นตา!ต้นเทียนทองคำ3คนโอบพุทธประวัติ40เมตร

           ทั้งนี้ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน สะพานไม้แกดำคาดจะมีอายุเกือบ 100 ปี โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากชาวบ้านได้ร่วมใจสร้างสะพานเล็ก ๆ ขึ้นมาเพื่อใช้สัญจรไปมาระหว่างสองหมู่บ้านที่ถูกหนองแกดำกั้นขวาง ซึ่งลักษณะของสะพานแต่เดิมจะใช้ไม้ไผ่เป็นลำวางไว้เท่านั้นและมีความคดเคี้ยวไปมาตามความตื้นของน้ำในหนองแต่เมื่อปี พ.ศ. 2507 คันดินกั้นน้ำของหนองแกดำขาดเนื่องจากรับน้ำไม่ไหว ชลประทานจึงมีโครงการถมดินซ่อมแซมจนใช้ได้ และมีการขุดขยายเป็นแหล่งเก็บกักน้ำ ต่อมาในปี พ.ศ. 2509 ได้มีการตั้งโรงเรียนแกดำอนุสรณ์ขึ้น ในปีนี้เองที่มีการได้สร้างสะพานทั้งหมดจากน้ำแรงชาวบ้านที่อาศัยอยู่สองฝั่งหนองแกดำ จนต่อมาถูกขนานนามอีกชื่อว่าเป็น “สะพานเชื่อมใจ” ซึ่งปัจจุบันสะพานไม้ได้ถูกปรับปรุงจนมีขนาดความกว้าง 1 เมตร ยาว 453.5 เมตร ทอดจากชายฝั่งหนองแกดำด้านวัดดาวดึงส์แกดำ ไปยังหมู่บ้านหัวขัว คำว่า ขัว ภาษาอีสาน แปลว่า สะพาน บ้านหัวขัว คือบ้านหัวสะพาน

           สำหรับสะพานไม้แกดำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดใกล้เคียงรู้จักดี เพราะเป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ บอกเล่าเรื่องราวความเป็นอยู่ผู้คนในอดีต ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่คนรุ่นหลัง ปัจจุบันจังหวัดได้เข้ามาส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญจนได้รับการโปรโมทเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนที่นักท่องเที่ยวที่ผ่านมาจังหวัดมหาสารคามต้องห้ามพลาดที่จะเที่ยวชม ความเก่าแก่และประวัติความเป็นมาของสะพานและสัมผัสของคนในพื้นที่วัฒนธรรมที่มีความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวที่โดดเด่น


นักท่องเที่ยวแห่ชมขบวนเทียนพรรษาโคราชตระการตา 
 
           เมื่อเวลา09.00น.บริเวณสี่แยกราชดำเนิน ถ.มหาดไทย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนคร (ทน.) นครราชสีมา พร้อมคณะผู้บริหาร สภาเทศบาลนคร ฯ ร่วมเปิดกิจกรรมงานประเพณีแห่ขบวนเทียนพรรษาโคราช ประจำปี2559ภายใต้ชื่อ“เสริมบุญ สร้างบารมี”โดยปล่อยริ้วขบวนเทียน ประเภท ก. ข. ค. จำนวน40ขบวน และขบวนแห่8ขบวน รวมทั้งสิ้น48ขบวน ไปตามเส้นทางถนนในเขตเมือง รวมระยะทางประมาณ7กิโลเมตร ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศนับแสนคน ได้มาจับจองพื้นที่ริมทางเท้า เพื่อชมอลังการและความงดงามของขบวนต้นเทียนพรรษาและขบวนแห่ที่ใช้ชาวบ้านร่วมแสดงจินตลีลา และการละเล่นพื้นเมือง การล้อเลียนต่างๆ รวมทั้งสาวสายเทพีบนขบวนเทียน ได้สร้างสีสันรอยยิ้มเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานส่วนใหญ่ใช้อุปกรณ์ไฮเทคบันทึกภาพ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกและแชร์ต่อกันในโลกโซเซียลกันอย่างคึกคัก
  ตื่นตา!ต้นเทียนทองคำ3คนโอบพุทธประวัติ40เมตร
           นำโดยขบวนเทียนพรรษาประเภท ก ของ วัดนอก อ.โชคชัย  จซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจากงานประกวดเทศกาลกินหมี่ประเพณีแห่เทียนพรรษา 59 จัดโดยเทศบาลตำบล (ทต.) โชคชัย อ.โชคชัย เมื่อวานนี้ ( 18 กค.) รวมทั้งเป็นอดีตแชมป์เทียนพรรษาถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี   ซึ่งจัดโดย ทน. ฯ เมื่อปีที่ผ่านมาสามารถล้มแชมป์เก่าวัดใหม่สระประทุม อ.โชคชัย ซึ่งครองถ้วยพระราชทาน ฯ ต่อเนื่อง 10 สมัยซ้อน ซึ่งขบวนเทียนวัดนอก นำเสนอเรื่องราว พระมหาชนก เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ และขบวนต้นเทียนพรรษาวัดใหม่สระประทุม ต.โชคชัย ฯ ได้เตรียมมาทวงแชมป์คืน

