
พายุงวงช้างถล่มท่าเรือนวลทิพย์ ระยอง
พายุหมุนงวงช้างพัดถล่มท่าเรือนวลทิพย์ จ.ระยอง นักท่องเที่ยวตกตะลึง ร้านค้า ร้านอาหาร ได้รับความเสียหาย
เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 ได้เกิดเหตุพายุหมุนงวงช้างพัดถล่มท่าเรือนวลทิพย์ ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง จนได้รับความเสียหาย เป็นที่ตกตะลึงเขย่าขวัญแก่นักท่องเที่ยว และเจ้าของร้านค้า ร้านอาหาร ที่ประสบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน
จากการเปิดเผยของนางอุไร แก้วบัวดี อายุ 49 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 401/80 ม.2 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง กล่าวด้วยท่าทีตกใจว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณตี 05.30 น. มีลมพายุพัดมาอย่างแรง ลักษณะคล้ายพายุงวงช้างหอบลมพัดเข้ามาทางร้านอาหารที่ตนกำลังเตรียมของเพื่อทำการค้าขายให้กับนักท่องเที่ยว ต้องหาที่หลบกันจ้าละหวั่น โดยลมได้พัดหอบเอาเครื่องใช้ไม้สอย รวมถึงโต๊ะ เก้าอี้ ภายในร้านเสียหายกระจัดกระจาย โครงหลังคากระเบื้องแตกตกหล่น เป็นที่ตกใจแก่ผู้พบเห็น นานประมาณ 10 นาที ลมจึงสงบทิ้งไว้แต่ร่องรอยความเสียหาย
สอบถามนายเสนอ คล้ายพงษ์พันธุ์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61/7 ม.1 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง เปิดเผยว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่เคยพบเจอมาก่อน และมาเกิดในช่วงวันหยุดยาว ข้าวของเครื่องใช้รวมถึงอาหารทะเลสดที่เตรียมให้กับนักท่องเที่ยวเสียหายทั้งหมด เพราะลมพัดมาของต่างๆ กระจัดกระจายปลิวว่อนไปทั่ว โดยเฉพาะอาหารที่เตรียมไว้ เช่น ปลาอินทรีย์เป็นตัวๆ หลายตัวได้ซื้อไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวไม่รู้จะไปขายใคร รวมค่าความเสียหายหลักหมื่น หลักแสน กันเลยทีเดียว
นายยานยนต์ อรุณเวสสะเศรษฐ ผู้บริหารท่าเรือนวลทิพย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัย ที่เกิดจากภัยธรรมชาติ แต่โชคดีที่โครงสร้างหลักยังแข็งแรงจึงทำให้ไม่โค่นล้มลงมาทั้งหมด ไม่เช่นนั้นเสียหายหนักกว่านี้แน่ นอกจากนี้ ในส่วนของบริเวณท่าเรือยังเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวข้ามฝากไปเกาะเสม็ด รวมทั้งท่าเรือไม่ได้รับผลกระทบ ยังเปิดให้บริการตามปกติ
ด้านนางกิมห่อ ลี้เซ่งเฮง อายุ 75 ปี บ้านเลขที่ 95/1 ม.2 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง เจ้าของเก่าท่าเทียบเรือนาลทิพย์ เปิดเผยว่า ช่วงแรกรู้สึกตกใจมาก เป็นห่วงบรรดาเจ้าของร้านค้า และเด็กๆ ในร้านหลังจากทราบข่าวก็ได้รีบออกมาดู ในส่วนของค่าความเสียตัวอาคารร้านอาหารภายในท่าเรือ รวมระยะความยาว 25 เมตร โครงสร้างหลังคาถูกลมพัดกระจัดกระจายตกหล่นแตกหักเกือบทั้งหมด ประเมินค่าความเสียหายประมาณ 1 ล้านบาทเศษ ส่วนระยะเวลาในการซ่อมแซม คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนจึงแล้วเสร็จ



