
ยกระดับสินค้าโอทอป
โดย - ดลมนัส กาเจ
ช่วงนี้ดูเหมือนว่า กรมการพัฒนาชุมชน เริ่มบูมสินค้าในโครงการหนึ่งบำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอทอป(OTOP)มากขึ้น หลังพบว่าผู้ประกอบการต่างอยู่อาการที่ซบเซา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ยอดขายลดฮวบลง ผู้ประกอบประสบปัญหาเงินหมุนเวียนที่จะต่อยอดกิจการ ทางกรมการพัฒนาชุมชนจึงเดินสายจัดงานโอทอปทั่วประเทศ 5 จังหวัดประกอบด้วย ระยอง สุรินทร์ ตาก นครศรีธรรมราช กำแพงเพชร ในช่วงที่ผ่านมา เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ช่วยให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ในพื้นที่ การกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศด้วย
ล่าสุด สัปดาห์ก่อนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ OTOP ประเภทกระเป๋า หน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล จากกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จำนวน 12 ราย งานนี้คึกคักครับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะรัฐมนตรี เยี่ยมชมด้วย
งานที่จัดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) บอกว่า ที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีมีความประสงค์ที่จะให้สินค้าโอทอปพวกกระเป๋าต้องสร้างเป็นแบรนด์ของตัวเอง จึงสั่งการให้มีพัฒนาผลิตภัณฑ์กระเป๋าโอทอปให้เป็นแบรนด์เนม เพื่อยกระดับสินค้าภูมิปัญญาไทย และได้เสนอแนะให้มีการพัฒนารูปแบบสินค้าโอทอปให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อความเหมาะตามรสนิยมของลูกค้าในปัจจุบัน ตามกลุ่มเป้าหมายในหลายช่วงอายุทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
พูดง่ายๆก็คือผลิตมาหลายรูปให้กับแต่ละวัยนั่นเอง ทางกรมการพัฒนาชุมชนพิจารณาคัดเลือกผู้ผลิตสินค้าโอทอปประเภทกระเป๋าที่มีศักยภาพจำนวน.7 กลุ่ม โดยให้ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ หรือ TCDC รับช่วงไปพัฒนารูปแบบจนสามารถนำไปทดลองจำหน่ายในช่องทางการตลาดที่มีอยู่ ฉะนั้นการนำผลิตภัณฑ์กระเป๋าโอทอปมาจัดแสดงที่ทำเนียบรัฐบาลเท่ากับเป็นการรายงานผลความสำเร็จในการพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามตามที่นายกฯสั่งนั่นเอง
การผลักดันให้มีการพัฒนาสินค้าโอทอป ถือเป้นเรื่องที่จำเป้นอย่างยิ่ง เพราะดูตัวเลขแล้วช่วงที่ผ่านมามีผู้ประกอบการผลิตสินค้าโอทอปทั้งสิ้นกว่า 4 หมื่นราย มีผลิตภัณฑ์ทั้งหมดกว่า 8 หมื่นรายการ มีการจ้างงานกว่า 3.4 แสนราย ถ้ารวมกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีด้วยกว่า 3 ล้านราย โดยเฉพาะในช่วงปี 2553 มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถึง 2.91 ล้านราย มีการจ้างงานรวมทั้งสิ้น 13.5 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 77.9 ของจำนวนแรงงานทั้งประเทศ
แต่ทุกวันนี้ทั้งผู้ประกอบการผลิตสินค้าโอทอป และเอสเอ็มอี ต่างอยู่ในอาการที่ร่อแร่ เนื่องขายสินค้าไม่ได้ ฉะนั้นจำเป็นจำเป็นอย่างยิ่งครับ ที่จะต้องให้มีการพัฒนาสินค้าโอทอปและสร้างแบรนด์เนมเป็นของตัวเองให้เป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันหลายประเทสที่สนใจสินในการดำเนินกิจการทั้งเอสเอ็มอี และสินค้าโอทอปของไทยครับ