ตื่นตา!ต้นเทียนทองคำ3คนโอบพุทธประวัติ40เมตร

           แต่ที่ได้รับความสนใจค่อนข้างมาก วัดเดิม อ.พิมาย   โชว์หุ่นเทียนรูปหนุมาน มาสคอต ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) รณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ออกเสียงลงประชามติ ในวันที่ 7 สิงหาคม เป็นท่าทางหนุมาน กำลังทำท่าทางยกเท้าขวาขึ้นหนึ่งข้าง และชูมือขึ้นทั้งสองข้าง ซึ่งในมือซ้ายของหนุมานได้ถือกระดาษที่ใช้ลงเสียงประชามติด้วย ซึ่งมีความสูงประมาณ 120 เซนติเมตร ใช้เนื้อเทียนสีขาว และเทียนสีเหลือง หนุมานเปรียบเสมือนเทพแห่งลิง และในปี 2559 เป็นปีลิง ซึ่งเป็นปีที่คนไทยจะได้ร่วมใจกันออกไปใช้สิทธิ์ออกเสียงลงประชามติ 

           นอกจากนี้หนุมาน ในเรื่องรามเกียรติ์ ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต จงรักภักดีต่อบ้านเมือง เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำสิ่งใดก็จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่เป็นที่น่าเสียดาย ผู้จัดทำไม่ได้นำร่วมขบวนแห่ด้วย โดยนำมาตั้งไว้บริเวณข้างลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม ) และ ขบวนเทียนวัดโพธิ์ อ.เมือง“เทิดไท้องค์ราชันครองราชย์70พรรษา” (ประเภท ก.) ความยาว18เมตร สูง 4.50 เมตร ด้านหน้าแกะสลักบอกเล่าเรื่องราวเจ้าชายสิทธัตถะออกผนวช ตรงกลางเป็นรูปราชรถนำต้นเทียนไปถวายพระพุทธเจ้า และด้านหลังขบวนเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 70 ปีจุดเด่นได้ออกแบบเทียนรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กำลังปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และแกะสลักเทียนพรรษาล้อการเมือง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั่งขับเครื่องบินทำฝนหลวง แสดงให้เห็นถึงโครงการฝนหลวงของพระองค์ นายกรัฐมนตรี ทรงรับมาสนองพระราชดำริ 

           นอกจากนี้ยังใช้เทคนิคเครื่องกล และลูกเล่นต่างๆ ให้ตัวละครขยับเคลื่อนไหวได้ คุ้มวัดหนองบัวรองอ.เมือง ได้ออกแบบขบวนเทียนพรรษา โดยใช้ชื่อ“สืบสานประเพณีเข้าพรรษา วิจิตรตระการตาวรรณคดีไทย” (ประเภท ก. ) ขนาดความยาว 15 เมตร กว้าง 3.8 เมตร เป็นเรื่องราววรรณคดีไทย 5 เรื่องดัง ประกอบด้วย พระอภัยมณี ไกรทอง รามเกียรติ์ สังข์ทอง และกากี ส่วนด้านหน้าขบวนเทียน มีการแกะสลักเทียนเป็นรูปสุดสาครขี่ม้านิลมังกร ทะยานบนผิวน้ำ มีปลาโลมา ปลาการ์ตูนหลากสีสัน หวากว่ายอย่างงดงาม อีกทั้งยังจัดเรียงเทียนรูปเหมือน เด็กผมแกะ ผมโก๊ะ และผมจุก กำลังเล่นเครื่องดนตรีไทย ซึ่งขบวนเทียนของแต่ละคุ้มวัดส่วนใหญ่จะเน้นประดิษฐ์แกะสลักเรื่องราวเกี่ยวกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยวัดที่ชนะเลิศการประกวดขบวนเทียนพรรษาประเภท ก. และประเภท ข. จะได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินสด
 


ชาวพุทธแม่ฮ่องสอนร่วมฟังเทศน์ฟังธรรมจากพระชาวเมียนมาร์

           ไปที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผวจ.แม่ฮ่องสอน และ นางเนาวรัตน์ เอกภาพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ร่วมเป็นประธานในพิธีทำบุญฟังเทศน์ธรรม ที่วัดหัวเวียง ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีข้าราชการทหาร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมทำบุญอย่างคับคั่งในการทำบุญดังกล่าว มีการนิมนต์พระสงฆ์จาก เมืองลางเคือ รัฐฉาน สหภาพเมียนมา มาเทศนาให้ชาวไทยใหญ่และชาวเมืองแม่ฮ่องสอนได้รับฟังกัน โดยการนิมนต์พระจากสหภาพเมียนมา เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสัปดาห์อาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาอาเซียน ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน

