ข่าว

ชาวพุทธสงขลาเวียนเทียนรอบพระนอนใหญ่ที่สุด

ชาวพุทธสงขลาเวียนเทียนรอบพระนอนใหญ่ที่สุด

19 ก.ค. 2559

ชาวพุทธสงขลาเวียนเทียนรอบพระนอนใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ใกล้เชิงสะพานติณสูลานนท์ข้ามทะเลสาบฝั่งเกาะยอ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ 

            19ก.ค.2559 พุทธศาสนิกชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมปฏิบัติธรรมและเวียนเทียนรอบพระนอนซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพานองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวัดแหลมพ้อ ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา วัดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี เนื่องในวันอาสาฬบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งวัดดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้เชิงสะพานสะพานติณสูลานนท์ข้ามทะเลสาบสงขลาฝั่งเกาะยอ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญทางศาสนาของจังหวัด

ชาวพุทธสงขลาเวียนเทียนรอบพระนอนใหญ่ที่สุด

ชาวพุทธสงขลาเวียนเทียนรอบพระนอนใหญ่ที่สุด

ชาวพุทธสงขลาเวียนเทียนรอบพระนอนใหญ่ที่สุด

ชาวพุทธสงขลาเวียนเทียนรอบพระนอนใหญ่ที่สุด

            เมื่อเวลา 19.30 น. ที่วัดไทรงาม  อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา  ดร.พระครูวิรัตธรรมโชติ เจ้าคณะอำเภอเมืองสงขลา เจ้าอาวาสวัดไทรงาม  จัดพิธีเวียนเทียนวันอาสาฬหบูชา เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ถวายเป็นพุทธบูชาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยมีพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสงขลาจำนวนมากได้เดินทางมาร่วมในพิธีเวียนเทียน โดยนำ ดอกไม้ธูปเทียนมาเข้าวัดเวียนเทียน  ฟังพระธรรมเทศนา ในสัปดาห์ส่งเสริมและเผยแพร่พระพุทธศาสนา  เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8  เป็นวันแรกที่มี พระรัตนตรัยครบองค์สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เนื่องจากพระพุทธองค์ทรงเทศนาเป็นกัณฑ์แรก จึงเรียกเทศฯกัณฑ์นี้ว่า “ปฐมเทศนา” หรืออีกนัยหนึ่งอาจจะกล่าวได้ว่านับเป็นวันแรก ที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนา จะเห็นได้ว่า ปรากฏการณ์สำคัญ ๆ ในวันนี้มีถึง 3 ประการ ด้วยกันคือ เป็นวันแรกที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนาและประกาศพระพุทธศาสนาเป็นวันแรกที่พระพุทธองค์ทรงได้ปฐมสาวกและเป็นวันที่มีพระสงฆ์องค์แรกเกิดขึ้นในโลกและเป็นวันแรกที่บังเกิด เป็นพระรัตนตรัยครบองค์สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์              

            สำหรับพิธีเวียนเทียนในสัปดาห์ส่งเสริมและเผยแพร่พระพุทธศาสนาเนื่องในวันอาสาฬหบูชาในวันนี้มีพุทธศาสนิกชนมาร่วมถวายผ้าอาบน้ำฝนให้กับพระภิกษุสงฆ์ไว้ใช้ในช่วงเข้าพรรษา และเวียนเทียนเพื่อเป็นพุทธบูชาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์ศาสดาของพุทธศาสนา

ชาวพัทยาแห่เวียนเทียนสถานบันเทิงงดจำหน่ายสุรา

            เมื่อเวลา20.30น. บรรยากาศการประกอบพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ที่พระอารามหลวง (วัดชัยมงคล) พัทยาใต้ ม.10ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้มีพุทธศาสนิกชนชาวเมืองพัทยา นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ พร้อมใจกันมาร่วมทำบุญหล่อเทียนพรรษา ถวายสังฆทานทำบุญถวายเทียนพรรษา ส่วนใหญ่ประชาชนจะเน้นถวายเป็นหลอดนีออน พร้อมทั้งได้ร่วมกันประกอบพิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ วัดชัยมงคล กันเป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้มีประชาชนเดินทางมาร่วมทำบุญกันอย่างเนืองแน่น เนื่องจากมีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน

            สำหรับบรรยากาศทั่วไปในเมืองพัทยา ยังพบว่ามีประชาชนจำนวนมากต่างพากันเดินทางออกมาร่วมทำบุญตามวัดต่างๆ ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา จนทำให้การจราจรบนถนนหลายสายหลักของเมืองพัทยาติดขัด ในส่วนของผู้ประกอบการสถานบันเทิง และบาร์เบียร์ต่างๆ ได้ให้ความร่วมมือในการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกด้วย

 
พิษณุโลกพุทธศาสนิกชนร่วมเวียนเทียนหนาแน่น

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ตามวัดต่างๆในช่วงเย็นที่ผ่านมา ได้มีพุทธศาสนิกชนต่างพาครอบครัวไปร่วมเวียนเทียนกันแน่นทุกวัด โดยเฉพาะ ที่บริเวณวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดพิษณุโลก ต่างร่วมแสดงตนเป็นพุทธมามกะ พาครอบครัว มาร่วมเวียนที่บริเวณรอบวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช เนื่องในวันอาสาฬหบูชา กันอย่างเนื่องแน่น เพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อน้อมนำพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์มาปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งบางคนหลังร่วมเวียนเทียนแล้ว ก็ถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก โดยทางวัดได้เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนสามารถเวียนเทียนถึง 24.00 น.
 