           ในส่วนของวัดอื่น ๆ จำนวนกว่า 9 วัดในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ก็มีการจัดงานวันอาสาฬหบูชาขึ้น และมีการทำบุญฟังเทศน์ธรรม และ เวียนเทียน เหมือนกันทุกวัน โดยมีพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยว พากันไปทำบุญและเวียนเทียนเช่นกัน

 
อุตรดิตถ์พุทธศาสนิกชนเดินสายทำบุญวันพระ

           ที่ศาลาการเปรียญวัดพระแท่นศิลาอาสน์พระอารามหลวง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าฯจ.อุตรดิตถ์ พร้อม รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายอำเภอจาก 9 อำเภอ ของจังหวัดอุตรดิตถ์ และพุทธศาสนิกชนจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมใจนุ่งขาวห่มขาว ถวายเทียนพรรษา พร้อมผ้าอาบน้ำฝน เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2559 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า

           พร้อมตั้งใจจิตอธิฐานถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝน แด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อใช้ห่มในช่วงจำพรรษา 3 เดือน เพื่อพระสงฆ์จะได้ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยอย่างท่องแท้ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในเทศกาลเข้าพรรษา ตามประเพณีโบราณ และเพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ได้ร่วมกันมาปฏิบัติธรรม น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาปฏิบัติ ในการ ลด ละ เลิก อบายมุข ตลอด 3 เดือนช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี

           ขณะที่พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ยังถือโอกาสวันหยุดยาวตรงกับวันพระใหญ่พาครอบครัว เดินสายทำบุญตามวัดต่างๆ โดยที่วัดพระแท่นศิลาอาสน์พระอารามหลวงเนื่องแน่นไปด้วยพุทธศาสนิกชน ร่วมบุญหล่อเทียนพรรษาประจำปีเกิด หรือเทียนพรรษา 12 ราศี ที่ทางวัดได้จัดแผ่นเทียนแกะสลักเป็นรูปสัญลักษณ์ประจำปีเกิด หรือ 12 ปีนักษัตร ให้พุทธศาสนิกชนบูชาตามศรัทธรา ตั้งจิตอธิฐานก่อนนำลงกระทะ เพื่อต้มให้ก้อนเทียนราศีเกิดละลาย แล้วตักเทลงในแบบพิมพ์หล่อเป็นเทียนพรรษาต้นใหญ่ เพื่อนำถวายวัดตามถิ่นทุรกันดาร ตามความเชื่อ เพื่อความสิริมงคล มีแสงสว่างนำทาง มีสติปัญญาในการดำรงชีวิตในทางที่ดี


ชาวพิษณุโลกร่วมถวายเทียนผ้าอาบน้ำฝน

           ที่จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่เช้าที่ผ่านมาตามวัดต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก ยังคงเนืองแน่นด้วยพุทธศาสนิกชนพาครอบครัวมาร่วมทำบุญกันจำนวนมาก แน่นขนัดศาลาการเปรียญแทบทุกวัด ทั้งวัดศรีวิสุทธาราม วัดราชบูรณะ วัดนางพญา วัดคูหาสวรรค์ วัดท่ามะปราง เป็นการเข้าวัดอย่างหนาแน่นอีกวันต่อเนื่องจากวานนี้วันอาสาฬหบูชา ด้วยวันนี้เป็นวันหยุดราชการ

ตื่นตา!ต้นเทียนทองคำ3คนโอบพุทธประวัติ40เมตร

           ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดเขื่อนขันธ์ ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก เช้าวันนี้ที่จอดรถเต็มไปด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ขณะที่ศาลาการเปรียญก็แน่นขนัดด้วยผู้มาทำบุญร่วมพันคน ชาวบ้านเขื่อนขันธ์และใกล้เคียง ได้นำอาหารคาวหวานมาถวายพระภิกษุสงฆ์ ร่วมทอดผ้าป่า และ แทบทุกครอบครัว ได้เตรียมเทียนพรรษา หลอดไฟ ถ่าน ไฟฉาย รวมถึงผ้าอาบน้ำฝน มาถวายพระภิกษุในวันเข้าพรรษา ขณะที่ผู้ชายหลายครอบครัว ได้ใช้โอกาสวันพระ วันเข้าพรรษา ตั้งมั่นของดดื่มแอลกอฮอล์เป็นระยะเวลา 3 เดือน

           หลังจากถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนแล้ว พระภิกษุได้ให้ศีลให้พรและให้ผู้ร่วมทำบุญได้กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับญาติผู้ล่วงลับ จากนั้น หลายครอบครัวได้ตั้งวงรับประทานอาหารร่วมกัน เป็นอาหารต่าง ๆ ที่นำมาถวายพระ เป็นบรรยากาศอบอุ่น ที่ยังคงพบเห็นได้ในวัดต่างจังหวัด