วันอาสาฬหบูชา:วันสื่อสารธรรมครั้งแรกของโลก

               ขณะที่พระปราโมทย์ วาทโกวิโท พระนิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ได้เขียรายงานเรื่อง "วันอาสาฬหบูชา:วันสื่อสารธรรมครั้งแรกของโลก" ความว่า 

               ธรรมจักรเริ่มหมุนครั้งแรกในวันอาสาหฬบูชา    ทำให้พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าสว่างรุ่งเรืองเปรียบเหมือนดวงประทีปไปทั่วโลก  วันนี้จึงเป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสหนทางแห่งสันติสุข ด้วยการให้เราเดินตามทางของอริยมรรคมีองค์ 8 เริ่มต้นจาก สัมมาทิฐิ เป็นทางไปสู่สันติสุข ซึ่งตรัสว่า "นตฺถิ  สนฺติ ปรํ สุขํ : ไม่มีสุขใดยิ่งไปกว่าสันติสุข"    ซึ่งคำว่า สันติสุขในที่นี้     หมายถึง "นิพพาน" ในคัมภีร์มูลปัณณาสก์     มัชฌิมนิกาย  พระพุทธเจ้าตรัสถึงเป้าหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา คือ"พระนิพพานเท่านั้น"   เป็นภาวะที่มนุษย์ทุกคนควรบรรลุถึง เป็นวิวัฒนาการสูงสุดทางปัญญาของมนุษยชาติ ว่า " นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา : พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ตรัสว่า นิพพานเป็นบรมธรรม"    

               มีคำกล่าวว่า  " Since happiness   and   suffering   are  universal,  peace and wisdow  which  are  the   ways  to  free  one  from  suffering  should  be  the  same  as  well  :  เมื่อความสุขและความทุกข์เป็นสากล สันติภาพและสติปัญญาที่จะไปให้ถึงความพ้นทุกข์ จึงเป็นสากลเช่นกัน "  ธรรมะของพระพุทธเจ้าจึงเป็นสากล ทุกคนในโลกใบนี้สามารถเข้าถึงได้ ปฏิบัติได้ " อยู่กับโลก แต่ดำเนินชีวิตด้วยธรรม " คำสอนของพระพุทธองค์มุ่งสอนสอนภายในสู่ภายนอก เพราะมีคำกล่าวว่า " You  can  only work  with others,   when   you    truly understand  your  inner  world :  จะทำงานกับโลกภายนอกได้อย่างไร ถ้ายังไม่รู้จักโลกภายในใจตัวเอง "  มุ่งสร้างสันติภายในก่อนจะออกไปสร้างสันติภายนอกให้กับคนอื่น
                  
               พระพุทธเจ้าจึงเป็นนักสื่อสารธรรมที่สุดยอดเยี่ยมยอดที่สุด  ถือว่าเป็นนักนิเทศศาสตร์คนแรกของโลกเพื่อสร้างสันติสุขในสังคมโลก   หลักการสื่อสารของพระองค์ คือ  " จริง  ไพเราะ เหมาะกาล  สามัคคี  มีประโยชน์   ประกอบด้วยเมตตา "  ซึ่งสอดคล้องกับการสื่อสารตามแนวทางของตะวันตก คือ SMCR  และพระองค์ก็ทรงย้ำมากในการสื่อสารเผยแผ่ธรรมว่า การสื่อสารธรรมต้อง " ไม่พูดร้ายใคร  ไม่ทำร้ายใคร " ถือว่าเป็นการสื่อสารที่ไม่เบียดเบียนเพื่อนมนุษย์ พระองค์จึงเป็นบุคคลสันติภาพคนแรกของโลก 
                    
               ในวันอาสาฬหบูชา " เราต้องคืนความสุขให้กับตนเอง " คติคือ  "สุดโต่ง ให้หลีกเว้น อริยมรรคให้เดินตาม"   เพราะคนที่มีสติไปที่อยู่ใดก็จะไม่ทำร้ายใคร จะพูดจะจาอะไรก็ไม่ทำให้ใครเจ็บ  ไม่สงครามในชีวิตของตนเอง ซึ่งอัลเบิร์ต ไอสไตล์ กล่าวว่า   "...ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 เราจะสู้กันด้วยอาวุธอะไร แต่ข้าพเจ้าคิดว่าสงครามโลกครั้งที่ 4 ถ้าจะรบกัน เราจะรบกันด้วยก้อนดินและท่อนไม้..." แสดงว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 นั้น ทำร้ายทำลายกันจนไม่เหลืออะไรแล้ว  สันติภาพที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากองค์กรที่ตั้งขึ้นให้สวยหรู  แต่เกิดจากเราทุกคน เพราะ "เราคือบุคคลแห่งสันติภาพ" เราเองเท่านั้นจะคืนสันติภาพให้กับตนเอง ด้วยการหมั่นเจริญสติ  ดังนั้น "สันติภาพของโลก คือ สันติภาพของเราแต่ละคน"

               ฉะนั้น พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล กล่าวว่า..." การสร้างสันติภาพที่แท้จริงนั้น คือ การดึงเอาความดีของอีกฝ่ายออกมาให้ได้"